ตอนที่ 833
ตอนที่ 833 หลงใหลเกลือ ( จบ )
October 22, 2026
ตอนที่ 833 หลงใหลเกลือ ( จบ )
ขบวนของเผิงยวี๋เยี่ยนทำการแลกเปลี่ยนเกลือได้อย่างราบรื่น
เมื่อพวกนางได้เกลือมาแล้ว พวกนางมิได้เดินทางกลับไปยังเขตเหนือแต่อย่างใด แต่กลับเดินทางไปยังเมืองการค้าซินโจวแทน
พวกนางยังมิรู้ว่าบัดนี้เมืองการค้าซินโจวกำลังปรากฏเหตุการณ์หลงใหลคลั่งไคล้เกลือขาวมากเพียงใด !
ในขณะเดียวกัน ฟู่เสี่ยวกวนก็ได้รับข่าวด่วนจากเมืองการค้าซินโจวและเมืองการค้าหลานฉี
เขาก้มหน้าอ่านรายงานสองฉบับแล้วยิ้มกว้างออกมา จากนั้นจึงส่งต่อให้ท่าป๋าคัง
“ดูเหมือนว่าขั้นตอนแรกจะกลายเป็นจริงแล้วสินะ ต่อไปเกลือขาวจะถูกส่งให้ทั้งสองตลาดมิขาดสาย ปัญหาทางการเงินของเขตปกครองตนเองก็ได้รับการแก้ไขในเบื้องต้นแล้ว อืม…ปีหน้าต้องดีกว่านี้อย่างแน่นอน”
เมื่อท่าป๋าคังอ่านรายงานทั้งสองฉบับจนจบแล้ว ก็พลันตกตะลึงขึ้นมาเพราะเกลือจำนวน 100,000 ชั่งถูกซื้อจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาหนึ่งถ้วยชา !
อีกทั้งยังมีผู้ค้าขายจำนวนมากตั้งหน้าตั้งตารอคอยเกลือรอบต่อไปที่จะนำออกมาจำหน่าย !
ห้างร้านและบ้านเรือนที่เมืองการค้าทั้งสองแห่งถูกจับจองจนหมดภายในวันเดียว… ราวกับว่าเหล่าผู้ค้าขายต้องการลงหลักปักฐานทั้งสองเมืองนี้เพื่อเกลือ
ด้วยการเข้ามาอาศัยของผู้ค้าขายเหล่านั้น ทั้งสองเมืองนี้จึงเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด
นอกจากตลาดค้าขายแล้ว ร้านรวงในตรอกซอกซอยต่าง ๆ ก็ทยอยเปิดแล้วเช่นกัน ถ้ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ทั้งสองเมืองนี้จะต้องกลายเป็นเมืองสำคัญทางการค้าในปีหน้าอย่างแน่นอน !
ท่าป๋าคังรู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งนักเมื่อได้อ่านข่าวนี้ เขารู้สึกราวกับเห็นหอน้ำชา ร้านอาหาร โรงงานทอผ้า และบ้านเรือนสีทองมากมายผุดขึ้นมาในสายตา
สิ่งที่จะตามมาก็คือการเก็บภาษี ซึ่งมิใช่แค่การเก็บภาษีจากเกลือและเหล็กอีกต่อไปแล้ว !
ร้านรวงเหล่านั้นก็ต้องจ่ายภาษีด้วยเช่นกัน หากเมืองการค้าทั้งสองแห่งนั้นแปรเปลี่ยนเป็นเมืองสำคัญทางการค้าแล้วจริง ๆ มันจะเพิ่มจำนวนภาษีให้เขตปกครองตนเองได้มากเพียงใดกัน ?
“ขั้นตอนต่อไป พวกเราต้องขยายขนาดของนาเกลือ เหตุผลหลักก็เพื่อเพิ่มรายได้ให้ส่วนราชการ ท่านจงจำเอาไว้ว่ารายได้ของส่วนราชการ 3 ปีต่อจากนี้ เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ให้นำไปสร้างถนน 3 ส่วน นำไปลงทุนในการก่อสร้างโรงงาน 3 ส่วน อีก 3 ส่วนให้นำไปก่อสร้างสำนักศึกษาและเป็นค่าจ้างอาจารย์ผู้สอน เหลืออีก 1 ส่วนสุดท้ายให้นำส่งคลังหลวงแห่งราชวงศ์อู๋”
“อีกเหตุผลคือยังต้องทำให้ราษฎรทั้งหลายร่ำรวยขึ้นมา แผนพัฒนาทั้งหกรัฐคือภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงของส่วนราชการ ! ”
“มีเพียงแค่การทำให้แผนงานถูกปฏิบัติได้จริงเท่านั้น ถึงจะสามารถทำให้ราษฎรร่ำรวยขึ้นมาได้… เหล่าคังเอ๋ย การทำให้ราษฎรร่ำรวยเป็นหน้าที่ของพวกเรา ! ท่านจงนำความคิดนี้ไปเผยแพร่ต่อลูกน้องใต้บัญชาของท่าน หากมีผู้ใดขัดขืนมิเชื่อฟัง…”
ฟู่เสี่ยวกวนจิบชา ทว่าสีหน้ากลับเย็นยะเยือกขึ้นมาในทันใด “เท่ากับว่าเป็นปรปักษ์ต่อข้า ! หากท่านมิยอมลงมือด้วยตนเองแล้วหลุดมาถึงมือข้าเมื่อใด มันผู้นั้นจะต้องจบมิสวยเป็นแน่”
ท่าป๋าคังรู้สึกหวาดผวาขึ้นมา จึงตอบกลับอย่างรีบร้อนว่า “องค์ชายได้โปรดวางพระทัย บัดนี้สำนักงานควบคุมและตรวจตราถูกก่อตั้งเรียบร้อยแล้ว หากมีปลาเน่าโผล่มาจริง ๆ กระหม่อมย่อมตัดศีรษะมันเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ ! ”
“อืม…” ฟู่เสี่ยวกวนพยักหน้า “ต้องใช้ไม้แข็งรับมือกับความโกลาหล ให้จับพวกที่คดโกงมาเชือดไก่ให้ลิงดู หน่วยราชการถึงจะขาวสะอาด เมื่อฝ่ายราชการขาวสะอาดก็ย่อมเกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานสูงสุด ข้าราชการทั้งหมดต้องทำเพื่อราษฎรอย่างแท้จริง มิใช่เพื่อหวังเงินทอง และมีเพียงหนทางนี้เท่านั้นที่จะทำให้ผืนปฐพีนี้เบ่งบานขึ้นมาอีกครา ! ”
……
……
ฝนแห่งฤดูใบไม้ร่วงกระทบกับพื้นธรณี จนเกิดเสียงดังเปาะแปะ
ขบวนของเผิงยวี๋เยี่ยนเดินทางผ่านด่านภูเขาเยี่ยนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว… ทุกวันนี้ด่านภูเขาเยี่ยนเหลือเพียงนามเท่านั้น แนวกำแพงป้องกันเขตชายแดนแห่งนี้จะมิถูกปิดกั้นอีกต่อไป เพราะสถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองชื่อเล่อชวนไปแล้ว
บนกำแพงเมืองยังคงมีรอยกระสุนประดับให้เห็น อีกทั้งยังมีธงที่ขาดวิ่นปลิวไสวอยู่ท่ามกลางสายฝน
นางเงยหน้าขึ้นไปมองเพียงครู่เดียวเท่านั้น จากนั้นก็มิเหลียวมองอีกเลย คนทั้งขบวนเดินทางผ่านด่านภูเขาเยี่ยนและมาถึงเมืองซินโจวในตอนค่ำของวันเดียวกัน
เมืองซินโจวที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ มิมีความสง่าเฉกเช่นแต่ก่อน แม้แต่กำแพงเมืองก็มิเหลือซากให้พบเห็น ไร้ซึ่งเงาของทหารเวรยามหน้าประตูเมือง
เมืองซินโจว…มิใช่เมืองที่มีไว้ป้องกันข้าศึกอีกต่อไป !