ตอนที่ 956
ตอนที่ 956 มิแปรเปลี่ยน
October 22, 2026
ตอนที่ 956 มิแปรเปลี่ยน
รัชสมัยเทียนเต๋อปีที่สาม วันที่สิบแปด เดือนสี่ การประชุมใหญ่ประจำราชสำนัก
เช้าวันนี้ หยุนซีเหยียนตื่นเช้ากว่าปกติที่ผ่านมา
เขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วยืนจัดเครื่องแบบประจำตำแหน่งอยู่หน้ากระจก จากนั้นก็เดินมายังลานกว้างเพียงลำพัง เขาต้มชาหนึ่งกาแล้วนั่งดื่มท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟอย่างละมุนละม่อม
นี่คือเรือนสี่ประสานแบบสามวงที่เขาซื้อมา ทว่าด้านในมีเขาอาศัยอยู่เพียงผู้เดียว
แม้จะเงียบสงบและเยือกเย็น ทว่าเขากลับมิรู้สึกเช่นนั้น
เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น หยุนซีเหยียนจึงเดินไปเปิดประตู จากนั้นก็ต้อนรับจงสือจี้กับกงซุนเซ่อเข้ามาด้านใน
บัดนี้เพิ่งเป็นยามอิ๋นเท่านั้น มองดูแล้วเมื่อคืนนี้คงจะมีหลายคนที่นอนมิหลับ
ทั้งสามนั่งรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะหิน กงซุนเซ่อยิ้มพลางเอ่ยว่า “เจ้าควรแต่งภรรยาได้แล้ว”
หยุนซีเหยียนรินชาพลางหัวเราะร่า จากนั้นก็เอ่ยขึ้นมาว่า “อย่ามัวแต่ว่าข้าสิ แล้วตัวเจ้าเล่า ? ”
“ข้ามิรีบหรอก เกรงว่าต่อจากนี้คงมิมีเวลาเกี้ยวสตรีใด ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานเลย ! ”
“นั่นสิ ! แต่อย่างมากสุดก็ยุ่งมิเกินหนึ่งปีครึ่งหรอก เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเข้าที่แล้ว คาดว่าชีวิตจะดีและมั่นคงขึ้นมาเองนั่นแหละ…การประชุมใหญ่ประจำราชสำนักในวันนี้ ข้าคาดว่าฝ่าบาททรงมีแผนการคราใหญ่ เมื่อคืนข้านอนครุ่นคิดตลอดทั้งคืนก็เกรงว่าจะเป็นเรื่องของแคว้นอี๋และแคว้นฝาน”
หลังจากชะงักชั่วครู่ หยุนซีเหยียนก็เอ่ยขึ้นมาอีกคราว่า “ก่อนหน้านี้ในราชวงศ์หยูมีเรื่องราวมากมายที่ฝ่าบาทได้กระทำขึ้นมา เดิมทีชื่อเสียงของฝ่าบาทในราชวงศ์หยูก็โด่งดังไปทั่วอยู่แล้ว จึงคาดว่าราชวงศ์หยูจะมั่นคงก่อนแคว้นอื่น ๆ แต่มิรู้ว่าอีกสองแคว้นนั้น ฝ่าบาทจะทรงจัดการเมื่อใดและจะจัดการเยี่ยงไร”
จงสือจี้จิบชาหนึ่งอึก จากนั้นก็เอ่ยขึ้นมาว่า “จะใช้นโยบายเฉกเช่นเดียวกับชื่อเล่อชวนหรือไม่ ? ”
หยุนซีเหยียนครุ่นคิดพลางส่ายหน้าไปมา “ฝ่าบาทตรัสว่าจะทำการแบ่งเขตพื้นที่ใหม่มิใช่หรือ ? ข้าคาดว่าฝ่าบาทจะนำสามแคว้นนี้มาเป็นมณฑลภายใต้การปกครองของราชวงศ์อู๋…หรือบางทีอาจจะทำการตัดแบ่งใหม่ทั้งหมด ดังนั้นการประชุมใหญ่ราชสำนักเช้านี้คงต้องใช้เวลานานเลยทีเดียว หลังจากดื่มชาถ้วยนี้เรียบร้อยแล้ว พวกเราไปทานมื้อเช้าที่ร้านซิ่งหลินจี้กันเถิด”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ที่เจ้าเอ่ยมาสมเหตุสมผลยิ่ง เนื่องจากประชุมใหญ่ราชสำนักมิได้จัดขึ้นมาเนิ่นนานแล้ว”
กงซุนเซ่อถอนหายใจยาวออกมา “ข้าเพิ่งออกมาจากว่อเฟิงเต้า ทว่าบัดนี้ว่อเฟิงเต้าก็กลับมาเป็นของฝ่าบาทอีกครา ข้าจึงขอกลับไปที่นั่น แต่ก็ถูกฝ่าบาทตำหนิเสียยกใหญ่… ตรัสว่าที่ว่อเฟิงเต้ามิมีเรื่องอันใดต้องทำแล้ว จะกลับไปเนื่องด้วยเหตุอันใด ? ข้ากลัวเสียเหลือเกินว่าฝ่าบาทจะทรงเตะข้าไปที่แคว้นอี๋หรือแคว้นฝาน เฮ้อ… ! ”
“จะถอนหายใจเพื่ออันใดกัน ! เจ้ามิรู้หรือว่ามีขุนนางมากมายเพียงใดอยากไปยังสองแคว้นนั้น ? เพราะหากถูกส่งไปที่นั่นอย่างน้อยก็ต้องได้เป็นเต้าถาย ! ได้เป็นขุนนางชั้นใหญ่โต ! ดีกว่าเป็นชื่อหลางแห่งกรมขุนนางในตอนนี้มิใช่หรือ ? ”
“ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง ฝ่าบาททรงมีพระชนมพรรษาราวคราวเดียวกับพวกเรา หากได้ออกไปประจำการนอกพื้นที่สักพักแล้วกลับมา… ตำแหน่งเสนาบดีทั้งสามสำนักอย่าเพิ่งไปนึกคิดเลย ทว่าตำแหน่งเสนาบดีทั้งหกกรมก็มิน่าจะปลิวไปที่ใดมิใช่หรือ ? ”
กงซุนเซ่อชะงักงันขึ้นมาทันใด มีโอกาสเช่นนี้ด้วยหรือ ?
“เช่นนั้น…ถือเป็นเรื่องดีเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“เป็นเรื่องดียิ่งกว่าอันใดทั้งสิ้น ! ขนาดข้ายังอยากไปเลย เพราะจะว่าไปแล้วหัวหน้ากรมการค้าแม้มีตำแหน่งขั้นสามชั้นโท ทว่าก็มิอาจขึ้นสูงไปกว่านี้ได้อีกแล้ว แตกต่างจากตำแหน่งเต้าถายที่แม้เป็นตำแหน่งขั้นสามชั้นโทเช่นกัน ทว่ายังสามารถปีนขึ้นสูงได้อีก ! ”
กงซุนเซ่อหัวเราะออกมาเสียงดังพลางเอ่ยว่า “ฮ่า ๆ ๆ ไปกันเถิด มื้อเช้านี้ข้าจะเลี้ยงพวกท่านเอง ! ”
“ได้เยี่ยงไรกัน ? หากถูกส่งไปเป็นเต้าถายจริง เจ้าต้องจัดงานเลี้ยงที่หอซื่อฟางและจองห้องที่หอหลิวหยุนด้วย ! ”
……
……
ฟู่เสี่ยวกวนสวมชุดมังกรประจำตำแหน่งจักรพรรดิโดยมีชุนซิ่วคอยช่วยเหลือ
ของสิ่งนี้ค่อนข้างแปลกใหม่ เนื่องจากวันนี้มีเรื่องค่อนข้างใหญ่และสำคัญ เขาจึงปล่อยให้ชุนซิ่วแต่งองค์ให้เขาตามใจนาง
“ท่านพี่เพคะ”
“หือ ? ”