ตอนที่ 748
บทที่ 748 ระเบิดทำลายพระตำหนักไท่จื่อของเจ้า
October 28, 2026
ออกมาจากพระตำหนักเฟิ่งฉีฉีเฟยอวิ๋นก็เหลือบมองหนานกงเย่ พร้อมกล่าวขึ้นว่า“ท่านอ๋องคิดว่าหม่อมฉันสามารถรับมือได้หรือไม่เพคะ?”
“ยังไม่มา ค่อยว่ากันเถิด อยู่กับข้า”
วันนี้หนานกงเย่ก็รู้สึกสับสน ยิ่งออกมายิ่งสับสนวุ่นวาย
ฉีเฟยอวิ๋นอดที่จะยิ้มไม่ได้ กล่าวว่า“ท่านอ๋อง เสียใจภายหลังแล้วหรือเพคะ?”
“เสียใจภายหลังตั้งนานแล้ว ไม่ออกมาข้าก็เสียใจภายหลัง เมื่อก่อนกลัวว่าจะทำให้ลูกๆเข้าไป คิดไม่ถึงว่าจะเอาภรรยาเข้าไปเสียแล้ว
เมื่ออดีตข้าแต่งกับคุณหนูบุตรสาวแม่ทัพ วันนี้กลายเป็นองค์หญิง จะให้ข้ารับได้อย่างไร?”หนานกงเย่รู้สึกห่อเหี่ยวใจ
ฉีเฟยอวิ๋นถามว่า“ท่านอ๋องเสียใจภายหลังหรือเพคะ”
“แต่งงานกับอวิ๋นอวินนะหรือ?”
สองสามีภรรยาสบตากัน ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวว่า“หม่อมฉัน!”
“ไม่เสียใจภายหลัง ชาตินี้ไม่เสียใจเลย”
หนานกงเย่มองหน้าฉีเฟยอวิ๋น กอมกุมมือของเธอ มองจากด้านบนลงมาด้านล่าง ทหารองครักษ์ล้อมรอบคุ้มกันพระราชวังเฟิ่งไว้ แต่ว่ามีบางส่วนนี้ที่ยังไม่ได้ใช้
ตรงประตูพระราชวังมีคนเดินมา ฉีเฟยอวิ๋นเห็นคนถึงได้ปล่อยมือออก กล่าวว่า“พวกเราควรที่จะไปผลัดเปลี่ยนชุดแล้วหรือไม่?”
“มิต้องแล้ว หากพวกเขารู้จัก ไม่เปลี่ยนชุดเขาก็รู้จัก หากไม่รู้จัก เปลี่ยนชุดไปก็ไร้ความหมาย”
ฉีเฟยอวิ๋นมองไปทางคนที่เข้ามา คนที่เข้ามาสิบกว่าคนล้วนสวมใส่ชุดราชสำนักแคว้นเฟิ่ง มีชายสองคน ส่วนคนอื่นล้วนเป็นหญิง
คนเข้ามาในพระราชวัง คนที่อยู่ด้านหลังรีบคุกเข่าลง จนกระทั่งไม่กล้ามองหน้า
ขันทีที่อยู่ด้านั้นรีบเดินมา กราบทูลรายงานข้างหูหนานกงเย่
“ออกไปเถิด”
ขันทีมองหนานกงเย่ด้วยความกังวลใจ แล้วก็ไม่รู้ว่าได้หรือไม่
ขันทีออกไปอีกด้าน หนานกงเย่เดินเอามือไขว้หลังไป ฉีเฟยอวิ๋นมองบริเวณโดยรอบ หน้าที่ของเธอคือรับมือกับทางด้านปีกใต้ ส่วนที่นี่เธอไม่จำเป็นต้องใส่ใจมาก เพียงแค่ไม่ทำร้ายหนานกงเย่ก็สามารถไม่สนใจได้
“เจ้าสองคนคือผู้ใดกัน?”หญิงที่เป็นหัวหน้าอายุราวห้าสิบกว่าปีสวมใส่ชุดพิธีการสีดำกับเหลืองกล่าวถาม บนชุดมีรูปนกกระสา ฉีเฟยอวิ๋นมองพิจารณาอย่างละเอียด เวลานี้ในมือของหญิงผู้นี้อุ้มประคองแผ่นหยกแตกต่างกับเสนาบดีเฉินไม่มาก เช่นนั้นนางก็คือเสนาบดี
“นี่คือบุตรสาวขององค์จักรพรรดิณีฉีเฟยอวิ๋น ข้าคือพระสวามีของนาง”หนานกงเย่กล่าวอย่างราบเรียบ
เอ๋ากวงเหลียนยิ้มอย่างราบเรียบ กล่าวว่า“กล้าหาญนัก กล้าที่จะแกล้งหลอกว่าเป็นลูกหลานของกษัตริย์แคว้นเฟิ่งของข้า ควรถูกลงโทษอย่างถึงที่สุด ทหาร จับไว้”
ทหารองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังโผเข้าหา ในมือกุมปืนยาวอยู่แล้วล้อมรอบหนานกงเย่ไว้
“ข้าจะดูว่าผู้ใดมันกล้า ข้ามีป้ายคำสั่งจักรพรรดิณีอยู่ที่มือ พวกเจ้าไม่ต้องมาพาลอย่างไร้เหตุผล”หนานกงเย่หยิบป้ายคำสั่งออกมา เอ๋ากวงเหลียนชะงักงัน แต่ไม่ได้สนใจ
“พวกเจ้าอย่าไปเชื่อพวกเขา แผ่นป้ายคำสั่งในมือของเขาเป็นของปลอม ท่านชายเอ๋าชิงไม่อยู่จะต้องถูกประดิษฐ์ขึ้นมาแน่ พวกเจ้ารีบจับสองคนนี้ไว้ ข้าจะได้ตบรางวัลอย่างงาม”
ทหารองครักษ์กระโจมเข้ามา เตรียมที่จะจับหนานกงเย่กับฉีเฟยอวิ๋น
หนานกงเย่โบกมือ ทหารองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังกระโจนเข้าไป
ทั้งสองฝ่ายเกิดการสู้รบกัน เอ๋ากวงเหลียนบอกผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังไปจัดการฉีเฟยอวิ๋น หูของหนานกงเย่กระดิก เอื้อมมือไปหยิบเข็มเงินบนตัวของฉีเฟยอวิ๋นสองเล่ม เล่มหนึ่งทะลวงใส่เอ๋ากวงเหลียน ตัวของเอ๋ากวงเหลียนสั่นเทา ล้มลงบนพื้น คนบริเวณโดยรอบกระจายออกชั่วพริบตาเดียว
หลังจากนั้นมีคนเข้ามาตรวจดู เอ๋ากวงเหลียนสลบไปเสียแล้ว
“เจ้าทำอะไรกัน?”คนด้านล่างกล่าวถามด้วยความเดือดดาล
“นี่คือพิษกู่ พวกเจ้าน่าจะเคยได้ยิน ข้าคือบุตรเขยของผู้สำเร็จราชการแทนปีกใต้ซูอู๋ซิน หากพวกเจ้าถอยออกไปก็แล้วไป หากไม่ยินยอม ข้าทำได้เพียงใช้พิษกู่แล้ว”
“เจ้า......”พอได้ยินว่าเป็นพิษกู่ ทุกคนต่างหวาดกลัว
ฉีเฟยอวิ๋นรู้ดีว่าองค์จักรพรรดิณีได้ถูกพิษกู่ทรมานกดขี่ แคว้นเฟิ่งเลยหวาดกลัวพิษกู่
จักรพรรดิณีถูกกษัตริย์ปีกใต้ข่มเหงมาหลายปี แคว้นเฟิ่งไม่มีผู้ใดยกทัพโจมตี มันไม่ใช่ว่าภายในเมืองปีกใต้แข็งแกร่งก้าวไกลอย่างง่ายดายแบบนั้นหรอก มันยังมีพิษกู่ของปีกใต้ที่แคว้นเฟิ่งหวาดกลัวด้วย
หนานกงเย่มองคนด้านล่าง กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาว่า“ยังมีใครหรือ?”
“สรุปว่าเจ้าเป็นผู้ใดกัน?”ชายที่อยู่ด้านล่างกล่าวถาม
ฉีเฟยอวิ๋นมองชุดฝ่ายตรงข้ามที่สวมใส่ เป็นลุงแล้ว บนตัวของพวกเขามีภาพมังกรและหงษ์
หนานกงเย่ออกคำสั่งว่า“เอาเก้าอี้ย้ายมาให้ข้า”