ตอนที่ 1159
ตอนที่ 1159 ฟันฝ่าความทุกข์ยากมาด้วยกัน
September 20, 2026
และแล้วเขาก็กัดฟันแล้วพูดว่า “ข้ามีเรื่องหนึ่งที่ไม่รู้ว่าสมควรจะพูดรึไม่จริงๆ”
“เรื่องอะไรรึ?” อู๋เจี๋ยรีบถามขึ้น
ราวกับว่าจางจวิ้นกำลังพูดถึงเรื่องบาดใจ เขายิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า
“ที่จริงตระกูลจางของข้าล่มสลายแล้ว ไม่เหลือสิ่งใดเลย หากไม่ใช่ว่าข้าหนีเร็ว เจ้าอาจจะไม่ได้พบข้าอีกแล้วก็ได้”
อู๋เจี๋ยอึ้งไปทันที เขามองจางจวิ้นอย่างเหลือเชื่อแล้วพึมพำว่า “ท่านพี่คงไม่ได้หลอกข้าใช่รึไม่?”
“เรื่องเช่นนี้ข้าจะหลอกเจ้าได้อย่างไร เฮ้อ!” จางจวิ้นถอนหายใจ
อู๋เจี๋ยอึ้งไปทันที นี่เขาเพิ่งจะรู้เรื่องงั้นรึเนี่ย? ต่อให้เขาจะเป็นลูกผู้ดีมากเพียงใด หรือจะไม่แยแสเรื่องอื่นเพียงใด แต่บัดนี้ก็รู้สึกโกรธเกรี้ยวขึ้นมา เขากัดฟันแล้วพูดว่า
“ข้าเห็นเจ้าเป็นพี่ใหญ่ แต่เจ้ากลับปิดบังข้านานมากเพียงนี้เชียวรึ?”
เขายังคิดว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเป็นผลประโยชน์ต่อเขาเสียอีก แต่สุดท้ายกลับมาบอกกับเขาว่าตระกูลจางล่มสลายแล้วเนี่ยนะ? แล้วจะยังไหว้ร่วมสาบานกันเพื่ออะไร ฟันฝ่าความทุกข์ยากมาด้วยกันเพื่ออะไรกัน
อู๋เจี๋ยรู้สึกเดือดดาลอย่างยิ่ง จู่ๆจางจวิ้นก็คุกเข่าลงทันที คราวนี้อู๋เจี๋ยถึงกับอึ้งไปทันที
ทันใดนั้นจางจวิ้นก็ร้องไห้ฟูมฟายแล้วพูดว่า “น้องชาย เรื่องนี้ผิดที่ข้าเอง แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเจ้ายังไม่รู้เรื่องนี้ พี่เองก็ไร้หนทาง เจ้าดูสิครอบครัวของข้าตายกันไปหมด ข้าเองก็เสียใจกับเรื่องนี้ นี่คือความทรงจำที่เจ็บปวดของข้า หากไม่ใช่เพราะเจ้าถามข้า ข้าก็ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป”
“คือ......”
อู๋เจี๋ยมองท่าทีที่เจ็บปวดของจางจวิ้น เขารู้สึกละอายและรู้สึกผิดอย่างยิ่ง เมื่อนึกถึงความทรงจำที่พวกเขาทั้งสองได้ดื่มสุราพูดคุยกัน เที่ยวเตร่ไปด้วยกัน เขาเองก็น้ำตาคลอแล้วคุกเข่าด้วย
“ไม่สิไม่ นี่ไม่ใช่ความผิดของท่านพี่ เป็นความผิดของข้าเอง ข้าเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้พี่นึกถึงเรื่องเหล่านี้”
อู๋เจี๋ยร้องไห้แล้วพูดขึ้น
เมื่อจางจวิ้นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโล่งอกทันที เจ้าหมอนี่ถูกชักจูงง่ายเสียจริง เขาตีไข่ใส่สีต่อว่า
“แล้วเจ้าจะยังนับข้าเป็นท่านพี่ของเจ้ารึไม่?”
“นับ!”
อู๋เจี๋ยรีบโบกมือ เขาเช็ดน้ำตาแล้วพูดว่า “พวกเราไหว้เทพเจ้ากวนอูมาด้วยกันแล้ว ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็เป็นท่านพี่ของข้าไปตลอดกาล!”
“น้องชาย!”
จางจวิ้นพยุงเขาให้ยืนขึ้นทั้งน้ำตา และแล้วสองพี่น้องก็กอดกันอย่างแน่นหนา เมื่อเรื่องเข้าใจผิดได้คลี่คลายแล้ว จางจวิ้นก็ดึงอู๋เจี๋ยมานั่งอยู่หน้าโต๊ะ แล้วเริ่มพูดเรื่องสำคัญขึ้นเบาๆ
“น้องชาย มีเรื่องหนึ่งข้าอยากจะบอกเจ้า” จางจวิ้นกระซิบอย่างมีลับลมคมใน