ตอนที่ 293
ตอนที่ 293 ข้าน้อยเฉียวเฟิง!
September 20, 2026
บนเรือขนาดกำลังพอดี คนพายเรือพายอยู่ที่ท้ายเรือด้วยความยากลำบาก เรือค่อย ๆ แล่นไปกลางทะเลสาบ โดยมีเรืออีกหลายลำอยู่รอบ ๆ
ล่องเรือกลางทะเลสาบกับทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิเบ่งบานริมทะเลสาบ
ช่างเป็นภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม
ชายชราเปิดอุปกรณ์วาดภาพ จากนั้นให้หลี่จุ่นนั่งตามสบาย แล้วถามด้วยรอยยิ้ม “ข้าโจวจิ้งฟู มิทราบว่าควรจะเรียกน้องชายว่าอะไรดี”
หลี่จุ่นยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “ข้าน้อยเฉียวเฟิง!”
ชายชราดูตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นยิ้มแล้วพยักหน้า “แซ่เฉียวนี้ไม่ค่อยได้ยินนัก เมื่อพิจารณาจากสำเนียงของน้องชายแล้ว น่าจะเป็นคนจากเมืองหลวง”
“...บรรพบุรุษเป็นคนทางตอนเหนือ ต่อมาก็ย้ายมาฉางอัน ไม่ค่อยพบจริง ๆ นั่นแหละ ท่านสายตาเฉียบคมมาก!”
หลี่จุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตระหนักว่าแซ่เฉียวนั้นไม่ค่อยมีจริง ๆ
เกือบจะโป๊ะแตกแล้ว
ชายชราโจวจิ้งฟูยิ้ม ตั้งขาตั้ง ก่อนจะวางกระดาษบนนั้น และเด็กน้อยก็ฝนหมึกอยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนว่าจะมีหลากหลายสีค่อย ๆ เรียงออกมา
หลี่จุ่นรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที
ยุคสมัยนี้น่าสนใจมาก
การพัฒนาทางเศรษฐกิจค่อนข้างล้าหลัง แต่การพัฒนาทางวัฒนธรรมเกือบจะทันช่วงราชวงศ์หมิงและชิงในจีนโบราณแล้ว
อย่างเครื่องมือวาดภาพนี้ก็ดูล้ำสมัยอยู่บ้าง
“น้องชายไม่ต้องเกร็ง ทำตัวตามสบายได้เลย” ชายชราพูดด้วยรอยยิ้ม
หลี่จุ่นพยักหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถาม “ผู้อาวุโสเป็นพวกศิลปะนามธรรมหรือ”
ชายชราดูตกตะลึงโดยไม่รู้สาเหตุ
“ก็คือ ภาพที่ท่านวาดดูเหมือนคนจริง ๆ ไหม หรือว่าภาพที่ท่านวาดเป็นแนวศิลปะหรือแนวนามธรรมไปเลย” หลี่จุ่นกล่าว
ชายชราดูตกตะลึงยิ่งขึ้นเมื่อได้ยิน “ข้าจะพยายามให้เต็มที่...”
“ไม่เป็นไร ผู้อาวุโสเอาที่ท่านสะดวกเถอะ” หลี่จุ่นรู้สึกว่าเขาไม่ควรพูดตรง ๆ ขนาดนั้น
ชายชราสังเกตหลี่จุ่นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มวาดภาพด้วยหมึก พลางพูดคุยสัพเพเหระกับหลี่จุ่นไปด้วย
“น้องเฉียวเฟิงทำงานอะไรหรือ”
“...ก็ ก็แค่นอนเก็บเงิน”
“…”
“ผู้อาวุโสนอกเสียจากท่านเป็นจิตรกรแล้ว ท่านยังทำอะไรอีกหรือ” หลี่จุ่นรุกถาม
ชายชราหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบ “ข้าไม่ใช่จิตรกร การวาดภาพเป็นเพียงงานอดิเรกและความสนใจ โชคดีที่ลูกเป็นขุนนางในราชสำนัก และบรรพบุรุษก็เคยเป็นผู้ว่าการก็เลยพอมีทรัพย์สินที่ตกทอดมา ดังนั้นข้าเลยสามารถทัศนาจรไปเรื่อย ๆ ได้”
คนแซ่โจวรวยขนาดนี้...เดาว่าน่าจะมีความสัมพันธ์กับกั๋วจิ้วนะ
“ไม่ใช่มืออาชีพ งั้นเดาว่าคงจะออกแนวนามธรรมบ้างแหละ...”