ตอนที่ 808
ตอนที่ 808 นักพรตทำนายดวงชะตากับชายขายขนมเปี๊ยะ
September 20, 2026
สีหน้าของนักพรตเฒ่าค่อย ๆ สงบลง ไม่คุยสัพเพเหระไปอยู่นานสองนาน
หวังเยียนหรันรู้อย่างแจ่มแจ้งได้ทันที ก่อนจะรีบให้เสี่ยวจูจ่ายเงิน
เสี่ยวจูล้วงตำลึงเงินก้อนละสิบตำลึงออกมาจากในกระเป๋าเสื้อ แล้ววางไว้บนโต๊ะของนักพรตเฒ่า
ในตอนนี้เองสีหน้าของนักพรตเฒ่าถึงได้เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือกวาดบนโต๊ะ
เขาค่อย ๆ เก็บเงินเข้าไปในปากกระบอกแขนเสื้อ ทันใดนั้นขณะนี้เองถึงได้ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“รบกวนแม่นางฟังคำของข้าก่อน หากจากไปแล้วก็จากไป อย่าไปใส่ใจมันมากเกินไป ไม่อย่างนั้นจะเกิดเรื่องตามมา เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย มนุษย์ไม่สามารถกำหนดได้...”
นักพรตเฒ่ายังพูดไม่ทันจบ หวังเยียนหรันก็รีบพูดแทรกเขา นางเอ่ยถามขึ้นว่า
“นี่ท่านนักพรตหมายความว่าอย่างไร?”
นักพรตเฒ่าหัวเราะฮ่า ๆ เผยให้เห็นฟันเหลือง ๆ ออกมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“แม่นางฝันเห็นคนในดวงใจ เดิมทีก็เป็นความถวิลหาในตอนกลางวันที่แปรเปลี่ยนไปเป็นความฝันอยู่แล้ว แต่แม่นางก็คงรู้ดีว่าคนเป็นกับคนตายไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ในความฝันนอกความฝันเป็นเรื่องจริงหรือภาพลวงตา ทำให้คนรู้สึกตะขิดตะขวงใจได้ง่าย...”
“เสี่ยวจู เราไปกันเถอะ!”
ทันใดนั้นสีหน้าของหวังเยียนหรันก็เคร่งขรึมลง!
เมื่อรู้แล้วนางก็ลุกขึ้นเตรียมจะไป แต่ว่าก็ยังไม่ลืมที่จะหันหลังกลับไปด่านักพรตเฒ่าประโยคหนึ่ง
“เจ้ามันจอมลวงโลก ข้าจะไปบอกท่านพ่อของข้า ว่าให้จับเจ้าเข้าคุกเสีย!ห”
เสี่ยวจูอึ้งก่อนจะรีบเดินตามไป!
นางไม่เคยเห็นคุณหนูของตนเดือดเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้มาก่อน!
นักพรตเฒ่าผู้นั้นจะสื่อว่าอะไรอย่างนั้นหรือ?
จิ่งอ๋องตายแล้วอย่างนั้นหรือ?
เสี่ยวจูไม่กล้าคิด
เมื่อเห็นทั้งสองสาวนั่งก้นยังไม่ทันร้อนก็จากไปอย่างสง่าแล้ว นักพรตเฒ่าที่อยู่บนแผงลอยทำนายดวงชะตาก็อึ้งไปอยู่นานสองนาน
นี่มันบ้าอะไรกัน?
เขายังต้มตุ๋นไม่เสร็จเลย...ทำไมถึงไปแล้วเล่า?
“ฮ่า ๆ ข้าว่านะตาเฒ่าจอมลวงโลก ครั้งนี้ทำให้เขามองออกอย่างทะลุปรุโปร่งแล้วกระมัง?”
ข้าง ๆ แผงลอยทำนายดวงชะตายังมีชายร่างกำยำขายขนมเปี๊ยะอยู่คนหนึ่ง ทั้งสองคนมักมาตั้งแผงลอยด้วยกัน
นักพรตเฒ่าทำนายดวงชะตาได้เงินมา ก็พลอยไปซื้อขนมเปี๊ยะกิน
ในตอนนี้เอง
เมื่อนักพรตเฒ่าได้ยิน ก็รีบจ้องชายขายขนมเปี๊ยะเขม็งทีหนึ่ง
ทันใดนั้นเขาก็ล้วงเงินทองแดงสองเหรียญออกมาจากปากกระบอกแขนเสื้อ แล้วโยนให้อีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ใส่งาเยอะ ๆ ล่ะ”
ชายขายขนมเปี๊ยะรีบรับไป
ก่อนจะถือโอกาสหยิบขนมเปี๊ยะร้อน ๆ ชิ้นหนึ่งมาห่อด้วยกระดาษ และโรยงาไปตามอำเภอใจ ก่อนจะส่งไปให้แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“รีบหนีไปเสียเถอะ คนที่เจ้าหลอกเมื่อครู่ไม่ใช่คุณหนูตระกูลทั่ว ๆ ไป พ่อของเขาเป็นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายในราชสำนักแห่งราชวงศ์นี้ และนางเป็นถึงเจ้าของหอสุราหลงไถเชียวนะ! คุณหนูผู้นี้เจ้าเองก็คงรู้จักใช่หรือไม่? หวังเยียนหรันผู้เลื่องชื่อแห่งเมืองหลวงอย่างไรเล่า!”
“ให้ตายเถอะ เป็นนางเอกหรอกหรือ?!”