ตอนที่ 625
ตอนที่ 625 สละแขนข้างหนึ่งด้วยตนเอง
September 20, 2026
ฉินเหยียนกวาดตามองหญิงทั้งสามแล้วพูดว่า “เหตุใดพวกเจ้าจึงยังไม่ไป?”
หยางจิ่นซิ่วพูดว่า “ข้าไม่ใช่คนอาณาจักรฉินเสียหน่อย คำสั่งของเจ้าไม่เป็นผลกับข้า ข้าจะอยู่ที่นี่เจ้าจะทำอะไรได้?”
จ้าวจีเอ๋อร์เองก็พูดอย่างหนักแน่นว่า “ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า อย่างไรหากเจ้าตายไปข้าก็ไม่ยอมอยู่คนเดียวต่อไป ต่อให้ต้องตายก็จะตายข้างกายของเจ้า”
เซี่ยชิงถือธนูเอาไว้แล้ว นางพูดอย่างเห็นความตายดั่งคืนสู่มาตุภูมิว่า “อ๋องเหยียนเป็นผู้ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ ต่อให้ฆ่าข้าไปข้าก็ยินดี” ว่าแล้วก็จ้องมองเฝิงตู่อย่างไม่ละสายตา “หากมีคนอยากจะฆ่าพระองค์ เช่นนั้นก็ข้ามศพข้าไปก่อน!”
เฝิงตู่ยิ้มประชดแล้วถือดาบเดินเข้าไป “ไม่คิดเลยจริงๆว่าเจ้าจะมีวาสนากับหญิงสาวด้วย ข้าไม่มีเลยสักคน แต่เจ้ากลับมีผู้หญิงถึงสามคนที่ยอมตายเพื่อเจ้า”
ฉินเหยียนยิ้มเจื่อนๆแล้วพูดว่า “ที่จริงก็ไม่ใช่แค่สามคน”
เมื่อสิ้นเสียงแล้วสิบสองปิ่นหิรัญย์ก็พุ่งตัวออกมาเรียงราย ต่างก็ถืออาวุธแล้วยืนบังฉินเหยียนเอาไว้ และพูดอย่างเด็ดขาดว่า “พวกข้าเองก็ยินดีที่จะไปตายแทนท่านอ๋อง หากคิดจะฆ่าอ๋องเหยียนก็ฆ่าพวกข้าไปก่อน!”
เฝิงตู่มองหญิงสาวเต็มตำหนักที่อุทิศตนให้กับเจ้าหมอมากขนาดนี้ จู่ๆเขาก็หัวเราะออกมา
“ไร้สาระ ไร้สาระจริงๆ ไร้สาระสิ้นดี!” เขาหัวเราะราวกับเสียสติ แล้วชี้ฉินเหยียนพร้อมพูดว่า “เจ้าหมอ หลอกข้าได้ตายใจเชียวนะ!”
ฉินเหยียนดูออกว่าบัดนี้แววตาของเฝิงตู่ไม่มีจิตสังหารแล้ว จึงได้ออกคำสั่งว่า “พวกเจ้าวางอาวุธลง”
จากนั้นก็หันมองเฝิงตู่ “เรามาคุยกันดีๆดีกว่านะสหาย”
เฝิงตู่รู้สึกสับสนอย่างมาก เขาพูดว่า “ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับคนอาณาจักรฉิน”
เมื่อพูดดังนั้น ตอนที่จะหันหลังจากไปเขาก็หันหน้ากลับไปมองฉินเหยียนแล้วพูดว่า “ที่เดิม”
เมื่อสิ้นเสียงก็ก้าวหายไปจากตำหนักในพริบตา
เมื่อหยางจิ่นซิ่วและเซี่ยชิงวิ่งออกไปเฝิงตู่ก็หายไปกับท้องฟ้ายามราตรีแล้ว ฉินเหยียนไม่คิดเลยว่าวิชาตัวเบาของเฝิงตู่จะสุดยอดเช่นนี้ มีฝีมือขนาดนี้ยังถูกจับได้ตอนขโมยไก่อีกนะ
เขาพูดอย่างประหลาดใจว่า “นี่คือเฝิงตู่ที่ข้ารู้จักรึเนี่ย?”
หยางจิ่นซิ่วกลับเข้ามาในตำหนักแล้วอธิบายว่า “นี่คือวิชาลับอันแข็งแกร่งของตระกูลกงซุน เคลื่อนที่ในพริบตา วิชานี้สามารถเดินทางเป็นพันลี้ได้ในวันเดียว”
ฉินเหยียนยิ้มเจื่อนๆแล้วส่ายหน้า ที่แท้ตั้งแต่ทั้งสองได้พบกันก็ซ่อนตัวตนมาตลอด
ทันใดนั้นเองเมื่อต้าหย่งเห็นว่านักฆ่าไปแล้วอ๋องเหยียนยังปลอดภัยดี เขาก็วางใจขึ้นมา ทหารพยัคฆ์เสือดาวก็มีคนกระซิบกระซากกันอย่างสงสัยว่า
“กงซุนอู๋หมิงไม่เคยพลาดท่ามาก่อนเลย เหตุใดจึงปล่อยอ๋องเหยียนไปล่ะ?”
“ฟังจากน้ำเสียงที่พวกเขาพูดคุยกันแล้ว เหมือนจะรู้จักกันมาก่อนนะ”
“อ๋องเหยียนเป็นนักปราชญ์เชียวนะ จะไปรู้จักนักฆ่าได้อย่างไรกัน?”
ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยกันอยู่ฉินเหยียนก็ได้พูดกับจ้าวจีเอ๋อร์ว่า “เอาเหล้าที่ดีที่สุดในพระราชวังนี้มาให้ข้าสักไห”
“เพคะ” จ้าวจีเอ๋อร์ไม่ได้ถามอะไรมากความ นางออกคำสั่งให้ไปเอาเหล้าที่ล้ำค่ามาหนึ่งไห
ฉินเหยียนค่อยๆเดินลงจากบัลลังก์ “ถอดชุดเกราะให้ข้า”
ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง และถอดชุดเกราะออกให้เขาอย่างเบามือ เมื่อถอดชุดเกราะแล้วฉินเหยียนก็มองไปที่เสี่ยวจิ่ว
“เจ้าถือเหล้าแล้วตามข้าไป”
“เพคะ” เสี่ยวจิ่วรับเหล้ามาแล้วขึ้นรถม้าไปอย่างเชื่อฟัง