ตอนที่ 1410
ตอนที่ 1410 ให้แทงเจ้าหนึ่งทีหรือหักขาเจ้าหนึ่งข้างดีเล่า ?
September 20, 2026
ในเมื่อไม่อาจฆ่าหวังฉวนเหวิน แล้วข้าจะจัดการเจ้าไม่ได้เชียวหรือ ?
ภายในใจของหลี่จุ่นเต็มไปด้วยความเย็นระเยือก !
เขาเคยสาบานต่อหน้าเตียงของซั่งกวนหว่านเอ๋อร์มาก่อนว่าจะต้องแก้แค้นให้นาง
ครานี้เขาพบตัวคนที่ทำร้ายนางแล้ว จะปล่อยไปง่าย ๆ ได้อย่างไรเล่า ?
ตอนนี้ละ !
หลี่จุ่นลงมือในทันที เขาเดินลงจากบัลลังก์มายืนอยู่ข้าง ๆ เหวินเหรินกูที่บัดนี้มีใบหน้าซีดเผือด สีหน้าของหลี่จุ่นนั้นเผยให้เห็นรอยยิ้มแห่งความโหดร้าย น้ำเสียงเย็นชานั้นเอ่ยขึ้น
“เจ้าวางใจได้ เราไม่ฆ่าเจ้าหรอก แต่เจ้าทำร้ายอาจารย์เรา เจ้าก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่เจ้าทำลงไปเช่นกัน”
สีหน้าของเหวินเหรินกูในยามนี้ไม่น่าดูเป็นอย่างยิ่ง ชายหนุ่มนึกกลัวจนพูดอะไรไม่ออก
หลี่จุ่นชักกระบี่จากมือของทหารองครักษ์ในศาลาว่าการมาถือแล้วเอ่ยถามขึ้น
“ว่ามาเถอะ เจ้าอยากให้เราแทงเจ้าในแบบเดียวกัน หรืออยากให้เราหักขาเจ้าหนึ่งข้างดีเล่า ?”
เพียงได้ยินเช่นนั้น เหวินเหรินกูก็นึกอกสั่นขวัญแขวนขึ้นมา เขามองดูหลี่จุ่นแล้วฝืนยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้น
“มหาจักรพรรดิ กระหม่อมขอขมาได้หรือไม่ ? กระหม่อมจะไปขอขมากับอาจารย์ของ มหาจักรพรรดิ ขอมหาจักรพรรดิโปรดทรงละเว้นกระหม่อมด้วย...”
เจียงเยว่ฉานมองดูเหวินเหรินกูและหลี่จุ่นโดยไม่เอ่ยอันใด
เหล่าทหารในศาลาว่าการนั้นก็ทำได้เพียงมองอยู่เงียบ ๆ ไม่กล้าเอ่ยคำใดเช่นกัน
“ไม่ได้หรอก !”
หลี่จุ่นส่ายหน้าปฏิเสธพลางยกกระบี่ในมือขึ้นมากวัดแกว่งอยู่ตรงหน้าเหวินเหรินกู ทำทีว่าจะแทงอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ
เหวินเหรินกูเห็นดังนั้นก็รีบตะโกนขึ้นทันที
“มหาจักรพรรดิโปรดละเว้นกระหม่อมด้วย !”
“อ้อ ? เจ้ามีอะไรที่อยากพูดอีกหรือ ?” น้ำเสียงของหลี่จุ่นคล้ายต้องการหยอกเย้า
เหวินเหรินกูอ้าปากค้างด้วยความลังเล สุดท้ายก็ยอมกัดฟันเอ่ยออกไปโดยไม่สนใจสิ่งใดอีก
“ขอมหาจักรพรรดิ... โปรดลงมือให้เด็ดขาดด้วย !”
ชายหนุ่มเกรงว่าตนเองคงไม่อาจรอดพ้นจากกระบี่เล่มนี้ไปได้แล้ว
เขาเกลียดตาแก่หวังฉวนเหวินผู้นี้ยิ่งนัก !
เหวินเหรินกูหลับตาจนแน่นสนิท รอให้หลี่จุ่นใช้กระบี่แทงตนเอง
ทว่า
ครั้นเมื่อรออยู่นานก็ไม่เห็นว่าหลี่จุ่นจะลงมือสักที เขาจึงลืมตาขึ้นด้วยความแปลกใจ
แต่ชายหนุ่มกลับได้เห็นว่าหลี่จุ่นเอากระบี่เล่มนั้นคืนให้แก่ทหารองครักษ์แล้ว ซ้ำยังเดินกลับไปนั่งยังบัลลังก์อีกด้วย
หลี่จุ่นนั่งลงที่เดิมแล้วเอ่ยขึ้น
“เราเปลี่ยนใจแล้ว เราจะใช้เจ้าเป็นเงื่อนไขต่อรอง ส่วนจะต่อรองได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วละ เจ้าคิดว่าตนเองมีค่าแค่ไหนก็คงไปคิดให้ดีแล้วถึงตอนนั้นค่อยมาตอบเรา”
เหวินเหรินกูถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดเขาก็ไม่ต้องรับกระบี่นี้แล้ว
เช่นนั้นก็ดีเกินพอ...
“ขอบพระทัยมหาจักรพรรดิที่ทรงละเว้น !”