ตอนที่ 1329
ตอนที่ 1329 ยกทัพ !
September 20, 2026
สุดท้ายหลี่จุ่นก็ไม่กล้าออกไปด้านนอก เขาฟังความคึกคักภายในบ้านอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะหายไปท่ามกลางความมืดมิด
ณ เช้าวันรุ่งขึ้น
เฟิงอู่หังและโจวชิงเป็นผู้นำทัพ นำกองทัพจำนวนสองแสนนายออกเดินทาง
ส่วนจางฟ่างและหลิวเซิ่งก็นำทัพเจิ้นเป่ยหนึ่งแสนนายเดินทัพตามพวกเฟิงอู่หังไปเดินทางออกจากเมืองซ่างหยวนและมุ่งตรงไปยังเมืองซินตู
รวมเป็นกองทัพใหญ่ทั้งหมดสามแสนนาย !
เครื่องยิงที่ทั้งใหญ่และหนัก รวมถึงปืนใหญ่ก็ถูกนำมากับกองทัพด้วย
สถานที่ตั้งทัพที่โจวชิงเลือกนั้นอยู่ห่างจากเมืองซ่างหยวนสองร้อยลี้ แต่ห่างจากเมืองซินตูไม่ถึงสามสิบลี้ !
เดิมทีแคว้นหนานก็เล็กอยู่แล้ว ในสายตาของหลี่จุ่นแล้ว พื้นที่ไร้ผู้ครอบครองเหล่านั้นในแคว้นหนานก้เทียบได้กับอำเภอหนึ่งในโลกอนาคตก็เท่านั้น
“ท่านกุนซือ นี่... จะได้ผลจริงๆ หรือ ?” เฟิงเป่าจินและหลี่จุ่นขี่ม้ามาส่งยังหน้าประตุเมือง
เฟิงเป่าจินมองดูธงของกองทัพใหญ่ที่โบกสะบัดมุ่งตรงไปยังทิศตะวันออก ภายในใจก็รู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมา
ถึงอย่างไรฝ่ายตรงข้ามก็เป็นถึงจักรพรรดิอู่
หลี่จุ่นเกลือบมองดูอีกฝ่ายแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ใต้เท้าเฟิงขี้ขลาดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใดหรือ ?”
แต่เมื่อลองคิดดูให้ดีแล้ว ที่เฟิงเป่าจินกลัวถึงขนาดนี้ก็นับว่ามีเหตุผล
เพราะเดิมทีเขาก็เป็นเพียงขุนนางสายบุ๋น อีกทั้งเขาเองก็ไม่ได้ติดตามกองทัพเมื่อครั้งที่วิ่งรอบจงหยวนในคราก่อน
ด้วยเหตุนี้จึงยังมีภาพจำเกี่ยวกับทัพของแคว้นหนานหยุดอยู่ในยุคก่อน จะกังวลก็ไม่แปลกนัก
“มิใช่ว่าข้าขี้ขลาดหรอก... เพียงแต่ตอนนี้ฝ่าบาทเองก็ไม่อยู่ นี่...” เฟิงเป่าจินอ้าปากค้าง คิดจะหลุดปากปฏิเสธ
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงอยู่ดี
เขาขี้ขลาดไปหน่อยจริง ๆ
หลัก ๆ แล้วก็เป็นเพราะว่าจักรพรรดินีหายตัวไป ภายในใจจึงรู้สึกเป็นกังวลนัก
“ใต้เท้าเฟิงวางใจเถิด”
หลี่จุ่นเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะเบี่ยงประเด็นไป
“เมื่อคืนหลานสาวใต้เท้าเฟิงหมั้นแล้ว ใค้เท้าเฟิงได้ไปร่วมงานหรือไม่ ?”
เฟิงเป่าจินพยักหน้ารับ “ข้าหาเวลาว่างแวะไปดูอยู่ครู่หนึ่ง ลุงเห็นว่าวันนี้มียกทัพจึงมิได้ไป”
หลี่จุ่นนึกใจหายขึ้นมา เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเหมือนไม่ใส่ใจนัก
“ได้ยินว่าคู่หมายของพี่หลิงจือ... เป็นบุตรชายของราชทูตจ้าวอะไรนั่นน่ะหรือ ? แค่ราชทูตคนหนึ่ง ใต้เท้าเฟิงก็ยินยอมด้วยหรือ ?”
เฟิงเป่าจินเหลือบมองชายหนุ่ม หากแต่ไม่รู้สึกได้ถึงเจตนาของหลี่จุ่น จึงเอ่ยขึ้น
“ถึงใต้เท้าจ้าวจะเป็นแค่ราชทูต เป็นขุนนางระดับหก แต่ก็มีความสนิทสนมกับฝ่าบาทองค์ปัจจุบันอยู่บ้าง เพราะอย่างไรก็แซ่จ้าวเหมือนกัน อีกทั้งได้ยินมาว่าบรรพบุรุษของใต้เท้าจ้าวเป็นลูกพี่ลูกน้องสายห่าง ๆ ของจักรพรรดิ์องค์ก่อน”
เอาเถอะ...