ตอนที่ 719
บทที่ 721 องค์หญิงใหญ่บีบบังคับ
October 28, 2026
เรือนหน้าได้วุ่นวายใหญ่เสียแล้วแต่เรือนหลังกลับวิจิตรงดงาม
ฉีเฟยอวิ๋นตื่นขึ้นมาด้วยความเหนื่อยล้าอ่อนแรงหนานกงเย่อุ้มนางไปอาบน้ำและกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สะอาดสะอ้าน จากนั้นทั้งสองคนก็ไปดูแม่ทัพฉีทางโน้นด้วยกัน
ในเวลานี้องค์หญิงใหญ่ทรงโมโหยิ่งนัก: “แม่ทัพฉีท่านอย่าได้ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี เหล้าคารวะไม่ดื่มดื่มเหล้าลงโทษ ข้าขอร้องให้ท่านอยู่เช่นนี้แต่ท่านยังไม่ยอมอยู่ ท่านต้องการจะกบฏแล้วจริงๆใช่หรือไม่ แม่ทัพผู้สง่างามแห่งเมืองต้าเหลียงท่านจะไปที่ใดกัน?
นอกจากเมืองต้าเหลียงแล้วใครจะยังรับท่านอยู่อีก? "
แม่ทัพฉีไม่ค่อยคัดค้านองค์หญิงโหญ่แล้วก็ยิ่งไม่ขุ่นเคืองต่อองค์หญิงโหญ่
เรื่องของเขากับองค์หญิงใหญ่เป็นเสมือนกุญแจมือ ทำให้เขาเห็นองค์หญิงโหญ่แล้วราวกับหนูเห็นแมว
แต่วันนี้แม่ทัพฉีไม่มีความสุข: "นางเป็นลูกสาวของข้า ความทุกข์ทรมานที่นางได้รับพวกท่านเคยสนใจเมื่อใดกัน? ขณะที่ข้าไม่อยู่นางอยู่ในเมืองหลวงเพียงลำพัง คนเช่นโจวไท่รังแกนาง ผู้ที่รังแกนางนั้นมีเท่าไหร่?
ข้าเพียงแค่ต้องการออกไปจากที่นี่ ไม่ได้สนใจสอบถามสิ่งต่างๆที่นี่ และไม่ต้องการให้อวิ๋นอวิ๋นทนลำบาก"
“ท่านแม่ทัพ กล่าวเช่นนี้มีเนื่องด้วยยังมีผู้ใดรังแกพระชายาเย่อีกหรือ? ” ฮูหยินกั๋วกงฟังเข้าใจนี่เป็นความไม่พอใจต่อคนบางคน
แน่นอนว่าผู้คนเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน แต่ผู้ใดจะกล้ากล่าวถึงเรื่องของฝ่าบาทองค์ปัจจุบันมากนักซึ่งก็ยังต้องพึ่งพาองค์หญิงใหญ่ไม่ใช่หรือ?
แน่นอนว่าใบหน้าขององค์หญิงใหญ่ทรงหมองลง แล้วมองไปยังแม่ทัพฉี: "เป็นฝ่าบาทใช่หรือไม่?"
“เป็นผู้ใดก็เหมือนกัน ข้าได้ตัดสินใจไปแล้วพวกท่านก็อย่าได้สนใจเลย ในเมื่อฝ่าบาทได้คิดที่จะให้หย่ากับอวิ๋นอวิ๋นและพระราชทานการอภิเษกสมรสให้กับอ๋องเย่อีก เช่นนั้นจวนแม่ทัพหวาก็ไม่เลวภายภาคหน้าก็คงจะให้กำเนิดอีกสิบคนแปดคน เพื่อมิให้ถึงเวลาหลานๆเหล่านี้ของข้าถูกรังแกข้าจะให้พวกเขาอยู่ข้างกายข้า”
องค์หญิงใหญ่ทรงฟังออก เป็นปัญหาที่ฝ่าบาททรงสร้างขึ้นมาอีกแล้ว
“แม่ทัพหวา” องค์หญิงใหญ่ทรงหันกลับมามองจนทำให้แม่ทัพหวาตัวสั่นเทา
“องค์หญิงใหญ่ กระหม่อมอยู่นี่”
“ข้าว่าหวาชิงของครอบครัวเจ้าหาครอบครัวของสามีไม่ได้แล้วหรือ? หวาชิงของครอบครัวเจ้าข้านั้นถูกใจมาตั้งนานแล้ว เดิมทีต้องการให้เป็นภรรยาของเว่ยหลินชวนเพียงแต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาได้แต่งงานแล้ว ให้แยกจากกันก็ไม่เป็นการดีอยู่แล้ว แต่เจ้าก็ไม่ต้องถึงกับต้องรีบร้อนเช่นนี้ เพื่อที่จะเข้าจวนอ๋องเย่ต้องบีบบังคับให้อ๋องเย่หย่ากับพระชายาเย่ เรื่องนี้ช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก!"
กล่าวถึงเรื่องอันน่าขายหน้าทุกๆคนก็แปลกใจ ในเวลานี้ยังจะสนใจเรื่องขายหน้าหรือไม่อยู่หรือ?
แม่ทัพหวารู้สึกว่าใบหน้านั้นเร่าร้อนจริงๆและก็ช่างน่าขายหน้านัก
ดังนั้นแม่ทัพหวาจึงก้มศีรษะลงและด้วยความขลาดจึงไม่กล่าวสิ่งใด
“แม่ทัพหวา ข้าว่าให้หวาชิงของครอบครัวเจ้าไปออกบวชเถอะ อยู่ก็จะสร้างปัญหาอยู่ตลอด”
"ห๊า?"
แม่ทัพหวาตื่นตกใจ:"องค์หญิงใหญ่ ชิงเอ๋อร์ยังเด็กจะให้เข้าสู่ร่มกายสวภัคได้เช่นไร......"
องค์หญิงใหญ่สีหน้าไม่พอใจ: “ในเมื่อรู้ว่าไม่ได้ก็อย่าได้ออกมาสร้างปัญหา หวาชิงของครอบครัวเจ้ามีฐานะอะไรถึงจะเป็นฮองเฮาก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง ตอนนี้ต้องการแย่งชิงตำแหน่งของพระชายาผู้หนึ่ง พูดออกไปแล้วไม่ขายหน้าหรือ?
เจ้าก็เหมือนกัน เป็นพ่อคนแล้วหลักการแค่นี้ก็ไม่เข้าใจ
จะแต่งงานก็ต้องแต่งงานกับคนอย่างเว่ยหลินชวน อย่างน้อยในชีวิตนี้เขาก็จะมีหญิงเพียงผู้เดียวเท่านั้น เจ้าดูอวิ๋นหลัวฉายก็เป็นเช่นนี้
หญิงเช่นนั้นถึงจะมีความสุข หากแต่งงานกับผู้ที่สามารถแต่งอนุได้ตลอดเวลา แต่งงานไปก็ต้องเป็นทุกข์
นางไม่เข้าใจแล้วเจ้าก็ไม่รู้หรือ?"
แม่ทัพหวาถูกองค์หญิงใหญ่สั่งสอนโดยไม่พูดจาเลยสักคำ หน้าผากนั้นเกิดเหงื่อไหลไคลย้อยแล้วก็พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า
องค์หญิงใหญ่ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วทรงกล่าวว่า: “พวกเจ้าทั้งหลายดูแม่ทัพฉีไว้ หากว่าเขากล้าออกไปก็ขวางหลานชายทั้งหลายของเขาเอาไว้ เขาผู้เดียวไม่สามารถสนใจสิ่งใดมากนัก แล้วค่อยตัดแขนตัดขาของเขาลงมาก็พอ”
แม่ทัพฉีมองไปด้วยสายตาโมโหซึ่งจ้องกันไปมา "ท่านกล้าหรือ?"
“ฮึ่ม ฉีจือซานท่านไม่ได้ท้าทายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ตอนนี้ท่านท้าทายเช่นนี้ข้าชอบนัก เพียงแต่ว่าท่านรอข้าก่อน เรื่องที่ท่านคิดการณ์กับฝ่าบาทนั้นฝ่าบาทไม่ถือสาท่านแต่ข้าไม่ปล่อยไปหรอกนะ
ดูเขาเอาไว้! "