ตอนที่ 624
ตอนที่ 624 น้องเจ็ด เจ้าจะเอาชีวิตใครก็ดูเป้าหมายให้ดีเถิด
September 20, 2026
จงจื่อหนิงออกไปแล้ว
เขานำภาพวาดไปคืนให้หลี่จุ่น ชายหนุ่มผู้อยู่ในกระโจมจอมทัพถือภาพวาดเหมือนนั้นมองดู เมื่อครุ่นคิดไปถึงเสิ่นจิงหง เขาก็ทอดถอนใจออกมา
เขาเองก็คิดไม่ถึงว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหญิงสาวผู้นี้จะเปลี่ยนไปได้มากถึงเพียงนี้ ทั้งที่ตอนแรกนางยังมองตนเองด้วยท่าทีดูแคลน สุดท้ายพอหลี่เจิ้งพระราชทานสมรสให้แต่งงานกัน ทั้งสองคนก็ได้เป็นสามีภรรยาหนึ่งคืน
แล้วยังได้จุมพิตกันอีกด้วย
เป็นหนึ่งในหญิงสาวไม่กี่คนที่ได้มีท่าทีสนิทสนมกับเขา
เมื่อเห็นภาพวาดเหมือนของเสิ่นจิงหง ภายในใจหลี่จุ่นก็เกิดคิดถึงขึ้นมายิ่งนัก
อาหยวนเดินเข้ามาจากภายนอก เมื่อนางมองเห็นหลี่จุ่นถือภาพเหมือนของเสิ่นจิงหงไปทอดถอนใจไป หญิงสาวก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
ทว่า เมื่อคิดได้ว่าตนเองต่างหากคือคนที่เข้ามาแทรกกลาง ก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
“ท่านจอมทัพ ยังไม่เจอเบาะแสของแม่นางเสิ่นหรือเจ้าคะ” หญิงสาวรู้ดีถึงเรื่องที่จงจื่อหนิงทลายกองโจรเพื่อตามหาเสิ่นจิงหง
หลี่จุ่นส่ายหน้าแล้วม้วนภาพวาดเก็บอย่างดี ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เจ้าเด็กซื่อบื้อนี่ ดูท่าแล้วคงไปที่เมืองหลวงเตรียมปล้นคุกหลวงจริง ๆ แล้วละ”
อาหยวนรีบเอ่ยขึ้นทันที
“เช่นนั้นก็แย่สิเจ้าคะ องค์หญิงเคยบอกไว้ว่าการปล้นคุกหลวงมีโทษถึงชีวิต หรือต่อให้ทำไม่สำเร็จ โทษที่ได้รับก็หนักหนายิ่งนัก”
ครั้งนั้นตอนที่หลี่จุ่นถูกขังในคุกหลวง นางกับฉิงเอ๋อร์เคยปรึกษากันว่าจะแอบเข้าไปช่วยหลี่จุ่นออกจาคุกหลวงดีหรือไม่ แต่หลี่เหวินจวินกลับสั่งห้ามทันที
องค์หญิงใหญ่บอกว่าการปล้นคุกหลวงนั้นมีโทษประหาร แม้ว่าตัวนางเองจะเป็นองค์หญิงใหญ่ แต่ก็จะต้องโดนลงโทษหนักเช่นกัน โทษสถานหนักถึงตาย โทษสถานเบาคือการถูกถอดยศ ทำให้อาหยวนรู้ดีว่าผลลัพธ์ของการปล้นคุกหลวงนั้นคืออะไร
คราวนี้หากเสิ่นจิงหงคิดจะไปปล้นคุกหลวงจริง ๆ เช่นนั้นหากเสิ่นคั่วคิดจะช่วยนางก็คงต้องพยายามเป็นอย่างมากทีเดียว !
เพราะนี่คือการท้าทายต่อกฎหมายของราชวงศ์อู่และพระราชอำนาจของฮ่องเต้
เมื่อสองสิ่งนี้รวมกันก็มีแต่โทษตายเท่านั้น !
เพียงอาหยวนเอ่ยปากนางก็รู้ได้ว่าตัวเองน่าจะใช้คำผิดไป จึงรีบเอ่ยขึ้น
“ท่านอย่าได้กังวลจนเกินไปนักเลย แม่นางเสิ่นเองก็เป็นคนที่รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามเช่นนี้เป็นแน่ อีกอย่าง มีเสิ่นไท่ฟู่อยู่ทั้งคน ไม่มีทางปล่อยให้นางไปปล้นคุกหลวงได้แน่นอน”
หลี่จุ่นพยักหน้าพลางถอนใจ แล้วเอ่ยขึ้น
“หวังว่านะ”
อาหยวนพยักหน้า ค่อย ๆ เดินมาโอบเอวของหลี่จุ่นไว้ด้วยความอ่อนโยน
หลี่จุ่นลูบคลำใบหน้าที่งดงามของหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น
“อาหยวน เจ้าไปเรียกกุนซือมาเถิด เรื่องสงครามทางชายแดนเหนือต้องรีบจัดการให้เรียบร้อยจึงจะดี”
“อืม เจ้าค่ะ” อาหยวนพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย แล้วรีบออกไปเรียกหลินชิงทันที
......
ณ เมืองหลวง