ตอนที่ 187
บทที่187: รับของขวัญมูลค่าเทีบฟ้าอีกครั้ง
October 31, 2026
รองเท้าแตะบนเท้าฟางซวี่เจ๋อเป็นของ Louis แต่ก่อนเขาชอบมาคุยเรื่องงานกับหลัวเยี่ยนฉีเป็นครั้งคราว ที่นี่ไม่เพียงแต่มีรองเท้าแตะของเขา แต่ยังมีชุดนอนของเขาอีกด้วย เขาเป็นศิลปินคนแรกๆของหลัวเหยียนฉี ฉะนั้นหลัวเหยียนฉีจะให้ความสำคัญกับเขามากกว่าจว๋อเหยียนและโม่เฟยเฟย
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณลุงฟาง” เค่อหลานพูดอย่างดีใจ เธอชอบให้คนอื่นชมเธอที่สุด
ลั่วหลิงทักทายด้วยสีหน้าเย็นชาว่า : “สวัสดีครับ คุณลุงฟาง”
“สวัสดีครับลั่วหลิง เราก็สูงขึ้นนะเนี่ยะ ยิ่งเหมือนผู้ชายมากขึ้นแล้วนะ” ฟางซวี่เจ๋อพูดกับลั่วหลิง
อารมณ์ของลั่วหลิงไม่แสดงออกมามากเท่าเค่อหลาน แต่ก็แอบยกมุมปากขึ้น แสดงให้เห็นว่าเขาก็ดีใจกับประโยคนี้เหมือนกัน ในความเย่อหยิ่งแถมยังไม่สบอารมณ์นิดๆแบบนี้ของเขา เหมือนกับคนคนหนึ่งมากเหมือนกันนะ
เริ่มจากเมื่อสองปีก่อน วันเกิดทุกปีของถังซินเหยาทั้งลั่วหลิงและเค่อหลานจะลงมือทำเค้ก เพื่อฉลองให้กับเธอ ปีนี้ก็เช่นกัน
ถังซินเหยาสามแม่ลูก บวกกับฟางซวี่เจ๋อ เป่าเทียนแล้วตัดแบ่งเค้กกินกัน
เมื่อกินเค้กเสร็จเรียบร้อย ฟางซวี่เจ๋อไปอยู่ต่อนานนัก ดื่มช้าแก้วหนึ่งให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น ก็จากไปแล้ว
ถังซินเหยาลงไปส่งเขาด้วยตัวเอง เมื่อถึงชั้นล่าง ฟางซวี่เจ๋อก็หันกลับมากะทันหัน แล้วกอดตัวถังซินเหยาที่หอมละมุนไว้ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดกับเธออย่างอ่อนโยนว่า : “สุขสันต์วันเกิดนะซินเหยา ฉันหวังว่าต่อจากนี้ไปวันเกิดทุกๆปีของเธอ ฉันจะมีโอกาสอวยพรวันเกิดกับเธอด้วยตัวเองทุกๆปีเลยนะ”
เธอพลักอ้อมกอดจากฟางซวี่เจ๋อ แล้วพูดว่า : “แน่นอนสิ เราเป็นเพื่อนกันนะ มีโอกาสแน่นอนอยู่แล้ว ถึงแม้จะติดธุระด่วน ไม่สามารถมาอวยพรกันได้ แค่มีใจแค่นี้ฉันก็ดีใจมากแล้ว”
ดวงตาของฟางซวี่เจ๋อหมองลงเล็กน้อย เขารู้เลยทันทีว่านี่เป็นการปฎิเสธทางอ้อมของถังซินเหยา
“ฉันหวังว่าเธอจะให้โอกาสกับฉันสักครั้งนะ” ฟางซวี่เจ๋อจ้องเข้าไปในตาของถังซินเหยาโดยตรง แววตาเต็มไปด้วยความหวัง จ้องจนถังซินเหยาเองทนไม่ไหว
“ซวี่เจ๋อ ฉันเคยบอกแล้วไงว่าฉันไม่อยากให้ความหวังลมๆแล้งๆกับนาย ในระหว่างที่ยังไม่ชอบนายนั้นก็ยังคงเก็บนายไว้อยู่ ฉันไม่ต้องการแบบนั้นจริงๆ นี่มันไม่ยุติธรรมกับนาย ฉันไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกแล้ว การที่ผู้ชายที่เพอร์เฟคแบบนายมาชอบฉันเนี่ย ถือว่าเป็นโชคดีของฉันเลยนะ” ถังซินเหยารวบรวบความกล้าทั้งหมด แล้วปฎิเสธฟางซวี่เจ๋อ จากนั้นค่อยพูดต่อว่า : “เอาล่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว นายกลับไปพักผ่อนเถอะ ตอนกลางคืนถนนมืด ระวังตัวด้วยล่ะ”
ฟางซวี่เจ๋อผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยิ้มกับถังซินเหยาแล้วตอบว่า : “โอเค”
เขารู้ดีว่าความรู้สึกของเขาต่อเธอทำให้ถังซินเหนานั้นกดดัน เพราะแบบนั้นถึงแม้เขาจะมีคำพูดนับล้านคำในท้อง เขาก็ต้องกลืนมันลงไป ไม่ทำให้เธอลำบากใจไปมากกว่านี้ ในเมื่อเธออยากจะเริ่มจากการเป็นเพื่อน ถ้างั้นเขาก็จะเป็นเพื่อนที่อยู่ข้างเธอแล้วกัน รอให้เธอรู้สึกเฟงาเมื่อไหร่ ขอให้เธอนึกถึงเขาเป็นคนแรกแล้วกัน
หลังจากที่ฟางซวี่เจ๋อจากไป ถังซินเหยาก็กอดตัวเอง ตัวสั่นเพราะความหนาว
เพราะเธอรู้ว่าฟางซวี่เจ๋อจริงจัง ฉะนั้นเธอเลยต้องปฎิเสธเขาอย่างจริงจังทุกครั้ง ไม่ให้โอกาสเขาแม้แต่ครั้งเดียว ที่เธอยังมีความสัมพันธ์แบบไม่ชัดเจนกับเยี่ยจิงเฉินได้นั้นก็เพราะ หัวใจของเยี่ยจิงเฉิน ตัวเขาเองก็คงไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพราะฉะนั้นแล้ว เธอไม่กลัวที่จะติดค้างเยี่ยจิงเฉินหรอก
อยากจะได้รับความจริงใจจากคนอื่น วิธีที่ดีที่สุดก็คือการแลกเปลี่ยน ใช้หัวใจที่จริงใจอย่างเท่าเทียมกันแลกกับคุณค่าที่เท่าเทียมกัน กับเยี่ยจิงเฉินแล้ว เธอไม่กังวลเลยสักนิดว่าต้องคืนด้วยหัวใจที่จริงใจของตัวเอง หากติดค้างเยี่ยจิงเฉิน
เพิ่งถึงบ้าน เค่อหลานมือบอล แกะของขวัญวันเกิดที่ฟางซวี่เจ๋อให้กับเธอ
“หม่ามี้ดูสิ ของขวัญที่คุณลุงฟางให้หม่ามี้สวยมากเลยค่ะ เป็นหินสีเขียวก้อนหนึ่ง” เค่อหลานเบิกตาจ้องไปที่หินสวยงามก้อนนั้น รู้สึกว่ามันสวยมาก สวยจนต้องเรียกให้ถังซินเหยามาดูด้วยกันเลย
ถังซินเหยาเลิกคิ้วแล้วเดินไป เห็นวัสดุดั้งเดิมของหยกบนโต๊ะที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการใดๆทั้งสิ้น ขนาดเท่ากับลูกบาสเก็ตบอล เธอไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับหยกเลย เพียงแค่เห็นว่าหยกนี้น้ำดี สีก็กลมกลืนกัน น่าจะแพงแหละมั้ง
“อันนี้……” ถังซินเหยาจ้องมองไปที่ของขวัญวันเกิดของตัวเอง ลิ้นพันกันเล็กน้อย