ตอนที่ 567
บทที่ 569 ใครไว้หน้าเจ้า
October 28, 2026
มีคนรู้เรื่องที่ฉีเฟยอวิ๋นกลับเมืองหลวงไม่มาก หนานกงเย่เองก็พยายามปิดข่าวให้ได้มากที่สุด เขามีความคิดของเขาเองเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นฉีเฟยอวิ๋นเดินตามหนานกงเย่เข้าประชุมขุนนางและเห็นจวินโม่ซ่างในการเข้าประชุมขุนนาง
จวินโม่ซ่างก็ตกใจเช่นเดียวกัน เห็นฉีเฟยอวิ๋นแล้วก็เกือบจะย่างก้าวเข้าไปแต่โชคดีที่ถังหลงหยุดรั้งเอาไว้ ถังหลงเหยียบเสื้อคลุมใต้ขาของจวินโม่ซ่างทีหนึ่งเขาถึงได้นิ่งไว้ไม่ไปหาฉีเฟยอวิ๋น
เบื้องบนราชสำนักฉีเฟยอวิ๋นกับหนานกงเย่ถวายบังคมองค์จักรพรรดิอวี้ตี้ หลังจากลุกขึ้นแล้วองค์จักรพรรดิอวี้ตี้ทรงถามถึงกิจวัตรสองสามประโยคจากนั้นมองไปยังจวินโม่ซ่าง
“การหายตัวไปของพระชายาเย่ในครานี้มีข่าวลือว่าองค์รัชทายาทแห่งอู๋โยวเป็นผู้กระทำ แต่สืบพบแล้วว่าพระชายาเย่หลงทางไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องการหายตัวไปของพระชายาเย่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์รัชทายาทแห่งอู๋โยว” องค์จักรพรรดิอวี้ตี้ทรงตรัสอย่างเฉยเมยจากนั้นจวินโม่ซ่างเดินออกไปในทันที
“มิได้ เมืองต้าเหลียงคิดมากไปแล้ว แม้ว่าพระชายาเย่จะถูกลักพาตัวและเข้าใจโม่ซ่านผิด โม่ซ่างเองก็มิได้ถือสา พอดิบพอดีกับเวลาที่โม่ซ่างมาถึงเมืองต้าเหลียงนั้นพระชายาเย่ก็เกิดเรื่องขึ้นเรื่องนี้จึงน่าสงสัยจริงๆ
แต่ในเมื่อตอนนี้พระชายาเย่ไม่เป็นไรแล้วก็เป็นเรื่องน่ายินดีใหญ่หลวงและก็ได้คืนความบริสุทธิ์ให้กับโม่ซ่าด้วยเป็นธรรมดาอยู่แล้ว"
จวินโม่ซ่างกล่าวเช่นนี้องค์จักรพรรดิอวี้ตี้ก็ทรงพยักพระพักตร์แล้วทรงตรัสอย่างเฉยเมยว่า: “องค์รัชทายาทแห่งอู๋โยวกล่าวได้ถูกต้อง”
เหล่าขุนนางต่างมองหน้ากันและคาดเดาพระทัยของจักรพรรดิ
สันนิษฐานว่าเรื่องแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีนั้นแน่นอนแล้ว!
เสนาบดีเฉินขมวดคิ้ว แม้ว่าตอนนี้บุตรสาวจะมีหน่อเนื้อเชื้อไขของจักรพรรดิและยังรักษาตำแหน่งฮองเฮาเอาไว้ได้ทั้งยังเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท
แต่กล่าวโดยแท้จริงแล้วเรื่องที่ฝ่าบาทเข้าออกตำหนักหรงเต๋อบ่อยครั้งนั้นกลับไม่มีผู้ใดรู้
แม้ว่าเรื่องของต้ากั๋วจิ้วจะส่งผลไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่ได้สั่นคลอนตำแหน่งของต้ากั๋วจิ้วในราชสำนัก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงว่าตำแหน่งของหรงเต๋อเฟยในพระทัยของฝ่าบาท
เสนาบดีเฉินกำลังจะสิ้นชีวิต เขาหวังว่าบุตรสาวของเขาจะคลอดบุตรชาย ฝ่าบาทเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนก็จะแต่งตั้งให้เป็นมกุฎราชกุมาร
เช่นนั้นแล้วเขาก็ยังพอมีหวังจะเเก่งแย่งอยู่บ้าง หากว่าเป็นบุตรสาวเขาก็จะยอมตายใจ
แต่ด้วยจุดยืนเช่นนี้ในตอนนี้เขาก็ไม่สามารถดื้อรั้นหัวชนฝาได้และยิ่งไม่สามารถคาดเดาพระทัยของจักรพรรดิได้!
เสนาบดีเฉินก้มศีรษะและประสานมือไว้ด้วยกัน
เหล่าลูกศิษย์ทั้งหลายของเสนาบดีเฉินต่างมองดูเสนาบดีเฉิน เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดและผู้คนอื่นๆก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดทั้งสิ้นไปด้วย
ผู้คนบางส่วนมองราชครูจวิน ราชครูจวินหลับตาลงราวกับว่าเขากำลังพิจารณาสิ่งใดอยู่
องค์จักรพรรดิอวี้ตี้ทรงกังวลยิ่งนักจนไม่ได้ทรงตรัสสิ่งใดทั้งสิ้นในเวลานี้
“เจ้าแห่งเมืองต้าเหลียง กระหม่อมเมืองอู๋โยวมาเพื่อการอภิเษกเชื่อมสัมพันธไมตรี ไม่ทราบว่าจักรพรรดิทรงคิดเอาไว้เรียบร้อยหรือยังพะย่ะค่ะ?” ถังหลงผลักจวินโม่ซ่างและจวินโม่ซ่างก็ไม่สามารถไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ได้
เดิมทีจวินโม่ซ่างตั้งใจว่าเขาแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีช้าสักหน่อยก็ดี ไม่เช่นนั้นหากเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีคุยกันเรียบร้อยแล้วก็จะถึงเวลาที่เขาจะต้องจากไปแล้ว
สำเร็จหรือไม่ก็เป็นเวลาที่ทั้งสองทัพเผชิญหน้ากันทั้งสิ้น
แต่ถังหลงมีปัญหามากมายและจวินโม่ซ่างไม่กล่าวก็ไม่ได้
องค์จักรพรรดิอวี้ตี้เหลือบมองผู้คนเบื้องล่าง เป็นใบ้กันหมดหรือ?
อ้ายชิงทั้งหลายเห็นว่าเช่นไร?” องค์จักรพรรดิอวี้ตี้ได้โบยอ๋องเย่และอ๋องตวนแล้วและวันนี้อ๋องตวนก็ไม่ได้เข้าประชุมขุนนาง พระองค์ทรงคิดว่าไม่มีขุนนางผู้ใดกล้าทำสร้างวุ่นวายในเวลานี้
ฉีเฟยอวิ๋นเหลือบมองราชครูจวิน ราชครูจวินยกเปลือกตาขึ้นแล้วหนานกงเย่ก็กล่าวว่า: "กระหม่อมมีฎีกาพะย่ะค่ะ"
องค์จักรพรรดิอวี้ตี้เลิกพระขนงขึ้น แววพระเนตรปรากฏถึงความไม่พอพระทัยและไม่พึงพอใจเต็มพระทัย แต่ว่าต่อหน้าทูตที่มาจากภายนอกองค์จักรพรรดิอวี้ตี้ก็ทรงตรัสสิ่งใดมากไม่ได้จึงทำได้เพียงเห็นด้วย: "กล่าวมา"
“กระหม่อมคิดว่าเนื่องจากเมืองอู๋โยวต้องการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเมืองต้าเหลียง รวมความสามัคคีเป็นเวลาร้อยปีเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับทั้งสองแคว้น
แต่เมืองต้าเหลียงเรามีธรรมเนียมในการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีเสมอมา หากว่าเป็นการอภิเษกเชื่อมสัมพันธไมตรีจะถูกคัดเลือกเข้ามาเป็นราชบุตรเขยของเมืองต้าเหลียงเราทั้งสิ้น เช่นนี้เมืองต้าเหลียงเราถึงจะอภิเษกเชื่อมสัมพันธไมตรีได้!
องค์รัชทายาทแห่งอู๋โยวได้ทรงเคยเข้าพระทัยในเรื่องนี้หรือไม่? "
หนานกงเย่กล่าวพร้อมมองไปยังจวินโม่ซ่าง จวินโม่ซ่างนิ่งเงียบเป็นเวลานาน เหตุใดเขาถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน?
จวินโม่ซ่างวิตกแล้วช้าไปชั่วขณะหนึ่งจากนั้นถังหลงก็กล่าวโดยตรงว่า: “แต่ว่าทั้งสองแคว้นอภิเษกเชื่อมสัมพันธไมตรีก็ย่อมไม่สามารถเห็นพ้องแค่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น ขอทรงให้เจ้าแคว้นประจักษ์แจ้งด้วย "
จวินโม่ซ่านถึงตอบสนองขึันมาได้และเหลือบมอง ถังหลงที่อยู่ข้างๆแล้วกล่าวว่า: "ถูกต้อง ขอจักรพรรดิทรงโปรดประจักษ์แจ้งด้วยพะย่ะค่ะ"
“องค์รัชทายาทแห่งอู๋โยว......เป็นธรรมเนียมของเมืองต้าเหลียงเราจะเปลี่ยนแปลงตามอำเภอใจได้เช่นไร ยิ่งไปกว่านั้นเมืองอู๋โยวเคยส่งเครื่องบรรณาการให้เมืองต้าเหลียงเรา การเข้าร่วมราชวงศ์ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ สตรีของเมืองต้าเหลียงเรามีความสามารถเพรียบพร้อมและฉลาดงดงามเป็นตัวอย่างของอิสตรีทั้งหลาย
ในเมื่อเมืองอู๋โยวต้องการอภิเษกเชื่อมความสัมพันธไมตรีก็ต้องเข้าใจซะก่อน หรือว่าเมืองอู๋โยวอภิเษกเชื่อมสัมพันธไมตรีไม่ใช่จุดประสงค์ที่แท้จริงของคณะทูตที่มาเมืองต้าเหลียงเราในครั้งนี้? "