ตอนที่ 12
บทที่ 12 บ้าไปแล้วหรือ
October 22, 2026
หยุนหลิงยักไหล่ ไม่ได้ใส่ใจความเย็นชากะทันหันของเซียวปี้เฉิง
สายตาของฉู่หยุนเจ๋อหมุนไปมาระหว่างพวกเขา อยากพูดแต่ไม่ได้พูด รอจนคนเข้าไปถึงห้องโถงใหญ่แล้ว เขากับฉู่หยุนหานถึงเข้าไปเชิญซื่อจื่อเฒ่าผัวเมีย
เห็นคนไม่มาเสียที ตงชิงถอนหายใจอย่างหน้าดำเคร่งเครียด
“ทั้งๆที่เมื่อวานทักทายกันก่อนแล้ว นายท่านกับฮูหยินกลับไม่ได้รออยู่ในห้องโถง คาดว่าคงยังวุ่นวายอยู่กับเรื่องของเมียน้อยกระมัง”
หยุนหลิงนั่งกินเมล็ดทานตะวันอย่างใจเย็น “ช่างเขาวุ่นวายยังไง วันนี้ข้าอยู่ เรื่องนี้ก็อย่าคิดที่จะสำเร็จ”
ก่อนหน้านี้เซียวปี้เฉิงไม่รู้เรื่องนี้ ได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น
“ตงชิง น้ำชานี่เย็นไปบ้างแล้ว เจ้าไปเปลี่ยนกาน้ำร้อนมา”
เมื่อให้ตงชิงออกไปแล้ว ในห้องโถงก็เหลือเพียงเขาและหยุนหลิง
“ซื่อจื่อเฒ่าจะยกเหลียนฮูหยินขึ้นเป็นผิงชีเทียบภรรยาเอก? ก่อนกลับมาเจ้าไม่ได้บอกเรื่องนี้กับข้า!”
ซื่อจื่อเฒ่าก็คือพ่อของหยุนหลิง เพราะว่าตำแหน่งกั๋วกงยังคงอยู่ในมือกั๋วกงเก่า พ่อของนางไม่มีตำแหน่งบรรดาศักดิ์ ผู้คนจึงเรียกเขาว่าซื่อจื่อเฒ่า
น้ำเสียงของเซียวปี้เฉิงเคร่งขรึมและเย็นชา หนักแน่นอย่างยิ่ง
“หากเจ้าอยากให้ข้ากลับบ้านเป็นเพื่อนเจ้า ก็เพื่อช่วยเจ้าขัดขวางเรื่องนี้ เช่นนั้นข้าก็จำเป็นต้องบอกเจ้าก่อน ข้าไม่ยุ่งเกี่ยวแน่นอน!”
ฉู่หยุนหานเป็นเพื่อนรักที่โตมาพร้อมกัน เขารู้ว่าตำแหน่งลูกสาวคนโตของภรรยาเอกสำหรับฉู่หยุนหานสำคัญแค่ไหน
พูดได้ว่า หากตอนแรกไม่ใช่เพราะว่าการแยกทายาทหลัก ฉู่หยุนหานก็เป็นพระชายาจิ้งของเขาไปตั้งนานแล้ว
หยุนหลิงมองดูเขาอย่างยิ้มแย้ม “ไม่ได้บอกให้ท่านช่วยข้าขัดขวางเรื่องนี้เสียหน่อย ข้าจัดการคนเดียวก็พอแล้ว”
“เช่นนั้นเจ้ามีจุดประสงค์อะไร?”
“ให้แม่ของข้าวางใจยังไงล่ะ ท่านกับข้าอยู่ร่วมกันอย่างดี แม่ของข้าเห็นแล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วง”
นี่เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งเท่านั้น
“แต่ว่าเมื่อครู่ท่านบอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่าเสียคำพูดล่ะ”
เดิมทีหยุนหลิงก็ไม่ได้คาดหวังเซียวปี้เฉิงจะช่วยตัวเอง เรียกเขามาก็เพื่อขัดใจฉู่หยุนหาน
ขอแค่ฉู่หยุนหานเห็นเขาไม่พูดจาช่วยเหลือ ก็พอที่จะทำให้นางอึดอัดใจมากพอแล้ว
เซียวปี้เฉิงสีหน้าเคร่งขรึม “ข้าบอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยว ก็ไม่มันวันยุ่งเกี่ยวแน่นอน”
ฉู่หยุนหานเป็นเพื่อนรักที่โตด้วยกันมา เขาไม่มีวันอยู่จุดยืนตรงข้ามไปทิ่มแทงใจฝ่ายตรงข้าม
แต่หยุนหลิงเคยช่วยเยียนอ๋อง ก็มีบุญคุณต่อเขา
วิธีที่ดีที่สุดก็คือไม่ช่วยทั้งสองฝั่ง มิหนำซ้ำเขาเองก็ไม่เหมาะที่จะยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้อยู่แล้ว
รอไปสักครู่ พ่อแม่คู่นั้นของหยุนหลิงไม่ได้ปรากฏตัว แต่กลับมีฮูหยินโฉมงามคนหนึ่งที่บุคลิกอ่อนโยนสง่ามาแล้ว
ฝ่ายตรงข้างสวมชุดกระโปรงสีขาว หน้าตาคล้ายคลึงกับฉู่หยุนหาน หยุนหลิงแค่เห็นก็รู้ว่านางเป็นเมียน้อยของพ่อนาง เหลียนฮูหยิน
เหลียนฮูหยินไม่ถือว่าสวยงามมากนัก แต่ผิวของนางขาวกว่าหญิงสาวทั่วไปเยอะมาก ใบหน้าก็คมชัด
บุคลิกของนางให้คนมีความรู้สึกมีสติปัญญาสงบนิ่ง สง่ามีเสน่ห์
ใช้คำพูดยุคปัจจุบันพูด นั่นก็คืองามอย่างมีสติปัญญา
ผ่านความทรงจำในสมอง หยุนหลิงมีภาพลักษณ์โดยประมาณสำหรับเหลียนฮูหยินแล้ว
พิจารณาในใจแล้ว ก็รู้ว่าควรจะรับมือกับคนแบบนี้อย่างไร
“ปี้เฉิง หลิงเอ๋อร์ เมื่อครู่มีเรื่องทำให้ล่าช้าไม่ได้มาต้อนรับ อย่าได้เอาไปใส่ใจ สักครู่ซื่อจื่อกับฮูหยินก็ถึง”
เซียวปี้เฉิงพยักหน้า สีหน้าอ่อนโยน “ไม่เป็นไร น้าเหลียนช่วงนี้สบายดีหรือไม่?”
เพราะเหตุของฉู่หยุนหาน ความสัมพันธ์ของเซียวปี้เฉิงและเหลียนฮูหยินใช้ได้ อย่างน้อยก็ดีกว่าแม่ของหยุนหลิงเยอะมาก
“ข้าต้องดีอยู่แล้ว ปกติก็ช่วยหานเอ๋อร์จัดการยาสมุนไพรที่เจ้าและเยียนอ๋องหามา ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นทำแล้ว ชีวิตเรียบง่ายแต่ก็สบายใจ”