ตอนที่ 715
บทที่ 717 หลอกให้อยู่
October 28, 2026
เวลานี้สวีกงกงกำลังช่วยดูแลเด็กๆ เมื่อมีคนเดินเข้ามาและไม่ปิดประตูเขาจึงอึดอัดสงสัยเล็กน้อย “ใครน่ะ ไม่รู้เรื่องหรืออย่างไรว่าเปิดประตูแล้วต้องปิดด้วย เดี๋ยวลมก็พัด...”
“ท่านพ่อบุญธรรม!” เสี่ยวสวีจื่อที่อยู่ด้านนอกคุกเข่าลงเสียงดังตุ้บ ฉีเฟยอวิ๋นที่ยืนอยู่ตรงประตูตกใจจนสะดุ้ง
สวีกงกงชะงักไปเมื่อเห็นคนที่เข้ามา
“เสี่ยวสวีจื่อ?”
“ท่านพ่อบุญธรรม ลูกมาช้า ลูกคารวะท่าน”
แม่ทัพฉีนั่งอยู่ข้างในโดยมีเด็กๆ อยู่ตรงหน้า และเวลานี้เด็กๆ ต่างจ้องมองผู้ที่อยู่ตรงประตู ฉีเฟยอวิ๋นเดินเข้ามาและวางเจ้าห้าไว้ในอ้อมแขนของแม่ทัพฉี แม่ทัพฉีเหลือบมองฉีเฟยอวิ๋นและตบเจ้าห้าที่อยู่ในอ้อมกอดเบาๆ เจ้าห้าประพฤติตัวดีมากเมื่อนอนอยู่ในอ้อมแขนของแม่ทัพฉี
ฉีเฟยอวิ๋นมองสวีกงกง สวีกงกงรีบเดินไปหาเสี่ยวสวีจื่อและยกมือขึ้นตีเขา “เจ้านี่มันไร้ประโยชน์เสียจริง เหตุใดจึงไม่ได้เรื่องเช่นนี้ เป็นขุนนางชั้นผู้น้อยต่อหน้าฝ่าบาท เจ้ายังกล้าวิ่งวุ่นไปโน่นมานี่อีก เจ้าอยากตาย อยากจะให้หัวหลุดจากบ่างั้นหรือ”
เสี่ยวสวีจื่อกอดต้นขาของสวีกงกงพลางร้องห่มร้องไห้ ทำเอาเจ้าเสือน้อยและจิ้งจอกหางสั้นต้องปิดหูเอาไว้
ฉีเฟยอวิ๋นนึกขึ้นมาได้ว่าเฟิงอู๋ชิงกำลังจะจากไป เมื่อไม่เห็นเสี่ยวเฉียวกับอามู่อยู่ในห้องนี้ ฉีเฟยอวิ๋นจึงเอ่ยกับแม่ทัพฉีว่า “เจ้าห้ารู้สึกไม่สบาย ไม่รู้ว่าเป็นอะไร คาดว่าน่าจะต้องกินยาเสียหน่อย”
แม่ทัพฉีดูไม่ออกว่าเจ้าห้ากำลังป่วย มองอยู่นานก็เห็นแต่จะสนุกคึกคัก
เด็กๆ อีกหลายคนที่เหลือต่างมาอยู่รอบกายแม่ทัพฉี ถึงจะให้อุ้มไม่ได้แต่แค่ได้เข้ามาแอบอิงก็นับว่าเพียงพอแล้ว
ฉีเฟยอวิ๋นรบกวนให้สวีกงกงและเสี่ยวสวีจื่อมาช่วย ส่วนนางจะไปหาเฟิงอู๋ชิง
เมื่อเดินไปถึงหน้าเรือนของเฟิงอู๋ชิง อู๋ซังจึงก้มศีรษะลงอย่างเงียบๆ ในอ้อมแขนมีดาบอยู่เล่มหนึ่ง และดูเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ
อู๋ซังก้าวถอยหลังออกไปเมื่อเห็นฉีเฟยอวิ๋น ฉีเฟยอวิ๋นเดินมาตรงหน้าประตูและเคาะประตู “ท่านเจ้าหอ ข้าคือฉีเฟยอวิ๋น”
เฟิงอู๋ชิงกำลังมองลูกศิษย์สองคนที่กำลังเศร้าใจ เมื่อได้ยินว่าฉีเฟยอวิ๋นมาเขาจึงซ่อนความรู้สึกไม่สบายไว้ในสีหน้า
“เข้ามาสิ พวกเจ้าออกไปก่อน”
เฟิงอู๋ชิงไม่ต้องการเห็นอามู่และเสี่ยวเฉียวร้องไห้
อามู่กับเสี่ยวเฉียวลุกขึ้นพลางปาดน้ำตา จากนั้นจึงออกไปด้วยกัน
ฉีเฟยอวิ๋นเข้ามาและมองตรงไปยังเฟิงอู๋ชิง “ท่านเจ้าหอจะจากไปงั้นหรือ”
เมื่อเห็นว่าประตูเปิดอยู่ เฟิงอู๋ชิงจึงบอกให้อู๋ซังปิดประตู เมื่ออู๋ซังปิดประตู เฟิงอู๋ชิงจึงกล่าวว่า “นั่งลงสิ”
ฉีเฟยอวิ๋นเดินเข้ามาและนั่งลงอย่างไม่เกรงใจ
เฟิงอู๋ชิงนึกถึงตอนที่ได้เจอกันครั้งแรก ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าอู๋ฮัวคือฉีเฟยอวิ๋น
คนที่อยากฆ่าไม่ได้ฆ่า เฟิงอู๋ชิงจนปัญญาจริงๆ
“เจ้ากับข้าเป็นนายบ่าว เมื่อข้าจะจากไป เจ้าคิดจะพูดอะไรงั้นหรือ”
ฉีเฟยอวิ๋นประหลาดใจ “ข้าเป็นนายใช่หรือไม่”
เฟิงอู๋ชิงโกรธจนพ่นลมออกจมูก “เจ้าคืออู๋ฮัว อู๋ฮัวคือชื่อที่ข้ามอบให้เจ้า ไหนเจ้าว่าใครเป็นนายนะ”
“ไม่เคยมีการที่บ่าวตั้งชื่อให้ผู้เป็นนายสินะ ท่านเจ้าหอเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ดังนั้นข้าจะเห็นด้วยกับท่านก็ได้” ฉีเฟยอวิ๋นเอ่ยเรียบๆ
เฟิงอู่ชิงโกรธจนใบหน้าเยียบเย็น “อู๋ฮัว...”
“ท่านเจ้าหอ วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อทะเลาะกับท่าน เรามาคุยเรื่องที่ท่านคิดจะไปกันดีกว่า” ฉีเฟยอวิ๋นดูเหมือนจะร้องขอ นางหยิบตั๋วเงินปึกหนึ่งออกมาจากหน้าอกและวางลงตรงหน้าเฟิงอู๋ชิง
“นี่คือค่าเดินทางที่ข้ามอบให้ท่าน ระยะหลังมานี้ท่านเจ้าหอช่วยข้าไว้ไม่น้อย อีกอย่างก่อนหน้านี้ท่านเจ้าหออยากฆ่าข้าแต่ไม่ได้ฆ่าและคงจะเสียหายไม่ใช่น้อย ทั้งหมดนี่เป็นการชดเชยให้ท่าน ขอท่านเจ้าหอโปรดรับไว้”
ใบหน้าของเฟิงอู๋ชิงมืดมนลง เขาเหลือบมองตั๋วเงินหนาๆ นั่น “ข้าเป็นคนที่ขาดแคลนเงินงั้นหรือ”
“ท่านเจ้าหอไม่ได้ขาดเงินเป็นแน่ แต่เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น อย่างแรกคือท่านเจ้าหอปล่อยข้า สองคือท่านรับเจ้าห้าและคนอื่นเป็นศิษย์ ประการที่สามท่านยังปกป้องคุ้มครองจวนอ๋องเย่ ไม่ว่าจะดูอย่างไรสิ่งเหล่านี้ก็นับว่ามากพอแล้ว
เดิมทีข้าอยากจะให้ท่านเจ้าหออยู่ต่อนานกว่านี้อีกสักหน่อย อย่างน้อยก็รอจนเจ้าห้าย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่น ได้แต่งงานกับใครสักคน
ไม่คิดว่าท่านเจ้าหอจะไปในเร็วๆ นี้ วันนี้เจ้าห้าไม่กินไม่ดื่มเลยตลอดทั้งวัน เอาแต่นอนหลับ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แต่สักชั่วครู่ชั่วยามก็คงไม่ต้องการท่านเจ้าหออีก มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ท่านเจ้าหอต้องจากไป