ตอนที่ 590
บทที่ 590 ไฟไหม้พระที่นั่งบำรุงฤทัย
October 22, 2026
ฉีเฟยอวิ๋นถูกนำตัวเข้าไปในพระที่นั่งบำรุงฤทัย นางกังวลใจ จักรพรรดิอวี้ตี้คงจะไม่โหดเหี้ยม!
หลังจากที่เสี่ยวสวีจื่อพาฉีเฟยอวิ๋นเข้าไปแล้วก็ออกไป ฉีเฟยอวิ๋นรออยู่ในพระที่นั่งบำรุงฤทัยนานกว่าครึ่งชั่วยาม ก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าออกมาจากด้านใน เมื่อฉีเฟยอวิ๋นเงยหน้าขึ้นก็เห็นจักรพรรดิอวี้ตี้ ในเวลานั้นฉีเฟยอวิ๋นสาปแช่งในใจ ท่านสามารถฆ่าคนได้มามากมาย แต่จะละเว้นข้าสักคนได้หรือไม่
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกใจไม่ดี แต่ก็ยังคุกเข่าลงและโขกศีรษะให้แก่จักรพรรดิอวี้ตี้
องค์จักรพรรดิและข้าราชบริพารนั้นแตกต่างกัน บับตั้งแต่ฉีเฟยอวิ๋นได้รับความเดือดร้อนจากจักรพรรดิอวี้ตี้ ฉีเฟยอวิ๋นก็จดจำเอาไว้ในใจ
จักรพรรดิอวี้ตี้เดินมาตรงหน้าฉีเฟยอวิ๋น และช่วยพยุงฉีเฟยอวิ๋นให้ลุกขึ้น:“ลุกขึ้นเถอะ รอจนร้อนใจแล้วใช่หรือไม่?”
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกอึดอัดใจ ราวกับว่ามีอะไรมาอุดกั้นไว้ นางไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้นกับจักรพรรดิอวี้ตี้ ในโลกนี้มีผู้คนมากมาย เขากลับไม่ไปจัดการ แต่จงใจที่จะหาเรื่องนาง?
ยิ่งคิดฉีเฟยอวิ๋นก็ยิ่งรู้สึกว่าสวรรค์ไม่ยุติธรรมกับนาง นางรู้สึกเสียใจที่เชื่อคำพูดของหนานกงเย่และรั้งอยู่ที่นี่
ข้างนอกต่างก็รู้กันดีว่านางถูกหนานกงเย่นำตัวไป แต่ในตอนนี้นางปรากฏตัวอยู่ในวัง หากจักรพรรดิอวี้ตี้ต้องการจะลงมือกับนางให้ตายจริง ๆ นางก็จะตายโดยไร้หลักฐาน เมื่อถึงตอนนั้นเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมใด ๆ
“หม่อมฉันมิกล้า!”
ฉีเฟยอวิ๋นรีบกล่าว
จักรพรรดิอวี้ตี้มองฉีเฟยอวิ๋นที่กำลังก้มหน้าและกล่าวว่า:“เงยหน้าขึ้นกันเถอะ”
ฉีเฟยอวิ๋นจึงเงยหน้าขึ้น ภายใต้โคมไฟที่ส่องสว่าง หน้าตาของฉีเฟยอวิ๋นงดงาม เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิอวี้ตี้เหม่อลอย นางก็หันหลังกลับไปนั่งลงที่โต๊ะด้านล่าง:“มานี่ มาเล่นหมากรุกเป็นเพื่อนข้า ท่านพ่อของเจ้าเล่นหมากรุกได้แย่มาก และเจ้าอารมณ์ไม่น้อยเลย ข้าล้มหมากรุกไปหลายกระดานแล้ว เจ้ามาเถอะ!”
ฉีเฟยอวิ๋นตกลงและนั่งลงเพื่อเล่นหมากรุกเป็นเพื่อนจักรพรรดิอวี้ตี้ จักรพรรดิอวี้ตี้ใจไม่อนู่กับเนื้อกับตัว เขาถามถึงสถานการณ์ของฉีเฟยอวิ๋นและหนานกงเย่เป็นครั้งคราว ฉีเฟยอวิ๋นไม่สามารถเดาได้ว่าจักรพรรดิอวี้ตี้คิดอะไรอยู่ แต่นางรู้สึกว่าไม่ได้มีเจตนาดี
ดังนั้นฉีเฟยอวิ๋นจึงไม่ได้พูดอะไรมากนัก
“ก็เป็นเช่นนั้นเพคะ เขาอารมณ์ไม่ค่อยดี ปล่อยเขาไปก็ไม่มีอะไรแล้ว เพียงแต่จะไม่สบายตาไปทั้งวันก็เท่านั้น”
จักรพรรดิอวี้ตี้รู้สึกขบขัน:“เขาเป็นอ๋องเย่ และมีสถานะสูงส่ง เขาติดตามข้ามาตั้งแต่ยังเด็ก และเป็นข้าที่ตามใจเขา เป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่เห็นใครอยู่ในสายตา”
“เพคะ”
ฉีเฟยอวิ๋นแสร้งทำเป็นกลัดกลุ้มใจ และจักรพรรดิอวี้ตี้ก็อารมณ์ดีอย่างไม่มีเหตุผล
“ข้าเหนื่อยแล้ว อีกเดี๋ยวก็จะถึงเวลาเข้าเฝ้าในช่วงเช้าแล้ว ตรวจดูร่างกายให้ข้าแล้วไปพักผ่อนเถอะ”
“เพคะ”
จักรพรรดิอวี้ตี้ยื่นมือให้ฉีเฟยอวิ๋น ฉีเฟยหอวิ๋นใช้สมาธิตรวจดูและแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ นางจึงลุกขึ้น
จักรพรรดิอวี้ตี้ชี้ไปที่ด้านในของพระที่นั่งบำรุงฤทัย:“ไปพักด้านในเถอะ ข้าจะพักข้างนอกสักครู่แล้วจะจากไป ปกติแล้วด้านในของพระที่นั่งบำรุงฤทัยจะไม่มีใครอยู่ เจ้ารออยู่ที่นี่ แล้วเสี่ยวสวีจื่อจะหาเวลาเข้ามาดูแล”
ฉีเฟยอวิ๋นไม่คิดว่าเพื่อนางแล้ว จักรพรรดิอวี้ตี้จะซับซ้อนมากเช่นนี้
หลังจากที่พูดจบแล้ว จักรพรรดิอวี้ตี้ก็ไปนอนลงที่ด้านข้าง ฉีเฟยอวิ๋นไม่กล้าพูดอะไรมาก ดังนั้นนางจึงไปนอนลงที่ด้านใน
เมื่อจักรพรรดิอวี้ออกไปแล้ว ฉีเฟยอวิ๋นก็ลุกขึ้น
เดิมทีนางวางแผนว่าจะออกไปเดินเล่น และส่งจดหมายถึงหนานกงเย่ แต่ไม่คิดว่ายังไม่ทันจะได้ออกไป นางก็พบว่าประตูของพระที่นั่งบำรุงฤทัยถูกล็อก
ฉีเฟยอวิ๋นจึงกลับไปพักผ่อนต่อ
หลังจากที่จักรพรรดิอวี้ตี้เสร็จจากการเข้าเฝ้าในช่วงเช้าแล้ว เขาก็ไปทานอาหารเช้าเป็นเพื่อนมู่เหมียน จากนั้นก็กลับมาทำงานที่พระที่นั่งบำรุงฤทัย
หลังจากที่ฉีเฟยอวิ๋นทานอาหารเช้าแล้ว จักรพรรดิอวี้ตี้ก็อ่านฎีกา ส่วนฉีเฟยอวิ๋นก็อ่านตำราแพทย์
ฉีเฟยอวิ๋นและจักรพรรดิอวี้ตี้ไม่ได้พูดคุยกัน นางถูกลักพาตัวมา
จักรพรรดิอวี้ตี้ถามว่า:“เจ้าคิดเห็นอย่างไรกับการศึกครั้งนี้?”
“หม่อมฉันไม่มีความคิดเห็นใด ๆ เพคะ เพียงแต่เป็นกังวลมาก!”