ตอนที่ 732
ตอนที่ 735 สำเร็จในครั้งเดียว
October 22, 2026
ตอนที่ 735 สำเร็จในครั้งเดียว
“อดรนทนไม่ไหวที่จะเปลี่ยนเป็นปลาที่ดื้อดึงตัวหนึ่ง
ฝืนว่ายในมหาสมุทรเพียงลำพังจนถึงที่สุด
คำสาบานอย่างจริงใจในวัยเยาว์
จมดิ่งอยู่ในทะเลลึกอย่างเงียบๆ
หวนคิดถึงอดีตหลายครั้ง
แต่ผลสุดท้ายก็ยังสูญเสียเธอ
ความรักทำให้ฉันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ไม่ตอบโต้อะไร แต่ก็ไม่ปล่อยมันไปเช่นกัน
เหมือนวาดวงกลมยังไม่เสร็จ
เหมือนความปรารถนาในใจเติมอย่างไรก็ไม่มีวันเต็ม
คือเธอ
…”
ในสตูดิโอบันทึกเสียง เฉินเฟยเอ๋อร์หลับตาพริ้มร้องเพลง
ลู่เฉินกำลังฟังอยู่ภายในห้องควบคุมเสียง
เพลง ‘ความเงียบ’ เป็นเพลงที่เขาแต่งขึ้นเพื่อเป็นเพลงประกอบละคร ‘ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว’ ช่วงเวลาที่จะแทรกเข้าไปเป็นฉากที่นางเอกรู้ความจริงว่าดาวหางที่จุติในรอบห้าร้อยปีกำลังจะมาถึง และเป็นตอนที่พระเอกจะต้องหวนคืนสู่ดาวดวงเก่าด้วยยานอวกาศ
ท่วงทำนองของเพลง ‘ความเงียบ’ เรียบง่ายและสะอาด จุดเด่นที่สุดคือเข้าถึงอารมณ์และซึ้งกินใจ ท่อนเวิร์สร้องด้วยโทนเสียงต่ำบางเบา สร้างเอกลักษณ์ทางอารมณ์ออกมาอย่างเปี่ยมล้น ทำให้ผู้คนตกอยู่ในภวังค์ความเศร้าโศกเสียใจที่เกิดจากเสียงเพลงโดยไม่รู้ตัว
ธีมหลักของเพลงนี้คือโชคชะตาและความโชคร้าย นอกจากนี้ยังเป็นธีมหลักของ ‘ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว’ ฉบับดัดแปลงของลู่เฉินอีกเช่นกัน ด้วยความที่เฉินเฟยเอ๋อร์เป็นนางเอกของละครเรื่องนี้ ดังนั้นให้เธอมาร้องไม่มีอะไรจะเหมาะสมไปมากกว่านี้แล้ว
เฉินเฟยเอ๋อร์ในตอนนี้ อาศัยเพลง ‘บุปผานารี’ ในการเปลี่ยนสไตล์จากราชินีเพลงหวานซึ้งกลายเป็นราชินีเพลงรักเป็นที่เรียบร้อย สไตล์การร้องเพลงของเธอเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ อารมณ์ความรู้สึกที่บ่มเพาะมาจากตอนถ่ายละครถูกถ่ายทอดออกมา ทำให้เข้าถึงอารมณ์เพลง ‘ความเงียบ’ ได้อย่างง่ายดาย
ในการแบ่งวรรคและการควบคุมจังหวะของเพลงของเธอ แสดงถึงพื้นที่ว่างเปล่าของกาลเวลาหนึ่ง เต็มไปด้วยความอดทนและความเข้าใจ ถ่ายทอดอารมณ์สีเทาที่เต็มไปด้วยความเศร้า ความเหงา และความเจ็บปวดของผู้หญิงที่เพิ่งพบรักแท้แต่กำลังจะสูญเสียคนรักได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
“…
เหตุใดความรักถึงลงโทษให้มนุษย์ต้องอยู่อย่างเดียวดาย
ดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด หนีอย่างไรก็ไม่พ้น
คิ้วที่ขมวดไม่อาจคลายออก
สิ่งเลวร้ายในชีวิตที่ไม่อาจแก้ไข
คือเธอ
อา…สูญเสียเธอ
อา…ฉันสูญเสียเธอ
…”
ถึงแม้จะเป็นเพียงการร้องรอบแรก แม้แต่ผู้ฟังที่ชอบจับผิดที่สุดก็ยังไม่พบข้อบกพร่องในการแสดงอารมณ์ของนักร้อง และสามารถมองข้ามปัญหาด้านเทคนิคโทนเสียงที่อาจมีอยู่ไปทันที
แต่ความจริงแล้วไม่มีปัญหาเลย!
ดูจากสีหน้าของทุกคนในห้องควบคุมเสียงแล้วก็พอจะดูออก บ้างก็เคร่งขรึม บ้างก็ครุ่นคิด บ้างก็ชื่นชม และก็มีบางคนน้ำตาคลอ
ทุกคนต่างก็รู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งกับเพลง ‘ความเงียบ’ ของเฉินเฟยเอ๋อร์
ลู่เฉินจ้องมองเฉินเฟยเอ๋อร์ที่ยืนอยู่หน้าไมโครโฟนผ่านหน้าต่างกระจกหนาที่กั้นอยู่ ภายในใจเกิดอารมณ์และความรู้สึกพลุ่งพล่านท่วมท้นอย่างเด่นชัด ทนไม่ไหวอยากจะระบายมันออกมา
เมื่อร้องจบเพลงแล้ว ในห้องควบคุมเสียงเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มปรบมือก่อน จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน แม้ว่าเฉินเฟยเอ๋อร์จะไม่ได้ยิน แต่เธอมองเห็น!
ในสตูดิโอบันทึกเสียง เฉินเฟยเออร์ลืมตาขึ้น เธอกะพริบตา หยดน้ำตารินไหลลงมาจากหางตา
ลู่เฉินยิ้มและทำสัญลักษณ์ ‘โอเค’ ให้เธอ
เฉินเฟยเอ๋อร์เอียงศีรษะเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มที่สดใสและมีเสน่ห์