ตอนที่ 1152
ตอนที่ 1152 ป้ายห้อยเอวที่จักรพรรดินีพระราชทานให้ด้วยตนเอง !
September 20, 2026
คนในตระกูลชุยได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่าขาของตนอ่อนแรงลงทันที บ้างก็ตกใจเสียจนเกือบเป็นอัมพาตไปเสียด้วย
ขณะที่พวกเด็กเล็กกับผู้หญิงก็พากันตกใจจนร้องไห้ระงม
เมื่อเห็นว่าทหารของกองทัพแคว้นหนานกำลังจะลงมือ ชุยหยวนซานก็รีบก้าวไปข้างหน้าและตะโกนขึ้น
“คุณชายเฟิง คุยกันก่อนเถิด คุยกันก่อน !”
ทว่า
หลี่จุ่นกลับนิ่งเงียบ ไม่สนใจชายชราเลยแม้แต่น้อย
ครั้นแล้วเหล่าทหารของกองทัพแคว้นหนานก็ลงมือในทันที
เมื่อเห็นว่าตระกูลชุยกำลังจะถูกสังหารจนสิ้น ชุยหยวนซานก็รีบตะโกนขึ้น
“หยุดนะ ! ตระกูลชุยของข้าเป็นขุนนางทหารระดับสูงของแคว้นหนานเจ้า ข้ามีป้ายห้อยเอวที่จักรพรรดินีแห่งแคว้นหนานเป็นผู้พระราชทานให้กับมือ ! พวกเจ้ารีบหยุดเดี๋ยวนี้ !”
เมื่อได้ยินชุยหยวนซานเอ่ยเช่นนั้น
เหล่าทหารของแคว้นหนานถึงกับพากันตกตะลึง !
หลี่จุ่นเองก็หรี่ตาลงและยกมือขึ้นทันที เพื่อสั่งเหล่าทหารให้หยุดลงมือ
เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้ว ชุยหยวนซานก็หันไปพูดกับลูกชายคนโตของตน "เจ้าใหญ่ ไปเอาป้ายห้อยเอวมาให้คุณชายเฟิงดู !”
“ขอรับท่านพ่อ...”
ผู้นำตระกูลชุยมีสีหน้าบอกบุญไม่รับนัก แต่ก็รีบพุ่งตรงเข้าไปภายในจวนทันที
ทหารบางคนคิดจะขวางทางอีกฝ่ายไว้ หากแต่หลี่จุ่นกลับบอกให้ปล่อยไป
เรื่องที่ตระกูลชุยมีป้ายห้อยเอวที่จักรพรรดินีพระราชทานให้ช่างน่าสนใจนัก !
ชุยหยวนซานมองยังที่หลี่จุ่นและเอ่ยขึ้น
“คุณชายเฟิง อันที่จริงแล้วข้าเป็นผู้ว่าการของจังหวัดเจิ้นเป่ยแห่งแคว้นหนาน ตระกูลชุย และแคว้นหนานเป็นหนึ่งเดียวกัน นี่มิเท่ากับเราฆ่าแกงกันเองหรอกหรือ หวังว่าคุณชายเฟิงจะเข้าใจด้วย !”
น้ำเสียงของชุยหยวนซานในยามนี้ดูมั่นใจขึ้นมาก
ทว่า
ชุยเหวินและสมาชิกตระกูลชุยคนอื่น ๆ ต่างพากันส่ายหน้าแลถอนหายใจ
ขณะที่หลี่จุ่นฟังแล้วก็ถึงกับขมวดคิ้ว
จังหวัดเจิ้นเป่ยหรือ ?
นี่มันคือจังหวัดใดกัน ?
เหตุใดเขาจึงไม่ได้ยินมาก่อนเล่า ?
เขารีบหันไปมองหยวนเฟิงทันที จึงเห็นได้ว่าหยวนเฟิงเองก็กำลังเกาหัวด้วยความงุนงงอยู่เช่นกัน
“ท่านกุนซือ แคว้นหนานเราไม่มีจังหวัดนี้อยู่ ข้าไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย...”
ชุยหยวนซานได้ยินเช่นนั้นก็รีบกล่าวขึ้นทันที
“คุณชายเฟิง นี่คือความลับทางราชการของแคว้นหนาน พวกท่านยังไม่มีเจ้าสมบัติมากก็ย่อมไม่รู้เป็นธรรมดา แต่ขอแค่ได้เห็นป้ายห้อยเอวที่ฝ่าบาททรงพระราชทานมา ท่านก็จะรู้ได้เองว่าข้ามิได้พูดโกหก !”
หลี่จุ่นยังคงขมวดคิ้วโดยมิได้เอ่ยอันใดออกไป