ตอนที่ 363
บทที่ 369
October 28, 2026
เฉินหลงมีกำลังสู้รบเยี่ยงสุดยอดอัจฉริยะอย่างแท้จริง โดยเฉพาะยังยิ่งใหญ่เกรียงไกรกว่าเฉินจื่อในวันนั้นเสียอีก เฉินเฟิงและคนอื่นๆ ย่อมไม่กล้าประมาทเป็นธรรมดา เวลานี้อยากจะควบคุมเฉินหลงไปพลาง ให้ลูกน้องส่งสัญญาณไปพลาง เรียกหาตัวช่วย
แต่ว่า ยังไม่ทันส่งสัญญาณออกไป จื่อเฉินก็ลงมือ ต่อยหมัดหนึ่งออกมา เป็นหมัดที่เรียบง่าย กลับสังหารผู้บำเพ็ญที่ส่งสัญญาณคนนี้ลงแล้ว ขณะเดียวกัน แม้แต่สัญญาณของสำนักบู๊ ยังถูกโจมตีทีเดียวแตกเป็นจุณแล้ว
“เจ้า.....!”
เฉินเฟิงสีหน้าเปลี่ยน ในสายตามีความหวาดกลัว เฉินหลงพุ่งมาท่ามกลางฝูงชนได้อย่างไร เดิมทีเขามองไม่ชัด ความเร็วของอีกฝ่าย เร็วจนถึงขีดสุด
“ปึง!”
ความโกรธเดือดพล่าน ความอาฆาตพุ่งทะยาน แผ่กระจายแสงสีทองรอบตัว ควงหมัดสีทองทั้งสอง ทุบไปทางผู้บำเพ็ญระยะปลายคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้าง
“ตึง!”
พอต่อยหมัดลง เกราะแสงป้องกันกายระเบิดแตก หน้าอกของผู้บำเพ็ญคนนี้ถูกต่อยจนยุบลง ร่างกายกระเด็นไปหลายสิบเมตร ตกลงพื้นแล้วสิ้นใจ
“เฉินหลง เจ้าใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว อยากเป็นปฏิปักษ์ต่อสำนักบู๊ และอยากเป็นปฏิปักษ์ต่อเมืองหยุนเมิ่งอย่างนั้นหรือ” เฉินเฟิงตวาดใส่ แต่รู้สึกไม่สู้ดี จึงกำลังถอยไปด้านหลัง
“ตึง!”
เสียงสั่นสะเทือน ราวกับเสียงตีกลองดังสนั่น ฟ้าดินสั่นสะเทือนไปหมด และมีผู้บำเพ็ญอีกคนหนึ่งตายอยู่ภายใต้หมัดของจื่อเฉิน การข่มขู่ของเฉินเฟิง เดิมทีไม่เป็นผล
เมื่อยามอยู่แดนชี่แท้ เขาก็หาเรื่องกลุ่มอิทธิพลสามฝ่ายเข้า กลายเป็นสถานการณ์ที่ไม่ตายไม่เลิกตั้งแต่แรกแล้ว เวลานี้เพื่อซูเมิ่งเหยาแล้ว ล่วงเกินกลุ่มอิทธิพลอีกสองฝ่ายจะเป็นอย่างไรเล่า
“ตึง!”
แสงสว่างสีทอง ปกคลุมผู้บำเพ็ญสองคนไว้ รอเมื่อแสงสีทองเลือนหาย พลังชีวิตของทั้งสองคนก็หายไปเรียบร้อย ล้มลงจมกองเลือด
จื่อเฉินในเวลานี้ เป็นบุคคลที่แข็งแกร่งและน่ากลัว
“เฉิน...... เฉินหลง......เจ้าอย่าเข้ามานะ ข้าไม่ได้ลงมือต่อซูเมิ่งเหยา” ชั่วพริบตาเดียวสังหารไปหลายคน มองเห็นสายตาอันเยือกเย็นของจื่อเฉินมองไปทางตนเอง ฟันของอู๋เซิ่งเริ่มสั่นกระทบกัน พูดจาติดอ่างขึ้นมา
นี่คืออู๋เซิ่ง วันนั้นที่ช่วงชิงตำแหน่งที่หนึ่งกับเขา ทั้งสองคนในยามนั้น ฝีมือพอๆ กัน สุดท้ายเป็นจื่อเฉินคว้าชัยชนะ แต่ผู้อาวุโสรองกลับบอกว่า อู๋เซิ่งอายุน้อย พรสวรรค์สูงกว่า จึงมอบตำแหน่งเข้าแกนหลักให้อีกฝ่ายไป
หลายปีผ่านไป แม้อู๋เซิ่งจะกลายเป็นแดนฟ้ากำหนด เติบโตเพิ่มขึ้นมากแล้ว แต่ว่าจื่อเฉินกลับเติบโตถึงระดับที่สังหารการมีอยู่ของแดนฟ้ากำหนดได้ในเสี้ยววินาที
“รอยเลือดรอยหนึ่งบนตัวของข้า ก็เป็นเขาทำไว้” ซูเมิ่งเหยาพูดขึ้น
“ได้ ข้าจะฟันเขาสิบรอบ” เสียงของจื่อเฉินเฉยชา เต็มไปด้วยความมั่นใจอันทรงพลัง
เขาเปลี่ยนจากหมัดเป็นฝ่ามือ ใช้สองนิ้วมือรวมตัวเป็นกระบี่ ชี่แท้ฟ้ากำหนดทะลักออกมาจากนิ้วมือ กลายเป็นชี่กระบี่ยาวหนึ่งเมตร ปล่อยออกมาไม่หยุด
“ไม่......ข้าไม่ได้ทำ” อู๋เซิ่งร้องโหยหวน ตกใจกลัวสุดขีด บนหน้าดูย่ำแย่อย่างยิ่ง
“ฟึ่บ!”
ในมือของจื่อเฉิน ฟันชี่กระบี่ลง แวววาวระยิบระยับ ฟันบนมือขวาของอู๋เซิ่งแล้ว มือขวาโดนฟันขาด เลือดสดพุ่งกระฉูด
“น่าจะเป็นมือข้างนี้กระมัง เช่นนั้นเริ่มจากตรงนี้แล้วกัน” เสียงของจื่อเฉินเย็นเยือก เหมือนเป็นมารร้ายที่เดินออกมาจากนรก
“อ่า......!” โดนฟันมือขวาขาด อู๋เซิ่งส่งเสียงคำรามอันโศกเศร้า