ตอนที่ 739
บทที่ 741 ดึงดูดล่อลวงพิษกู่
October 28, 2026
หนานกงเย่ลุกขึ้น กองกำลังแมลงเข้ามาอย่างกะทันหัน ฉีเฟยอวิ๋นเหลือบมองหนานกงเย่ มีแมลงทำการสู้รบครั้งแรก เธอก็เลยไม่กังวลแล้ว
ทั้งสองเข้าไปในห้องสุสาน ยังคิดว่าจะเจอหีบศพ แต่สุสานด้านในไม่มีหีบศพ กลับมีห้องขังสองห้อง
หนานกงเย่หันไปมองหนึ่งในห้องนั้น แมลงได้ทะลวงเข้าไปแล้ว พญาแมลงก็ลิงโลดมาก บินขึ้นไปที่ประตูห้องขัง
หนานกงเย่เดินเข้าไปใกล้ๆ ด้านในมีผู้ชายนั่งสมาธิอยู่คนหนึ่ง ชายผู้นั้นสวมใส่ชุดดำ แต่ร่างกายซูบผอม รูปร่างคล้ายมีแต่กระดูก ใบหน้าก็หน้าตกใจ บนศีรษะมีปิ่นปักผม เสียบอยู่คือปิ่นสีเขียวมรกต
ภายในห้องขังทั้งสกปรกทั้งเหม็น แต่เขานั่งอยู่ด้านในอย่างสงบ
ฉีเฟยอวิ๋นอยู่ไกลๆก็สามารถได้กลิ่นเหม็นสาบนั่นแล้ว แต่ตอนที่เธอเดินไป รู้สึกว่าคุ้นชินมาก คล้ายดั่งว่าเคยเจอกันที่ไหน
“ท่านคือใคร?”ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวถาม ฝ่ายตรงข้ามเลยลืมตาขึ้น
“ซูซู.....”
น้ำเสียงฝ่ายตรงข้ามแหบพร่า แต่เหมือนน้ำเสียงของเฟิงอู๋ชิงมาก
เขาได้ยินเสียงของฉีเฟยอวิ๋น เขามีปฏิกิริยาที่รุนแรงมาก มองมาที่ฉีเฟยอวิ๋นทันที ฉีเฟยอวิ๋นตกใจ ชายคนนั้นมีดวงตาแดงหนึ่งข้าง
“เจ้า......”
ฝ่ายตรงข้ามลงมาจากโขดหิน แล้วเดินมาตรงหน้าฉีเฟยอวิ๋น บนพื้นสกปรกมาก แต่ตอนที่ฝ่ายตรงข้ามเดินมานั้นเหมือนปกติมาก คล้ายดั่งองค์จักรพรรดิเดินอยู่บนที่สวยหรูอย่างนั้นแล
ฉีเฟยอวิ๋นเหม่อลอยเล็กน้อย ชายคนนั้นเห็นฉีเฟยอวิ๋นเหม่อลอย เลยกล่าวว่า“เจ้าไม่ใช่ซูซู เจ้าคือลูกสาวของข้า”
ชายผู้นั้นกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ ฉีเฟยอวิ๋นตกตะลึงงันกล่าวว่า“ท่านยังมีชีวิตอยู่หรือ?”
ชายผู้นั้นเผยรอยยิ้มออกมา กล่าวว่า “เจ้าควรเรียกข้าว่าเสด็จพ่อนะ”
ฉีเฟยอวิ๋นมึนงงเหม่อลอย เรียกไม่ออกชั่วขณะ
ชายผู้นั้นยิ้ม ยกมือขึ้นแล้วปลดเปิดกรงเหล็กออก พอมีเสียงเปิดออก ฉีเฟยอวิ๋นตื่นตกใจ
หนานกงเย่เอาฉีเฟยอวิ๋นมาไว้ในอ้อมกอด
ซูอู๋ซินเหลือบตาขึ้นมองพิจารณาหนานกงเย่ และไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แล้วมองไปทางฉีเฟยอวิ๋น จากนั้นกล่าวขึ้นว่า“เจ้าชื่อว่าอย่างไร?”
“ฉีเฟยอวิ๋น”
“เหตุใดถึงไม่ใช่แซ่เฟิ่ง? ”ซูอู๋ซินกล่าวถามด้วยความแปลกใจ หนานกงเย่ปล่อยฉีเฟยอวิ๋นออก แล้วหมุนตัวหันมองทางซูอู๋ซิน
คิดไม่ถึงว่าการออกมาครั้งนี้จะเจอผู้คนมากมาย
“พูดไปแล้วมันค่อนข้างยาว ตั้งแต่เด็กฉีเฟยอวิ๋นถูกเลี้ยงดูอยู่ที่จวนแม่ทัพของเมืองต้าเหลียง”หนานกงเย่กล่าวอธิบาย ซูอู๋ซินไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ต้าเหลียงเป็นดินแดนจืดชืด เหตุใดถึงได้เลี้ยงดูนางตรงที่แห่งนั้น?”
“นั่นก็ไม่เลวแล้ว หากไม่ใช่ท่านพ่อตาของข้า นางก็ตายแล้ว ไม่เพียงแค่นางที่ตาย จักรพรรดินีก็คงตายไปนานแล้ว”
“จักรพรรดินี?”ซูอู๋ซินคล้ายดั่งไม่รู้อะไรเลย
“ซูซูเป็นอย่างไรสบายดีไหม?”
ฉีเฟยอวิ๋นมองรอบสุสาน สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะมาพูดคุยกัน ต้องรีบออกไปถึงจะถูก
“พวกเราออกไปกันก่อนเถอะ”
ฉีเฟยอวิ๋นอยากออกไป แต่ทว่าซูอู๋ซินกลับไร้การเคลื่อนไหว พญาแมลงไปเกาะตรงหน้าอกของซูอู๋ซิน ลิงโลดตีปีกอยู่อย่างนั้น
“เขาไปไม่ไหว มีสิ่งบางอย่างควบคุมเขาไว้”หนานกงเย่มองไปอีกด้าน กล่าวขึ้นว่า“อวิ๋นอวิ๋น เจ้าระวังตัวด้วย!”
“เพคะ”
หนานกงเย่เข้าไปดูห้องขังอีกห้อง พอมาถึงประตูก็มองเห็นคนอยู่ด้านใน
“ฮั่วหลง”
ฮั่วหลงเงยหน้าขึ้นช้าๆ พอเจอเห็นว่าเป็นหนานกงเย่เขาเลยลุกขึ้นจากพื้น เขาบวมเป่ง ราวกับทั้งหมดล้วนเป็นน้ำ
“นายท่าน”
หนานกงเย่รีบเปิดกรงเหล็ก ฮั่วหลงตะโกนร้องขึ้นว่า“อย่า”
ตอนที่หนานกงเย่จับกรงเหล็ก บนกรงเหล็กปรากฎเหล่าหนอน หนอนเริ่มทะลวงเข้าร่างกายของหนานกงเย่ ฉีเฟยอวิ๋นรีบวิ่งไปหาหนานกงเย่ และกล่าวว่า“ออกไป”
พอฉีเฟยร้องเสียงดัง พญาแมลงตกใจ พญาแมลงร้องขึ้น หนอนตัวอื่น ๆ ที่รีบไปตรงร่างกายของหนานกงเย่ จึงได้ผละออกไปในทันที
หนานกงเย่เหลือบมองร่างกายตนเอง หนอนเหล่านั้นถูกกินแล้ว