ตอนที่ 152
บทที่ 158
October 28, 2026
ดอกสุ่ยหลิงมีเพียงเก้ากลีบเท่านั้น ให้งูหลามยักษ์ฟ้ากำหนดสองกลีบ จื่อเฉินยังเหลืออีกเจ็ดกลีบ เมื่อเวลาผ่านไป กลีบดอกค่อยๆ หายไปต่อหน้าจื่อเฉินทีละกลีบ และภายในร่างกายของจื่อเฉิน ยังคงมีเสียงดังก้องกังวานอยู่เรื่อยๆ เสียงคลื่นค่อย ๆ หายไป และแทนที่ด้วยเสียงของฟ้าร้อง
เหมือนดั่งเทพสายฟ้าสวรรค์บินลงมาจากฟากฟ้า และขณะที่ทำลายล้างทุกสิ่งในโลก กลับนำสิ่งมีชีวิตแปลกใหม่มาด้วย รอบกายของจื่อเฉินเปล่งประกายด้วยแสงสีเงิน หลับตาลงเล็กน้อย มีความน่าเกรงขาม แรงกดดันที่ยิ่งใหญ่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย ราวกับว่าเทพเจ้าแห่งสายฟ้าเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ สง่าผ่าเผยและน่าเกรงขาม
งูสายฟ้ามากมายล้อมรอบร่างกาย เสื้อผ้าบนร่างกายของจื่อเฉิน ระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วมลายกลายเป็นผุยผง เขาไม่ได้สวมเสื้อผ้า แสงสีเงินส่องประกาย ผิวหนังผุดผ่องเหมือนดั่งหยก เปล่งประกายแสงอันล้ำค่า ประดุจดวงดาวบนท้องฟ้า และดุจดั่งสายฟ้าสีเงินที่สงบนิ่ง ล้วนเต็มไปด้วยความลึกลับ
ร่างกายและจิตใจของจื่อเฉินว้าวุ่น แล้วเข้าสู่พื้นที่สีเงินอีกครั้ง เมื่อพบเห็นชายหนุ่มสายฟ้า ในวินาทีนี้ ชายหนุ่มเหมือนราวกับเทพเจ้า ดวงตาเปล่งประกายแสงสีเงิน ฟ้าผ่าฟ้าร้อง ร่างกายล้อมรอบด้วยมังกรสายฟ้า และลมหายใจพลุกพล่าน
ราวกับว่าร่างของเทพเจ้าองค์หนึ่งประทับเข้าสู่ในหัวใจของจื่อเฉิน
“ปัง!” “ปัง!” “ปัง!”
จู่ๆกลีบดอกไม้ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่กลีบของดอกสุ่ยหลิงที่อยู่ตรงหน้าจื่อเฉินก็ระเบิด จากนั้นทั้งราก ลำต้น และใบไม้ต่างก็ระเบิด ละลายกลายเป็นกระแสน้ำเล็กๆ ที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของจื่อเฉิน
ฟ้าผ่าฟ้าร้อง แสงสีเงินระยิบระยับ ภายในห้องที่มืดมิด กลายเป็นแสงสีเงินพราวแพรว จื่อเฉินเปรียบเสมือนเทพเจ้าองค์หนึ่ง นั่งอยู่ภายในห้อง
ในค่ำคืนนี้ ลูกศิษย์หลายคนต่างรู้สึกถึงความกดดัน แรงกดดันนี้เกาะจับจิตใจของผู้คน ราวกับพลังแห่งสวรรค์ ยิ่งใหญ่เกรียงไกรสั่นสะท้านจิตวิญญาณ
ศิษย์หลายคนถูกขัดขวางการฝึกฝน ต่างพากันลุกขึ้นออกไป วันนี้ท้องฟ้าไม่มีดวงดาวและดวงจันทร์ ค่ำคืนมืดมิดจนน่าหวาดกลัว เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจที่กดดันปกคลุมอยู่รอบตัวเท่านั้น
เหล่าลูกศิษย์ตั้งใจแน่วแน่ที่จะค้นหาสถานที่ที่เกิดแรงกดดันนี้ แต่กลับไม่มีทางหาพบ ในวินาทีนี้จิตสัมผัสของลูกศิษย์จำนวนมากล้วนถูกขัดขวาง ทำให้ดูเหมือนแมลงวันไร้หัวที่พุ่งชนไปทั่ว
ความน่าเกรงขามอันน่าสะพรึงกลัวกินเวลายาวนานตลอดหนึ่งคืนเต็ม และเมื่อท้องฟ้ากำลังส่องสว่าง ในที่สุดแรงกดดันนี้ก็หายไป
เหล่าลูกศิษย์ต่างก็โล่งอกโล่งใจแล้วแยกย้ายกันกลับไป
สามวันต่อมา ประตูห้องที่ถูกปิดมาเกือบครึ่งเดือนในที่สุดก็เปิดออก จื่อเฉินในชุดดำเดินออกมา แววตาของเขาราวกับดวงดาว มีแสงสีเงินเป็นประกาย สว่างเจิดจ้าอย่างมาก ขณะที่ก้าวเดิน มีความน่าเกรงขามอย่างอธิบายไม่ถูกแผ่ซ่านออกมา ความน่าเกรงขามนี้เหมือนดั่งพลังแห่งสวรรค์ แสงสีเงินจางๆเป็นประกายอยู่เหนือผิวหนัง และมีงูสายฟ้าตัวเล็กแหวกว่ายอยู่เรื่อยๆ
ก้าวแรก แสงสีเงินในแววตาของจื่อเฉินถูกเก็บหายไป ก้าวที่สองความน่าเกรงขามรอบกายมลายหายไป เมื่อถึงก้าวที่สาม จื่อเฉินสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้แล้ว แสงสีเงินรอบกายหายไป และทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบสงบ
จื่อเฉินยืนอยู่นอกห้อง ค่อยๆสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ศิษย์หลายคนปรากฏตัวทีละคนในระยะไกล เมื่อเห็นจื่อเฉินในชุดดำ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปในทันที แววตามีความคาดหวัง และเมื่อเห็นแผ่นป้ายสัญลักษณ์สีดำที่เอวของจื่อเฉิน แววตาก็เต็มไปด้วยความอิจฉา
เมื่อไม่กี่วันก่อน มีข่าวลือออกมาว่าจื่อเฉินไม่จำเป็นต้องผ่านการประเมินก็สามารถเข้าสู่แกนหลัก โดยแทนที่ตำแหน่งของอู๋เซิ่งคนก่อนและกลายเป็นศิษย์แกนหลัก
จื่อเฉินลืมตาขึ้น สีหน้านิ่งเฉย
“สวัสดีครับ ศิษย์พี่จื่อเฉิน!”
“อรุณสวัสดิ์ครับ ศิษย์พี่จื่อเฉิน”