ตอนที่ 99
ตอนที่ 99 ฉีกกระชากฉินซื่อเสวีย
October 22, 2026
สารถีรถม้า คือหรูยี่
เขาเปิดม่านรถม้าด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า สภาพแวดล้อมข้างในปรากฏต่อหน้าฉินซื่อเสวียอย่างเต็มตา
ได้เห็นหยุนหว่านหนิงนั่งคร่อมบนตักของโม่เยว่ สองมือกำลังหยิกใบหน้าของเขาอย่างรุนแรง “โม่เยว่!ดอกท้อเน่า1ของเจ้าทำไมยังเด็ดไม่ขาดอีกเล่า!”
หลังจากที่ตระหนักว่าม่านรถม้าถูกเปิดออกแล้ว นางถึงหันกายมา “พระชายาหยิง บังเอิญ2จริง!”
คำว่า “บังเอิญ” ของนาง หมายถึงเฉลียวฉลาดจริงเชียว
แต่ นางยังไม่ได้ลงจากตักของโม่เยว่
อีกทั้งมือสองข้างของโม่เยว่สวมกอดเอวของนาง ตอนนี้เขากำลังโอบเอวของนางอยู่ มองนางอย่างได้ใจ
ท่าทางปล่อยให้นางกระทำกับตัวเองอย่างเหิมเกริม...
ฉินซื่อเสวียรู้สึกเพียงว่าดวงตาคู่นี้ของนางกำลังจะบอด!
ทำไมนางถึงไม่คาดคิดว่า หยุนหว่านหนิงจะอยู่ข้างในรถม้าด้วย!
“พระชายาหมิง?! เจ้า ทำไมมีเจ้าถึงอยู่ด้วย”
ฉินซื่อเสวียตกตะลึง น้ำตาบนใบหน้าเกือบแห้ง แต่อย่างไรน้ำตาคลออยู่ในเบ้าก็ไม่ไหลออกมา นางเหมือนเป็นกวางน้อยตัวหนึ่งที่ได้รับความตื่นตระหนก มองหยุนหว่านหนิงอย่างหวาดผวา
นังจื่อซูคนไร้ประโยชน์!
ทำงานอย่างไรกันแน่?!
ไม่ใช่บอกว่าวันนี้มีเพียงโม่เยว่คนวังคนเดียว แล้วหยุนหว่านหนิงไม่ได้ติดตามมาหรือไร
ถ้าอย่างนั้นคนที่อยู่ตรงหน้า เป็นผีสางหรือไร!
นางใช้หางตามองจื่อซูที่อยู่ด้านหลังอย่างเกลียดชัง อดไม่ไหวถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
จื่อซูก็คาดไม่ถึง ว่าหยุนหว่านหนิงจะอยู่ใรรถม้าด้วย ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อทันที!
จบเห่แล้ว!
นางคร่ำครวญอยู่ในใจ
หยุนหว่านหนิงหัวเราะคิกคักขึ้นมา “ใช่แล้วพระชายาหยิง ข้าต้องเข้าวังมาจับชีพจรให้เสด็จพ่อทุกวัน เจ้าบอกว่าทำไมข้าถึงอยู่ที่นี่รึ”
“ดูแล้ววันหน้าพระชายาหยิงจะมาสารภาพรักกับท่านอ๋องบ้านข้า ยังต้องเลือกฤกษ์งามยามดีด้วยล่ะ”
ขณะพูด นางก็หันหน้าไปจ้องโม่เยว่ ถามอย่างดุร้ายว่า “ใช่ไหมเพคะ ท่านอ๋อง?!”
เห็นท่าทางนางกัดฟันกรอด ๆ ราวกับจะกินคน โม่เยว่ครุ่นคิดว่า สตรีผู้นี้ถลำลึกกับการแสดงเกิดไปแล้วมั้ง
แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างร่วมมือ “ที่พระชายาพูดทั้งหมดล้วนถูกต้อง”
“งั้นดอกท้อเน่าของท่านนี้ ตัวเองจะเป็นคนเด็ดเอง หรือจะให้ข้าเด็ดให้ท่านกัน!”
หยุนหว่านหนิงจ้องเขาต่อไป
“ล้วนเป็นความผิดของข้า ข้าจะเป็นคนเด็ดเอง”
โม่เยว่มีทัศนคติที่ดีในการยอมรับผิด
ฉากนี้ตกอยู่ในสายตาของฉินซื่อเสวีย ในใจก็ยิ่งรู้สึกสลับซับซ้อน
นางไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไร เป็นโม่เยว่ที่พิสมัยหยุนหว่านหนิง ทำให้นางมีความกล้าที่กระทำอย่างเหิมเกริม ควรจะกล่าวว่าเป็นหยุนหว่านหนิง ที่ปราบสามีได้อยู่หมัด...
โดยรวมแล้ว ต่อหน้าโม่หุยเฟิง นางไม่เคยได้มีสถานะอย่างนี้มาก่อน!
ขณะเดียวกันก็อิจฉาอยู่ในใจ เกิดความหึงหวงและคลุ้มคลั่งจากก้นบึ้งของหัวใจต่อหยุนหว่านหนิง
หลังจากได้รับคำตอบจากโม่เยว่ หยุนหว่านหนิงถึงลงจากตักของเขา
นางส่งเสียงหึเบา ๆ เหลือบหางตามองฉินซื่อเสวีย
เห็นนางกำผ้าเช็ดหน้าผ้าในมือแน่น ผ้าเช็ดหน้าผ้าถูกบิดจนเสียรูปทรง...ถึงได้ยกมุมปากขึ้นด้วยความพอใจ “พระชายาหยิง”
“ตอนนี้เจ้าคงยังมีอะไร ที่อยากพูดกับท่านอ๋องบ้านข้ากระมั้ง”
“ไม่สู้พูดออกมาเลย พวกเราจะลองฟังดู”
หยุนหว่านหนิงนั่งลงที่ด้านข้าง มองดูนางด้วยความสนใจ “ถ้าจะให้ดีที่สุดนะ เรียกพวกเสด็จพ่อเสด็จแม่เสด็จแม่ทั้งหมดมาด้วย ทุกคนมาฟังด้วยกันจะได้ครึกครื้นไง!”
ได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าเล็กๆ ของฉินซื่อเสวียก็ซีดลงในทันใด!
ตั้งแต่งานเลี้ยงวันเกิดของเต๋อเฟยครั้งก่อน นางก็ได้ประมือกับหยุนหว่านหนิงมาแล้วหนหนึ่ง
เทียบนังคนชั้นต่ำกับก่อนหน้านั้น เปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย
หนนั้นนางถูกบีบให้ยอมรับความพ่ายแพ้
แม้บอกว่าการกระทำเบื้องหลังของนาง ล้วนเป็นโม่หุยเฟิงอนุญาต แต่ว่าโม่จงหรานกับฮองเฮาจ้าวพวกเขาไม่รู้เรื่อง!
หากให้พวกเขารู้ว่า หลังจากนางแต่งกับโม่หุยเฟิง คลอดบุตรสาวให้เขาสองคน แต่ยังหวนคิดถึงโม่เยว่อยู่เสมอ และยังแย่งกับหยุนหว่านหนิงอย่างชัดเจน...
พระชายาหยิงอย่างนาง ก็กลัวจนขึ้นสมองเหมือนกัน
เกรงว่าแม้กระทั่งชีวิตน้อย ๆ นี้ก็คงรักษาไว้ไม่ได้!