ตอนที่ 762
บทที่ 762 ฉินฝูโยวกับกระบี่จูซิน
October 28, 2026
โลงศพขนาดใหญ่ สามารถนอนลงได้ถึงสองคน
ฉีเฟยอวิ๋นมองพิจารณาอย่างละเอียด กล่าวว่า“ตอนที่ผู้หญิงถูกฝังนั้นคือตาย มือของนางยังถูกกอบกุมไว้ แต่มือของนางค่อนข้างแข็งทื่อ ชัดเจนว่านางตายแล้ว
ผู้ชายแตกต่าง เขาน่าจะเข้ามาทีหลัง ท่านอ๋องดูมือของเขาก็รู้แล้ว เล็บมือของเขายาวมาก น่าจะหลังจากที่ผู้หญิงตายได้แล้วเขายังมีชีวิตอยู่ในนี้สักพักหนึ่งถึงได้เป็นแบบนี้”
ฉีเฟยอวิ๋นตรวจสอบอย่างละเอียด บริเวณรอบโลงศพมีสิ่งของมากมาย คล้ายดั่งเป็นสิ่งของที่ตอนผู้หญิงมีชีวิตอยู่ชื่นชอบ แล้วยังมีหมอนคู่เป็ดแมนดารินด้วย เพราะว่าสถานที่แห่งนี้เก็บดูแลอย่างดีถึงไม่ผุกร่อน
“ท่านอ๋อง ที่นี่คือกระบี่เพคะ”ฉีเฟยอวิ๋นชี้ไม้ชี้มือ ก็คืออยู่ด้านหลังของชายคนนั้น มีกระบี่วางอยู่ เพราะมันบางเลยถูกรั้งไว้
หนานกงเย่โค้งเอวหยิบขึ้นมาดู เป็นกระบี่ที่ดูแล้วธรรมดา แต่พอเขาเคลื่อนไหว กระบี่ได้ปรากฏเสียงของมังกรครางออกมา
ฉีเฟยอวิ๋นตกใจแทบแย่ หนานกงเย่เก็บกระบี่ไว้ข้างเอว ปลอกมันกำลังพอดีเลย
ฉีเฟยอวิ๋นชำเลืองมองอย่างต่อเนื่อง ข้างกายของผู้หญิงยังมีฉินเจ็ดสายอยู่
ฉีเฟยอวิ๋นทอดถอนหายใจออกมา กล่าวว่า“ท่านอ๋อง คือฉินเพคะ”
“อืม”
หนานกงเย่ถือคบเพลิงเดินไป ฉีเฟยอวิ๋นอุ้มฉินอย่างระมัดระวัง เสียงของฉินไพเราะอย่างมาก
หนานกงเย่ถึงได้กล่าวว่า“เอาไปด้วย”
ฉีเฟยอวิ๋นมองไป กล่าวว่า“ท่านอ๋องไม่ใช่รู้สึกว่าเอาไปไม่ได้หรือเพคะ?”
“ชอบแน่นอนว่าจะต้องเอาไปด้วย”
พูดจบหนานกงเย่เลยมองไปในโลงศพ กล่าวขึ้นว่า“ขอบพระทัยทั้งสองท่านที่มอบให้”พูดจบหนานกงเย่เลยปิดฝาโลง หมุนตัวหยิบกล่องกระบี่และกล่องฉินวางไว้ในโลงอีกอันหนึ่ง แล้วผลักโลงขึ้น จากนั้นพาฉีเฟยอวิ๋นออกไป
ทั้งสองคนออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ถึงด้านนอก
ซูอู๋ซินเห็นทั้งสองคนออกมา เลยได้ประคองเฟิ่งไป่ซูที่กำลังพักผ่อนอยู่ลุกขึ้น
“ไปกันเถิด”เฟิ่งไป่ซูเหลือบมองเห็นฉีเฟยอวิ๋นอุ้มฉินเจ็ดสาย เลยออกมาก่อนก้าวหนึ่ง
ทั้งสี่คนปิดประตูสุสานเดินออกมา แล้วกลับพร้อมกัน
ฉีเฟยอวิ๋นเดินมาถึงทางด้านป่าไม้ รอว่าซูอู๋ซินจะไปอย่างไร ไม่รู้ว่าซูอู๋ซินท่องบ่นพึมพำอะไร พวกงูมันเลยถอยไปอีกด้าน พวกเธอเลยเดินออกจากตรงนั้น
พอมาถึงบริเวณแม่น้ำ ซูอู๋ซินยังคงท่องอะไรเหมือนเดิม หลังจากนั้นได้อุ้มเฟิ่งไป่ซูขึ้นแล้วหันข้ามฝั่งแม่น้ำผ่านบนผืนน้ำไปอย่างรวดเร็ว
ตามด้วยหนานกงเย่อุ้มฉีเฟยอวิ๋นขึ้นไป ทั้งสองใกล้กันมาก ปลาที่อยู่ด้านหลังมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาพวกเขาก็ถึงทางด้านป่าไม้แล้ว
ซูอู๋ซินรีบเดินทางต่ออย่างรวดเร็ว หนานกงเย่คล้ายดั่งตามไม่ห่างแม้แต่ก้าวเดียว
ทั้งสองมาถึงสถานพยาบาล ฟ้าก็สางแล้ว
ซูอู๋ซินกวาดมองบนร่างกาย มองหนานกงเย่แล้วกล่าวขึ้นว่า“กระบี่จูซินอ่อนมาก แต่ทว่าความอันตรายของเขากลับไร้จิตวิญญาณความรู้สึก ดาบเล่มนี้ของข้าคือดาบไร้ใจของแท้ เดิมเป็นคู่กันกับกระบี่จูซิน
ข้าเคยคิดจะเอากระบี่จูซินออกมา แต่เอาออกมาไม่ได้ พอข้าเคลื่อนไหวก็กวัดแกว่ง ถึงได้เก็บไว้อย่างนั้นไม่ได้เคลื่อนไหว ดูแล้วพวกเจ้ามีลิขิตต่อกัน นี่ก็เป็นของพวกเจ้าแล้วล่ะ
พลานุภาพของฉินอันนี้ก็ไม่ธรรมดา มันชื่อฉินฝูโยว
อีกชื่อหนึ่งของจักรพรรดิณีจ่งหลีชื่อว่าฝูโยว ตามตำนานเล่าว่าครั้งหนึ่งนางตกหน้าผา มีหมู่บ้านที่ซื่อสัตย์เล็กๆ อยู่ใต้หน้าผา มีครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้าน ครอบครัวนี้มีนายน้อยชื่อเฟิ่งไจ้เทียน
ทั้งสองได้พบกัน คนรู้ว่าจ่งหลีคือใคร เลยเรียกนางว่าฝูโยว
ต่อมาทั้งสองอยู่ด้วยกันคบหานาน เกิดมีความรู้สึกดีๆต่อกัน เลยกลายเป็นสามีภรรยากัน
ค่ำคืนของการเป็นสามีภรรยาฝูโยวเล่าประสบการณ์ชีวิตที่ได้ประสบมา ทั้งสองคนออกจากหมู่บ้าน และได้ไปหาศัตรูเพื่อแก้แค้น และช่วงเวลานี้ทั้งสองได้พบว่ามีความแตกต่างทางความคิด ทำให้ฝูโยวเกือบจะแต่งงาน เพื่อที่จะจดจำความผิดนี้ เฟิ่งไจ้เทียนได้สั่งคนสร้างฉินฝูโยวขึ้นมา และได้สร้างเพลงแนวคิดสำหรับปลุกอาณาประชาราษฎร์ที่ทำความผิด แต่บทเพลงได้หายไปแล้ว”
ฉีเฟยอวิ๋นมองฉินฝูโยวที่อยู่ในอ้อมกอด เธอชอบมาก
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อที่มอบให้เพคะ”
“ขอบพระทัยเสด็จแม่เจ้าเถิด เป็นนางที่ตัดสินใจมอบแก่พวกเจ้า ดาบเล่มนี้เอาให้เจ้าด้วย”
ซูอู๋ซินเตรียมดาบไร้ใจในเมื่อเพื่อมอบแก่ฉีเฟยอวิ๋น กลับถูกฉีเฟยอวิ๋นปฏิเสธ
“สิ่งนี้หม่อมฉันไม่เอาหรอกเพคะ หม่อมฉันชอบฉินฝูโยว ดาบไร้ใจท่านพ่อเก็บไว้ใช้เถิด เอาไว้ที่หม่อมฉันก็ไม่เกิดประโยชน์”