ตอนที่ 713
บทที่ 715 ซูมู่หรงผู้เกิดใหม่ได้
October 28, 2026
เมื่อเสี่ยวเฉียวเห็นฉีเฟยอวิ๋นก็ต้องการไปหานาง หนานกงเย่วางเสี่ยวเฉียวลง ฉีเฟยอวิ๋นสัมผัสใบหน้าของเสี่ยวเฉียว: "เสี่ยวเฉียวเกิดสิ่งใดขึ้น?เหตุใดเจ้าถึงร้องไห้หล่ะ?"
เสี่ยวเฉียวสูดจมูก: "ท่านแม่ข้าไม่ได้ร้องไห้จริงๆ ข้าแค่แกล้งร้องไห้"
ฉีเฟยอวิ๋นรู้ว่าต้องเกิดสิ่งใดขึ้นเป็นแน่แล้วจึงพยักหน้า: "อืม เสี่ยวเฉียวของเราไม่ใช่คนบ้าดุเดือด มาดึกดื่นเช่นนี้ต้องมีเหตุผลเป็นแน่ เจ้าว่ามาเถอะ"
เสี่ยวเฉียวบอกเรื่องที่จู่ๆเฟิงอู๋ชิงจะจากไปให้ฉีเฟยอวิ๋นกับหนานกงเย่ ฉีเฟยอวิ๋นแปลกใจ: "อยู่ดีๆเหตุใดถึงต้องการจากไปหล่ะ?"
“ท่านแม่ อาจารย์บอกว่าเขาเป็นญาติกับองค์ชายสามแห่งปีกใต้ แต่เหตุใดถึงต้องจากไปเสี่ยวเฉียวก็ไม่รู้”
หนานกงเย่สีหน้าหมองลง: "ช่างเป็นเฟิงอู๋ชิงที่ดีนัก กล้าแอบฟังข้าพูดคุย"
ฉีเฟยอวิ๋นเห็นหนานกงเย่หน้าตาหงุดหงิด: "ท่านเป็นอันใดหรือ?"
"ไม่มีสิ่งใด?" หนานกงเย่นั่งลงแล้วอุ้มเสี่ยวเฉียวไป หยิบผ้ามาเช็ดหน้าให้เสี่ยวเฉียว: "เสี่ยวเฉียววันนี้เจ้าวางแผนสิ่งใด จะอยู่ที่นี่หรือไม่?"
เสี่ยวเฉียวส่ายศีรษะ: “ข้าบอกอาจารย์ว่าจะไปหาอามู่จะให้เขาสงสัยไม่ได้ สักครู่ข้ากับอามู่จะไปที่นั่นจึงตั้งใจมาบอกกับท่านพ่อท่านแม่”
ฉีเฟยอวิ๋นมองเสี่ยวเฉียว: "เสี่ยวเฉียว อาจารย์จากไปไม่ได้เจ้ารู้หรือไม่?"
เสี่ยวเฉียวคิดอยู่เป็นเวลานาน: “ท่านแม่ ท่านอาจารย์เป็นคนใจอ่อนแต่ที่เขาเป็นห่วงที่สุดก็คือเจ้าห้า วันนี้ข้าบอกเขาว่าเจ้าห้าไม่อยู่จึงอารมณ์เสีย ที่จริงแล้วข้าเห็นเขาอารมณ์เสีย วันนี้เจ้าห้าไม่อยู่เขาผู้เดียวรู้สึกเบื่อหน่ายจึงเดินไปเดินมา ข้าจึงได้บอกว่าเจ้าห้าอาจจะกลับมาในเวลานี้
อาจารย์ได้ยินแล้วก็หายตัวไปเลย ต่อมาข้าได้ยินว่าเขากับอู๋ซังกลับมา อู๋ซังบอกว่าเขาแอบฟังท่านพ่อท่านแม่ เขาไม่พอใจแล้วยังบอกว่าไม่ใช่เรื่องราวเช่นนั้น แต่พอกลับไปหน้าตาของเขาก็ขึงขังและกล่าวคำพูดที่จะจากไป"
“เสี่ยวเฉียว เจ้ากลับไป พรุ่งนี้แม่จะบอกว่าเจ้าห้าล้มป่วยบางทีเขาอาจจะไม่จากไป แต่หากว่าจะไปจริงๆก็จะไม่บังคับ เช่นไรเขากับปีกใต้ก็มีความเกี่ยวข้องกัน เขารู้ว่าท่านพ่อของเจ้าจะจัดการกับปีกใต้ ไม่ได้จัดการกับท่านพ่อของเจ้าก็ไม่เลวแล้ว หากว่าในตอนนี้ต้องการตีตัวออกห่างก็ไม่สามารถขวางเอาไว้ได้เป็นธรรมดา "
“ท่านแม่ เสี่ยวเฉียวรู้ เช่นนั้นเสี่ยวเฉียวกลับไปก่อน”
เสี่ยวเฉียวทำท่าลุกขึ้น ฉีเฟยอวิ๋นนั้นไม่วางใจจึงลงไปส่งเสี่ยวเฉียว เสี่ยวเฉียวเดินไปถึงตรงหน้าประตูแล้วกล่าวว่า: “ท่านแม่ ท่านกลับไปก่อนเถอะ ข้ากลับไปลำพังได้ไม่เช่นนั้นจะถูกคนพบเห็นเข้า”
ฉีเฟยอวิ๋นสัมผัสเสี่ยวเฉียว: "เสี่ยวเฉียว ผู้คนที่คุ้มครองข้างกายเจ้าอยู่ที่ใด?"
“ท่านแม่ ไม่มีคนคุ้มครอง ท่านอาจิ่นได้จัดคนเอาไว้ให้แล้วแต่ข้าพาพวกเขามาด้วยไม่สะดวก ตอนนี้ข้าสามารถคุ้มครองตนเองได้ดังนั้นจึงไม่ต้องมีคนอยู่ข้างกาย”
“เจ้าทำเองได้หรือ?” ฉีเฟยอวิ๋นประหลาดใจ
“ท่านแม่ ข้าใช้ยาพิษได้แล้วข้ายังสามารถถอนพิษได้ซึ่งเรียนรู้มาจากท่านแม่ ท่านแม่บอกข้าข้าจำได้ทั้งสิ้น และอยู่ข้างๆอาจารย์ไม่มีผู้ใดทำร้ายข้า”
“แม่รู้แล้ว เสี่ยวเฉียวไปก่อนเถอะ”
เสี่ยวเฉียวออกจากฉีเฟยอวิ๋นแล้วจากนั้นหันมองไปยังหนานกงเย่: “ท่านไปตรวจสอบเรื่องของปีกใต้หรือ?”
“ไม่ได้หรือ?” หนานกงเย่หน้าตาบูดบึ้ง
ฉีเฟยอวิ๋นกลับมานั่งลงตรงข้างหนานกงเย่: "ท่านอ๋องรู้สึกว่าคนที่พวกเราเพิ่งจะพบเจอเมื่อไม่นานมานี้ เหตุใดถึงได้มีชีวิตรอดในสถานที่แห่งนี้ได้นานเช่นนี้ใช่หรือไม่?"
หนานกงเย่ค่อยๆมองไปด้วยความสงสัยที่อยู่ในใจเช่นนั้นจริงๆ
“อวิ๋นอวิ๋นไม่ใช่ว่าข้าหึงหวง แต่ในสายตาของข้าถึงแม้ว่าเขาจะไม่มาข้าก็จะไปสังหารเขาเพื่อระบายความเกลียดชัง ตอนนี้เขามาแล้วข้าจะปล่อยปละละเลยได้เช่นไร?"
“ท่านอ๋อง ปีกใต้นั้นเป็นบ้านเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในทั่วทุกสารทิศ ท่านก็เคยกล่าวว่าพวกเขามีกองกำลังอันแข็งแกร่ง เช่นนั้นขอถามว่าตอนนี้ท่านเป็นเพียงแค่ท่านอ๋องผู้หนึ่งแล้วจะทำสิ่งใดได้?”
“ข้าไม่สามารถทำสิ่งใดได้แต่ข้าก็ไม่สามารถปล่อยไปเช่นนี้ได้ ข้าจะฆ่าเขาซะ หากไม่สะดวกที่จะกระทำระหว่างทั้งสองแคว้นเช่นนั้นข้าก็จะลอบสังหารเขา”
“งั้นหากว่ายั่วยุได้หล่ะ ท่านก็ไม่สามารถเอาชนะปีกใต้ได้”