ตอนที่ 240
ตอนที่ 240 เจรจากิจการ
September 20, 2026
ฉินเหยียนเอามือไพล่หลังและพูดอย่างมั่นใจอย่างยิ่งว่า
“สำหรับที่อื่นแล้วของพวกนี้ถือเป็นของที่หาพบได้ยากมาก แต่ในเมืองใหม่แล้วมันเป็นของที่เห็นได้ทั่วไป เพื่อตอบแทนการสนับสนุนของทุกท่าน วันนี้จะลดราคาทั้งหมด คุณภาพสูงและราคาต่ำอย่างแน่นอน คุ้มค่าเงินและไม่มีขีดจำกัดในการซื้อ อยากจะซื้อเท่าไรก็ย่อมได้!”
ทุกคนยิ่งตกตะลึงกันเข้าไปใหญ่ ของดีเช่นนี้แต่กลับมีราคาถูก ต่างก็แย่งกันซื้อ
“ข้าเอาจอกหยกเย่กวังสองร้อยใบ!”
“ข้าเอากระดาษ เอาสามจิน......”
“ข้าเอาเกลือละเอียดสองคันรถ!”
หากทหารหัวกะทิไม่ได้รับหน้าที่เป็นผู้รักษาความปลอดภัยห้ามคนพวกนี้เอาไว้ละก็ เกรงว่าเหล่าพ่อค้าทั้งหลายคงแห่กันมาแย่งกันซื้อตรงหน้าของฉินเหยียนแล้ว ทุกคนต่างแย่งกันพูดจนวุ่นวายไปหมด
ฉินเหยียนตีฆ้องแล้วพูดจัดระเบียบว่า “ทุกคนไม่ต้องร้อนใจไป เริ่มตั้งแต่บัดนี้ ให้แต่ละคนต่อแถวเพื่อลงทะเบียนซื้อ ตราบใดที่มีเงินมากพอ รับรองว่าทุกท่านจะได้รับของกลับไปเต็มรถแน่นอน!”
ปริมาณการซื้อขายของเหล่าพ่อค้าน่าตะลึงอย่างมาก เงินที่นำมาต่างซื้อของไปหมด บางคนที่นำเงินมาไม่พอยังทำการขอยืมเพื่อซื้อของ เพียงคืนเดียวฉินเหยียนก็ได้รับกำไรอย่างล้นหลาม
......
พ่อค้าบางคนเมื่อได้รับของแล้วก็ออกเดินทางทันที เพื่อที่จะได้วางขายของพวกแปลกใหม่พวกนี้ในร้านค้าของตนเองให้เร็วที่สุด แต่ก็มีพ่อค้าที่ไม่รีบร้อนจะออกเดินทาง เดินท่องเที่ยวไปยังท้องถนนอันกว้างขวางของเมืองใหม่ เพื่อสัมผัสความเจริญรุ่งเรืองของเมืองใหม่ วิวทิวทัศน์ที่หรูหรานี้
แต่มีคนมีความสุข ก็ย่อมมีคนทุกข์
ซูปั้นเฉินนอนอยู่บนที่นอนในที่พัก เขานอนไม่หลับเลยทั้งคืน พอหันไปมองใบหนี้ที่กองอยู่เต็มโต๊ะก็เครียดอย่างมาก บรรยากาศคึกคักเมื่อคืนทำให้เขาไม่สนว่าจะต้องใช้เงินเท่าไร ขอเพียงได้เป็นเป้าสายตา และเป็นพ่อค้าผู้มั่งมีที่มีกำลังและสุดยอดที่สุดก็พอ
เงินที่นำมาด้วยเมื่อซื้อสิทธิ์ในการจำหน่ายน้ำหอมและสบู่แล้วยังคงมีเหลืออยู่ แต่กลับต้องจ่ายให้จ้าวฉี่หมิงอย่างไร้เหตุผลไปหกหมื่นตำลึง
อีกทั้งยังมีเกลือละเอียดที่ซื้อมาในภายหลัง กระดาษ จอกหยกเย่กวัง แจกันแก้ว ค่าใช้จ่ายจิปาถะมากมาย จึงต้องติดหนี้หลายแสนตำลึง นำเงินมาไม่พอจึงต้องให้เขาอยู่ที่นี่เพื่อจำนอง แล้วให้เด็กรับใช้กลับไปเอาเงินมาไถ่เขากลับไป
ซูปั้นเฉินถอนหายใจยาวๆแล้วพูดอย่างเสียใจภายหลังว่า “วู่วามจริงๆ วู่วามจริงๆ! ใช้ทรัพย์สินไปครึ่งหนึ่งเลย ซูปั้นเฉินเอ๊ยซูปั้นเฉิน คราวนี้เจ้าสูญเสียไปครึ่งเมืองแล้วจริงๆ!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ้งจากทหารหัวกะทิดังขึ้นด้านนอก “อ๋องเหยียนเสด็จ!”
ซูปั้นเฉินรีบลุกขึ้นนั่งบนที่นอนทันที เขาขมวดคิ้วแน่น นี่มาทวงหนี้ตั้งแต่เช้าเลยงั้นรึ? เขาไม่ทันได้คิดอะไรมากมาย รีบลุกขึ้นเพื่อออกไปต้อนรับ และได้คารวะ “อ๋องเหยียนพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินเหยียนเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาดึงซูปั้นเฉินเข้าไปในห้องอย่างกระตือรือร้น
“ไม่ต้องเกรงใจกับข้าหรอก เจ้าคือร้านค้ารายใหญ่ที่สุดของข้าเชียวนะ ข้ายังคงพึ่งพาเจ้าในการสร้างรายได้นะ ดังนั้นข้าน่าจะต้องประจบเจ้ามากกว่า ไม่ต้องมากพิธีหรอก”