ตอนที่ 196
บทที่ 196 : หุงข้าวดิบให้เป็นข้าวสุก
October 31, 2026
"อืม" จิงเฉินจับตะเกียบในมือพร้อมกับพยักหัว
เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงซินเหยาเลย เหมือนกับว่าครั้งแรกที่เจอเธอ เธอก็จัดการกำจัดนิสัยที่ชอบเลือกกินของเขาอย่างราบคาบ และเมื่อคิดถึงใบหน้าของเธอตอนที่ห้ามเขาในการเลือกกินเพราะจะไม่ได้สารประโยชน์แล้ว มันก็ทำให้รอยยิ้มของเขามันเพิ่มขึ้นมาดูหวานเอามากจริงๆ
อันหรานเห็นเขายิ้มออกมาแบบนั้น คิดอยู่ในใจว่าเขายิ้มเรื่องอะไรกันนะ? เธอจึงเรียกเขาขึ้น แต่เขาก็ยังไม่ตอบเธอ เหมือนจะสติลอยไปแล้ว
อันหรานเรียกไปอยู่อีกหลายครั้ง ตอนนี้เขาจึงเหมือนตื่นจากฝัน
เขาเงยหน้าขึ้น พร้อมกับถามไปว่า : "ทำไมหรอ?"
มุมปากของเธออ้าขึ้น อยากถามว่าเมื่อกี้คุณคิดอะไรอยู่? แต่ลังเลไปซักพัก จากนั้นเธอก็กลืนคำพูดพวกนั้นลงไป และพูดแทนว่า : "ไม่มีอะไรค่ะ แค่อยากให้คุณลองชิมฝีมือเชฟบ้านฉันหน่อย ว่ามันเข้ากับรสปากคุณหรือเปล่า?"
จิงเฉินใช้ตะเกียบหยิบผักกวางตุ้งชิ้นหนึ่งขึ้นมา และพูดว่า : "อืม ไม่เลว"
เธอหัวเราะออกมา ยกถ้วยขึ้นพร้อมกับกินข้าวสวยที่อยู่ในถ้วยของเธอ
น้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาได้รับบาดเจ็บ แล้วคนที่เป็นพี่ชายอย่างซวี่เจ๋อมีหรือจะไม่มาเยี่ยม
ตอนแรกก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรหรอก แต่ซวี่เจ๋อเสียเวลาไปกับเรื่องอื่นมากเกินไป พอตอนที่มาบ้านตระกูลลู่เยี่ยมเธอแล้ว เธอก็เดินได้เหมือนคนปกติแล้ว ขาก็ไม่ค่อยบวมช้ำแล้ว แค่มีรอยช้ำเลือดแดงๆม่วงๆ มันอยู่บนขาที่ขาวนวลของเธอ ทำให้คนที่เห็นรู้สึกเจ็บแทนจริงๆ
ดีนะที่ตอนนี้เป็นฤดูหนาว ไม่งั้นละก็ ถ้าอยู่ฤดูร้อนคงไม่สามารถโชว์ขาที่เรียวสวยแบบนี้ออกมาได้แน่
อากาศของวันนี้มันไม่เลวเลย ท้องฟ้าสดใส ซวี่เจ๋อและอันหรานนั่งอยู่ในสวนอาบแดด
ซวี่เจ๋อยื่นมือออกมาและจับไปที่ผมของเธอพร้อมพูดออกมาอย่างโอ๋ๆว่า : "เป็นไงบ้าง? ดีขึ้นหรือยัง?"
อันหราน เธออยู่ต่อหน้าพี่ชายคนนี้ก็ไม่ได้แสดงความเย่อหยิ่งเย็นชาอะไรออกมา เห็นแต่เพียงความแบ๊วกรุบใสๆ
เธอเอามือไปจัดผมที่โดนซวี่เจ๋อทำให้ยุ่ง และพูดขึ้นแบบไม่ค่อยจอยหน่อยๆว่า : "โอ้ยพี่ชาย.........ตอนนี้หนูอายุ 20 กว่าแล้วนะคะ พี่อย่าคิดอะไรไม่ออกก็มาจับหัวของหนูได้ไหมคะ? หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ"
ซวี่เจ๋อเก็บมือตัวเองเข้าไปและพูดขึ้นว่า : "ใช่ แค่พริบตาเดียวน้องก็โตขนาดนี้แล้ว ไม่แน่อีกหน่อยก็จะได้แต่งงานแล้ว"
พอพูดถึงเรื่องแต่งงาน ในใจของเธอก็เต็มไปด้วยความคาดหวังและความหวานชื่น แต่เมื่อคิดถึงสีหน้าที่ดูเย็นชาอารมณ์แปรปรวนและยังมีความทุกข์แบบนั้นของจิงเฉินแล้ว มันก็ทำให้เธอทุกข์อยู่หน่อยๆ
แต่เธอก็เก็บความรู้สึกพวกนี้ลงไป และพูดออกมาว่า : "พี่ก็อายุไม่น้อยแล้วนะคะ เมื่อไหร่จะหาพี่สะใภ้ให้หนูซักคน?"
"ตอนนี้รู้จักเป็นห่วงพี่แล้วหรอ? แฟนคนเดียวพี่ยังไม่มีเลย จะมาหาพี่สะใภ้มาให้หนูได้อย่างไร?" ซวี่เจ๋อพูด
เธอคิดอยู่ในใจอย่างฉลาดและพูดออกมาโดยแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่า : "พี่คะ พี่นี่มันไม่เบาเลยนะคะ หนูจำได้ว่ารอบแล้วเรื่องคุนซินเหยา เธอก็สวยนะคะ หนูมองออกค่ะว่าพี่ชอบเธอ ความสัมพันธ์ของพวกพี่เป็นอย่างไรบ้างล่ะคะ?"
"ตัวเล็กขนาดนี้จะมารู้อะไรกัน" เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นกับเธอ
"เมื่อกี้พี่ไม่ได้บอกว่าหนูโตแล้วหรือไงคะ บอกหนูมาเถอะ" เธอพูดขอร้อง
เขาคิดไปซักพัก และพูดขึ้นว่า "พี่ชอบเธอ แต่เธอไม่ตอบรับพี่สักที"
"ตาเธอบอดไปแล้วหรือไงคะ? พี่ทั้งหล่อทั้งรวยทั้งฉลาดแบบนี้ เป็นผู้ชายในฝันของผู้หญิงหลายๆคนเลยนะคะ นี่เธอยังไม่รู้สึกพอใจอีกหรอ? เธอยังอยากได้อะไรอีก?" อันหรานพูดขึ้น
"ดีมาก ดีนะที่ตอนเด็กพี่รักหนูไม่เสียเปล่าจริงๆ" ซวี่เจ๋อพูดพลางหัวเราะออกมา และพูดขึ้นอย่างหนักแน่นอีกว่า : "แต่หนูอย่าพูดเธอแบบนั้นเลย เรื่องของความรักมันไม่ได้เอาเรื่องของภายนอกมาวัดกันแบบนี้ ไม่ใช่ว่าถ้าภายนอกใครดูดี คนคนนั้นก็จะได้ความรักไป ถ้าเกิดว่าCEOบริษัทเยี่ยหวงอย่างจิงเฉิน หนุ่มหนุ่มแน่นแน่นเก่งกาจแบบนั้นเป็นเพียงแค่วัยรุ่นธรรมดา หนูก็จะไม่ชอบเขาแล้วหรอ?"