ตอนที่ 824
ตอนที่ 824 สละบัลลังก์
October 22, 2026
ตอนที่ 824 สละบัลลังก์
กองทัพทหารเสมือนเมฆครึ้มที่ย่างกรายเข้าปกคลุมเมืองหลวง
เมืองไท่หลินอันเกรียงไกรพลันโกลาหลขึ้นมา ชาวเมืองรู้สึกวิตกกังวลมากยิ่งนัก
พวกเขาร้องเรียกชื่อสมาชิกในครอบครัวอยู่ตามท้องถนน จากนั้นก็พากันหลบเข้าไปในบ้านเรือน
บรรดาพ่อค้าเก็บแผงหาบเร่ เข็นรถของตนไปอ้อนวอนขอที่หลบซ่อนคุ้มภัย
ร้านรวงปิดประตูหนี บ้านเรือนปิดบานหน้าต่างสนิท… ทหารชาวอู๋ผู้โหดเหี้ยมอำมหิตเริ่มเข้าใกล้เมืองไท่หลินทุกขณะ หากเมืองนี้แตก พวกมันย่อมสังหารหมู่ชาวเมืองจนสิ้นซากภายในสามวันเป็นแน่ !
เมืองทั้งเมืองตกอยู่ในบรรยากาศอกสั่นขวัญแขวน
เหล่าทหารรักษาการณ์ประจำเมืองหลวงแห่งแคว้นอี๋ แม้ในมือจะถืออาวุธครบครัน ทว่าสีหน้าก็ได้เผยความหวาดผวาออกมาให้เห็น
บัดนี้องค์จักรพรรดิเยียนเหลียงเจ๋อกำลังบันดาลโทสะอยู่ในพระราชวัง
“เฟิงเสียนชูหายหัวไปที่ใด ? หรือเขาจะทรยศต่อข้าด้วยเช่นกัน ? ”
เมื่อเอ่ยออกไปเช่นนี้แล้ว เยียนเหลียงเจ๋อก็ใจเต้นมิเป็นจังหวะ เนื่องจากบัดนี้คนเดียวที่ตนสามารถพึ่งพาได้เห็นทีจะมีเพียงแค่เฟิงเสียนชูเท่านั้น หากว่าเขาทรยศจริง…หมายความว่ากองทัพจำนวน 200,000 นายจะแว้งกัดตนเยี่ยงนั้นหรือ ?
มิน่าประมาทเลย !
ข้าควรจับกุมสมาชิกในครอบครัวของเฟิงเสียนชูไว้ตั้งแต่ต้น !
“พวกเจ้าจงส่งทหารรักษาการณ์ไปยังจวนแม่ทัพใหญ่ จากนั้นให้นำตัวคนในครอบครัวของเขาไปไว้ที่วังหลังให้หมด องค์จักรพรรดินีของข้าคิดถึงพวกนางเสียเหลือเกิน ! ”
ทหารรักษาการณ์รับพระบัญชาด้วยสีหน้าหวาดกลัว จากนั้นก็นำขบวนทหารรักษาการณ์หลายร้อยนายออกไปอย่างรวดเร็ว ทว่าเพิ่งจะก้าวออกไปได้เพียงมิกี่ก้าวก็ต้องถอยกลับมาอย่างรวดเร็ว
พวกเขากำดาบเอาไว้ในมือแน่น ถอยร่นมาทีละก้าวทีละก้าวจนมาถึงประตูของท้องพระโรง
เยียนเหลียงเจ๋อเริ่มใจคอมิดี แม้จะมองมิเห็นว่าข้างนอกเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้น แต่ในใจก็ได้เกิดลางสังหรณ์ขึ้นมา
เขาได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านนอกท้องพระโรง และนั่นคือเสียงของแม่ทัพเฟิงเสียนชู
“หลี่จ้ง ข้ามาเข้าเฝ้าฝ่าบาท พวกเจ้าหันอาวุธใส่ข้าเยี่ยงนี้ หรือพวกเจ้าได้ยินข่าวการมาถึงของกองทัพราชวงศ์อู๋แล้วคิดก่อกบฏขึ้นมากัน ! ”
ดาบของนายทหารที่มีนามว่าหลี่จ้งล่วงหล่นลงสู่พื้น หลังจากที่ได้รับคำตำหนิจากเฟิงเสียนชู
“หลีกไป… ! ”
หลี่จ้งกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งอึก จ้องมองเหล่าทหารติดอาวุธหลายพันนายที่ติดตามแม่ทัพใหญ่มา พลางฉุกคิดขึ้นมาในใจว่าผู้ใดกันแน่ที่ก่อกบฏ ?
“เชิญท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ ! ”
“พวกเจ้าลดดาบลง ต้อนรับท่านแม่ทัพใหญ่เข้าสู่ท้องพระโรง! ”
เมื่อเหล่าทหารได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดีใจขึ้นมา พวกเขาเก็บดาบเข้าฝัก ยืนคุ้มกันอยู่สองฟากฝั่งของท้องพระโรง
ทันใดนั้นดวงตาของหลี่จ้งก็เบิกโพลงขึ้นมา เขาเห็นบุรุษข้างกายของท่านแม่ทัพใหญ่…ซึ่งนั่นก็คือชินอ๋องแขนเดียว เยียนหานยวี่ !
นี่มันเกิดสถานการณ์อันใดขึ้นกันแน่ ?
ในฐานะนายทหารชั้นผู้น้อยย่อมมิรู้ตื้นลึกหนาบางเป็นธรรมดา ทว่าเขามีไหวพริบมากพอที่จะเข้าใจได้ว่าบัดนี้ท่านแม่ทัพใหญ่มีกำลังพลอยู่ในมือมากที่สุด การอยู่ฝั่งเดียวกับท่านย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
ส่วนเรื่องที่ท่านแม่ทัพใหญ่มาเข้าเฝ้าฝ่าบาทนั้น จะเป็นเพราะน้อมรับพระราชโองการให้เปิดศึกกับชาวอู๋หรือเพราะท่านแม่ทัพใหญ่มีแผนการอื่นอยู่ในหัว ย่อมมิใช่เรื่องที่เขาควรเก็บไปคิดให้หนักสมอง
บัดนี้เหล่าเสนาบดีทยอยหันมามองพลางแหวกทางเดินตรงกลางออกราว 1 จั้ง
เฟิงเสียนชูแต่งเครื่องแบบพร้อมติดอาวุธครบมือเข้ามายังท้องพระโรง !
เขานำเยียนหานยวี่ที่เดินเชิดหน้าชูคอเข้ามาภายในท้องพระโรง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าขุนนาง เขาได้คารวะต่อเยียนเหลียงเจ๋อ
“กระหม่อมเฟิงเสียนชูได้มีกินมีใช้เพราะฝ่าบาท กระหม่อมจำต้องแบ่งเบาความทุกข์กังวลใจของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ ! ”
เมื่อเยียนเหลียงเจ๋อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา “หากมีท่านแม่ทัพใหญ่คอยแบ่งเบาความทุกข์ของข้า เมืองไท่หลินคง…” ในจังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยว่า ‘แข็งแกร่งจนมิอาจตีให้แตกพ่ายได้’ เขาก็หันไปเห็นเยียนหานยวี่ยืนอยู่เบื้องหลังของเฟิงเสียนชูและกำลังจะก้าวเท้าออกมา !
ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย “ท่านแม่ทัพใหญ่ เขา…นี่มันเกิดอันใดขึ้นกัน ? ”