ตอนที่ 1322
บทที่ 1322 ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว
October 28, 2026
ไม่ได้กินข้าวแม้แต่เม็ดเดียวมาสามวัน แถมยังไม่ได้กินน้ำแม้แต่หยดเดียว หลี่ฝางในตอนนั้นอยากจะกินแต่น้ำ
เขารู้สึกว่าคอของตัวเองนั้นแหบแห้งเป็นอย่างมาก อ้าปากก็ร้อนผ่าว เมื่อเห็นกาน้ำชาที่วางอยู่ที่โต๊ะข้างๆ ก็รีบผลักกู่ยี่เทียนออก จากนั้นก็ปรี่เข้าไปหาโต๊ะนั้นก่อนจะหยิบกาน้ำชาขึ้นมาเทใส่ปาก
หลังจากที่กินน้ำอึกๆ แล้ว หลี่ฝางเลยรู้สึกสบายคอมากขึ้น จากนั้นท้องก็ร้อง เขาเลยเอามือมาคว้าเค้กแล้วก็ยัดใส่ปาก
เมื่อเห็นหลี่ฝางที่กินอย่างบ้าคลั่ง กู่ยี่เทียนก็แอบพูดเบาๆ ว่าจบเห่แล้ว สลบไปสามวันก็บ้าไปแล้วล่ะ
เขาจะต่อรองกับคนตระกูลหลี่ได้อย่างไรเนี่ย!
หลี่ฝางกินอย่างบ้าคลั่งอยู่ข้างๆ ส้าวส้วยที่อยู่บนเตียงก็ตื่นขึ้นมาแล้ว จากนั้นเขาก็ใช้มือเคาะหัวที่มึนๆ ของตัวเอง จากนั้นจึงค่อยๆ นั่งขึ้นมาบนเตียง
กู่ยี่เทียนได้ยินเสียงขยับเขยื้อน เลยไม่สนใจหลี่ฝางที่กินอย่างบ้าคลั่งแล้ว เลยรีบวิ่งเข้าไปข้างกายส้าวส้วย
“ส้าวส้วย คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?ยังจำได้ไหมว่าฉันคือใคร?”
ส้าวส้วยที่ไม่ได้กินอะไรเองก็หิวน้ำและหิวข้างเหมือนกัน เพียงแต่เขาไม่ได้เขมือบเหมือนหลี่ฝาง แถมยังตอบกู่ยี่เทียนที่เป็นห่วงไม่น้อย
“ฉัน……ไม่……ไม่เป็นไร” เพราะปากแห้งผาก และเจ็บคอเป็นอย่างมาก เสียงของกู่ยี่เทียนก็แหบแห้ง แถมยังค่อยๆ พูดออกมา
เมื่อได้ยินเขาบอกว่าตัวเองไม่เป็นอะไร กู่ยี่เทียนเลยถอนหายใจอย่างหนัก เมื่อมองส้าวส้วยที่ปากแห้งผาก เขาเลยรู้ตัวว่าส้าวส้วยอยากดื่มน้ำ ก่อนจะรีบรินน้ำชาให้เขาทันที
แต่กาน้ำชาเพิ่งจะถูกหลี่ฝางดื่มหมดไป กู่ยี่เทียนเห็นว่าไม่มีน้ำในกาเลยแม้แต่น้อย เลยเตะหลี่ฝางที่ยังกินอยู่บ้าคลั่งอยู่
“ผีหิวข้าวออกจากร่างได้แล้ว!กินน้ำจนหมดเลยเหรอไง”
หลี่ฝางที่กำลังตั้งใจกินอยู่ถูกเขาเตะเลยตกใจ ของที่กินอยู่ในปากก็ยังไม่ทันกลืน มันเลยพุ่งพรวดออกมาเลอะกู่ยี่เทียนเต็มตัว
“ให้ตายเถอะ!หลี่ฝางบ้าไปแล้ว!กินอะไรก็ไม่กินดีๆ !”
กู่ยี่เทียนที่ถูกพ่นเค้กเละๆ ใส่ก็หน้าดำคร่ำเครียด ก่อนจะปัดๆ ของที่ติดอยู่บนตัว พลางบ่นไปด้วย
“เห็นท่านชายทั้งสองคนดูมีชีวิตชีวาดี คงจะฟื้นตัวเต็มที่แล้ว พวกคุณไม่ได้สติไปสามวัน ตอนนี้คงจะทั้งหิวน้ำและหิวข้าวเลยล่ะ ฉันเลยเตรียมของกินเอาไว้ พวกคุณรีบกินตอนยังร้อนๆ เถอะ”
ในตอนนั้นเอง ในมือของไป๋หลินถือกล่องข้างกล่องหนึ่งออกมา ด้านหลังก็ยังมีไป๋เห้อที่หน้าดำคร่ำเครียด
ไป๋หลินเดินมาด้านข้างโต๊ะ จากนั้นก็หยิบอาหารออกมาจากกล่องเหมือนกัน ก่อนจะหันตัวไปรินน้ำชาแทนกู่ยี่เทียน
“คุณดื่มน้ำก่อนเถอะ” ถึงไป๋หลินจะมีท่าทีปกติ แต่ไป๋เห้อที่อยู่ข้างๆ กลับดมกลิ่นที่แตกต่างกันด้วยความจมูกไว