ตอนที่ 669
บทที่ 671 หวาชิงตามรังควาน
October 22, 2026
ฉีเฟยอวิ๋นมอบไข่มุกให้กับเสี่ยวเฉียวและให้หนานกงเย่อุ้มเจ้าห้าไว้ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถแยกจากเจ้าห้าได้เลย แต่เพื่อเป็นการปกป้องเสี่ยวเฉียว และเพื่อให้คนในจวนรู้ถึงตำแหน่งฐานะของเสี่ยวเฉียวในจวนแห่งนี้ ฉีเฟยอวิ๋นจึงจำเป็นต้องพาเสี่ยวเฉียวออกไปเดินเล่นหนึ่งรอบ
หลังจากกลับมาจากการเดินไปรอบๆ ตอนนี้ท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว
ฉีเฟยอวิ๋นจึงนำเสี่ยวเฉียวไปส่งที่ห้องนอนของเด็กๆ จากนั้นจึงกลับไปหาหนานกงเย่เพื่อปรึกษาหารือ โดยใช้โอกาสที่อากาศดีๆ เตรียมสร้างเรือนขึ้นมาให้กับเสี่ยวเฉียว
อย่างไรเสียก็เป็นเด็กผู้หญิง หากไม่สร้างเรือนแยกออกมา ก็เกรงว่าจะไม่ถูกต้องเหมาะสม
ทั้งสองคนปรึกษาหารือกันจนดึกดื่น ตามที่ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวนั้น สร้างเรือนให้กับเสี่ยวเฉียวหนึ่งหลังข้างๆ เรือนสวนดอกกล้วยไม้
ฉีเฟยอวิ๋นคิดชื่อเอาไว้แล้ว นั่นก็คือเรือนหลินหลาง
หนานกงเย่ตื่นขึ้นแต่เช้าและเรียกช่างฝีมือเข้าพบ หลังจากฉีเฟยอวิ๋นลุกขึ้นก็เริ่มวาดภาพและนำภาพวาดมอบให้กับช่างฝีมือ ช่างฝีมือต่างรู้สึกตกใจในพรสวรรค์การวาดภาพของฉีเฟยอวิ๋น นับเป็นการออกแบบที่วิจิตรและวิเศษอย่างมาก
มีความสวยงามพอๆ กับเรือนหลักและเรือนจวินจื่อ แต่การตกแต่งภายในนั้นมีความละเอียดและประณีตกว่าเรือนจวินจื่ออยู่มาก
ไม่นานช่างฝีมือจำนวนสามพันคนก็เริ่มดำเนินการตามที่ได้รับสั่ง ฉีเฟยอวิ๋นเรียกเสี่ยวเฉียวมาหาและถามนางว่ามีความเห็นตรงไหนหรือไม่ เสี่ยวเฉียวกล่าวว่าต้องการแขวนระฆังแปดเหลี่ยมไว้ที่บนยอดของตัวเรือนและอยากได้ยินเสียงระฆังดังในเวลาที่มีลมพัด
จากนั้นฉีเฟยอวิ๋นจึงออกแบบระฆังแปดเหลี่ยมเข้าไปบนยอดสุดของตัวเรือน
เรื่องที่จวนท่านอ๋องเย่ต้องการสร้างเรือนหลินหลางนั้นก็ถูกแพร่ข่าวออกไป มีผู้คนมาเยี่ยมเยือนและจึงได้ทราบว่าหนานกงเย่มีลูกสาวบุญธรรมหนึ่งคน
ถึงขนาดว่ามีบางคนแพร่ข่าวออกไปว่า เมื่อหลายปีก่อนหนานกงเย่ได้พบกับหญิงสาวสวยคนหนึ่งเข้า และหญิงสาวคนนั้นก็ให้กำเนิดลูกสาวของเขา เขาได้พบกับหญิงสาวคนนั้นขณะไปออกรบที่เมืองอู๋โยวและตอนนี้หญิงสาวคนนั้นก็จากไปแล้ว แต่นางได้ทิ้งลูกสาวไว้หนึ่งคน เขาจึงนำกลับมา
เมื่อฉีเฟยอวิ๋นได้ยินเรื่องนี้เธอเกือบจะสำลักออกมา จากนั้นจึงรีบวางถ้วยชาลงและลูบหน้าอกไปมา
หนานกงเย่อุ้มเจ้าห้าและเห็นว่าเธอสำลักจึงรีบเดินเข้ามาหา "เกิดอะไรขึ้นหรือ ทำไมจู่ๆ ก็สำลักล่ะ?"
ฉีเฟยอวิ๋นไม่เป็นอะไร แต่รู้สึกน่าขบขันเท่านั้น
หนานกงเย่นั่งลงและถามอาอวี่ "ยังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่?"
"ไม่มีแล้วขอรับ มีเพียงแค่เรื่องนี้ที่ฟังดูมีเหตุผลขอรับ" อาอวี่ไม่ได้ติดตามหนานกงเย่ไปที่เมืองอู๋โยว และมักรู้สึกว่าความเป็นมาของเสี่ยวเฉียวนั้นแปลลกประหลาด
ถึงแม้จะไม่สามารถมีลูกกับหญิงสาวคนอื่นได้ แต่อาอวี่เห็นว่า การที่เสี่ยวเฉียวได้รับการปรนนิบัติอย่างดีเช่นนี้จะต้องมีเหตุผลอื่นอย่างแน่นอน
หนานกงเย่ขมวดคิ้วและทำสีหน้าเคร่งขรึม "ดูเหมือนเจ้าจะต้องถูกโบยสักหน่อยเสียแล้ว"
จากนั้นอาอวี่จึงไม่กล้าพูดอะไรอีก
ฉีเฟยอวิ๋นหันกลับมามองหนานกงเย่ "เรื่องในเรือนหม่อมฉันจะยกให้เป็นหน้าที่ของท่านอ๋องนะเพคะ ตอนนี้เรื่องของเมืองอู๋โยวก็แก้ไขปัญหาได้แล้ว ประชาชนในเมืองต้าเหลียงอย่างใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขแล้ว อวิ๋นจิ่นก็จัดการกิจการการค้าได้ดี ตอนนี้ก็เหลือแค่เรื่องของหวาชิงเพคะ"
"ตอนนี้อวิ๋นอวิ๋นรู้สึกเสียใจแล้วหรือ?" หนานกงเย่นึกถึงเรื่องที่ฉีเฟยอวิ๋นชอบทั้งผู้หญิงผู้ชายก็รู้สึกโมโหขึ้นมา
จากนั้นฉีเฟยอวิ๋นจึงจ้องมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ "ไม่ใช่เพราะท่านอ๋องหรือเพคะ ท่านอ๋องคิดว่าหม่อมฉันมีความสุขหรือเพคะ"
"ไม่มีความสุขแล้วยังไปสนใจ ไม่สนใจก็จบไปแล้ว" หนานกงเย่อุ้มเจ้าห้าเดินไปมา
ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวว่า "เรื่องนี้ท่านยังไม่ต้องยุ่ง ไหนบอกว่าจวินโม่ซ่างจะนำคณะทูตมาเยือน กี่ไม่กี่วันท่านอ๋องก็จะต้องยุ่งกับเรื่องนั้นแล้ว"
"อืม"
"เช่นนั้นเรื่องของหวาชิงหม่อมฉันจะจัดการเองเพคะ"
"ข้ารู้ หากมีอะไรก็มาหาข้า"
"เรื่องอื่นหม่อมฉันไม่กังวล เพียงแต่ท่านอ๋องหยุดทำเป็นเล่นได้แล้ว ฝ่าบาทอยากจะทำอะไรก็ให้เขาทำไป เขาต้องการปกป้องฮองเฮาก็เป็นเรื่องที่ใครๆ ต่างก็รู้กัน
เพียงแต่ท่านอ๋องสัญญากับหม่อมฉันได้หรือไม่ว่าจะต้องปกป้องมู่เหมียน?"
"เรื่องปกป้องมู่เหมียน ต่อให้อวิ๋นอวิ๋นไม่พูด ข้าก็จะทำ"
"เช่นนั้นก็ดีเพคะ มู่เหมียนไม่เป็นอะไร หม่อมฉันก็วางใจเพคะ"
ฉีเฟยอวิ๋นลุกขึ้นและตัดสินใจจะไปหาเฟิงอู๋ชิง เมื่อเช้าหมอเทวดามาหาก็ได้บอกไว้ว่าเฟิงอู๋ชิงได้รับบาดเจ็บ และต้องการให้เธอไปดูอาการ
"อวิ๋นอวิ๋น จะไม่มอบเด็กให้กับมู่เหมียนสักหนึ่งคนหรือ?" ฉีเฟยอวิ๋นเดินไปถึงหน้าประตูและถูกหนานกงเย่เรียก ฉีเฟยอวิ๋นส่ายหน้า
จากนั้นจึงหันกลับมาบอกว่า "หากเด็กคนนั้นเป็นที่รักของพ่อแม่ สำหรับมู่เหมียนก็เป็นเรื่องที่ดี แต่กลับไม่ใช่เช่นนั้น
เมื่อนึกถึงว่าฝ่าบาทไม่ชอบ จึงเป็นกังวล"
"ไปเถอะ" หนานกงเย่ก็ไม่อยากพูดอะไรมาก ฉีเฟยอวิ๋นหันกลับไปและเดินไปหาเฟิงอู๋ชิง
เสี่ยวเฉียวเดินตามอยู่ข้างหลัง ฉีเฟยอวิ๋นจูงมือของเสี่ยวเฉียวไว้