ตอนที่ 32
ตอนที่32 คุณเป็นเมียผมนะ
October 28, 2026
C h a p t e r 32
"เดี๋ยวนะ แกบอกว่าอะไรนะ มือปืน? จะให้ฉันไปหามือปืน บ้าไปแล้วเหรอจีน ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ"
"ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่จะเอามาเล่นละครเฉยๆ ช่วยจ้างให้ฉันหน่อย มีเงินให้สองล้าน"
“เอามาเล่นละคร? ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คนจริงๆ นิ ไปจ้างใครมาเล่นก็ได้”
“แต่ฉันต้องการมืออาชีพ”
"ถ้าพลาดขึ้นมาถึงตายเลยนะ"
"ไม่พลาดหรอก"
"มั่นใจได้ยังไง"
"เอาน่า"
"ฉัน..."
"ช่วยฉันหน่อยนะสวย ขอร้อง"
"ถ้า...ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา อย่ามาโทษฉันนะ ฉันไม่เกี่ยวด้วย"
"แน่นอน เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับแก"
"สรุป แกจะเอามือปืนไปทำอะไร"
"ไว้ฉันจะบอก แต่แกต้องช่วยฉันก่อน"
"..."
เช้าวันต่อมา
พอลสันมีคุยงานผ่านจอใหญ่ที่ห้องประชุมกับผู้บริหารของ Red Blood เรื่องธุรกิจบางตัวในแคนาดากำลังมีปัญหา นอกเหนือจากเรื่องหุ้น ดูเหมือนจะมีคนปลอมตัวเข้ามาขโมยข้อมูลในบริษัทที่โน่น ซึ่งพอร์ชจับตัวได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เรียวนั่งมองพอร์ชผ่านจอใหญ่ มองเห็นร่างกายชายหนุ่มซูมผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าซีดเซียว ดูไม่มีความสุขเลยสักนิด ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาแต่งงานไปเกือบปี น่าจะมีความสุขกับภรรยาที่เป็นดาราชื่อดังสิ ทำไมถึงดูทรุดโทรมจัง เธอเอียงคอมองผู้ชายในจอมอมิเตอร์พลางครุ่นคิด
"จะจ้องอีกนานมั้ย" เสียงของเขาทำให้ทุกคนหันมามองกันอย่างงุนงง รวมทั้งเรียวด้วย "จ้องอะไรนักหนา"
พอลสันเห็นเธอสนใจผู้ชายคนอื่นก็เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ เธอมานั่งสนใจคนอื่นได้ยังไง ทั้งที่เขาก็นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้
"เอ่อ...นายหมายถึงใครเหรอ" นาเดียร์ที่ไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่ถามขึ้น
“…” เรียวก้มหน้ามองสมุดที่จดบันทึกทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะเธอไม่รู้ว่าเขาพูดถึงใคร
"พอลสัน? "
"ช่างเถอะ" เห็นเธอละความสนใจจากจอได้ เขาก็หันกลับไปมองน้องชายตามเดิม
การประชุมกินเวลานานมากตั้งแต่เช้าจนเที่ยงทุกคนในห้องประชุมนั่งกินข้าวที่ถูกสั่งขึ้นมาและก็เริ่มประชุมต่อไปจนถึงเย็นคือเวลาสามทุ่ม เรียวบิดตัวขี้เกียจด้วยความเมื่อยที่นั่งติดเก้าอี้นานเกินไป จอมอมิเตอร์ถูกปิดลง นาเดียร์กลับไปแล้ว ลีโอเก็บแฟ้มและเดินออกจากห้องไป ส่วนเจคไปตั้งแต่บ่ายแล้วเพราะมีถ่ายงานต่อ ตอนนี้จึงเหลือแค่เธอกับพอลสันสองคน วันนี้เธอได้สังเกตเห็นการทำงานของเขา สมองเพชรของเขามันสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้จริงๆ ใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถเรียกหุ้นขึ้นได้ แถมข้อมูลที่ถูกดึงไปก็กลายเป็นไวรัสไม่สามารถเปิดดูได้อีก เธอไม่รู้ว่าการที่เขาเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ขนาดนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้างแต่ยอมรับเลยว่า เขามีความสามารถมากพอที่ทำให้ใครหลายคนนับถือได้รวมถึงเธอด้วย
"ถ้ายังมองผมด้วยสายตาแบบนี้อีก คุณจะไม่ได้กลับบ้านนะ"
“…” เรียวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเก็บของที่วางอยู่บนโต๊ะเหมือนเดิม
"คุณขับรถมาหรือเปล่า"
"ค่ะ" เขาลุกขึ้นแล้วเดินมายืนอยู่ข้างเธอ เอื้อมมือมาปัดผมที่ปกคลุมลงมาข้างแก้ม
"ตั้งแต่พรุ่งนี้ไม่ต้องเอารถมานะ ผมจะให้เชนไปรับคุณที่บ้าน"
"ทำไมล่ะคะ"
"ผมจะได้ไปส่งคุณที่บ้านได้"
"..."
"เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน" เขากำลังทำหัวใจเธอเต้นแรงอีกแล้ว เธอมือไม้อ่อนจนปากกาตกลงบนโต๊ะ "หวั่นไหวกับผมเยอะๆ นะครับ เพราะผมอยากให้คุณหลงผมเยอะๆ "
"เลิกพูดมากแล้วรีบกลับบ้านเถอะค่ะ"
"พอเลิกงานแล้วก็กลับมาเป็นตัวเองเลยนะ"
"ฉันก็เป็นตัวเองตลอดนั่นแหละค่ะ"
"แล้วตอนนี้..." เขาจับคางเธอเงยขึ้นมาให้สบสายตากับเขา "เป็นตัวของตัวเองหรือเปล่า" น้ำเสียงแหบพร่า รอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ทำให้เรียวหัวใจเต้นแรงอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าโน้มลงมาใกล้จนริมฝีปากสัมผัสกับริมฝีปากเธอ เป็นแค่จูบสั้นๆ ที่ไม่ได้มีการสอดลิ้นอะไรทั้งสิ้น "ผมคิดถึงคุณ" พูดจบก็รั้งเอวเธอเข้ามาใกล้ "คืนนี้อยู่กับผมได้ไหม"
“…” น้ำเสียงออดอ้อนของเขาทำให้สมองของเธอหยุดทำงานไปชั่วคราว เธอ...เธอรู้นะว่าเขาต้องการอะไร เพราะตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้แตะต้องเธออีกเลย แล้วอีกอย่าง...เธอกำลังมี...
"ได้ไหม ผมคิดถึงคุณจริงๆ นะ" สายตาวิงวอนน้ำเสียงอ่อนโยนทำให้เธอแทบจะละลาย อยากจะหลับตาลงจะได้ไม่ต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ มันทำให้ใจอ่อนเกินไป
"คือ...ฉัน...ฉันมีประจำเดือนค่ะ"
"หื้ม"
"ฉันมีประจำเดือน คงทำอะไรแบบนั้นไม่ได้"
"ไม่เป็นไร นอนกอดกันเฉยๆ ก็ได้ ผมคิดถึงคุณ อยากกอดคุณ"
ครืด ครืด ครืด ครืด
เรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูว่าใครโทรมา เป็น...พี่คณิน เธอเงยหน้ามองพอลสันที่มองเธออยู่ ก่อนจะพยายามดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของเขาแต่...
"คุณปล่อยก่อนได้ไหมคะ"
"รับสิ" เขาเชิดหน้าใส่เธอเหมือนต้องการท้าทายให้เธอรับสายแล้วคุยต่อหน้าเขา...ก็ได้ เธอคุยก็ได้
"ฮัลโหล" เธอรับสายพี่คณินทั้งที่เขายังโอบเอวบางไว้แน่นพลางมองหญิงสาวกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคน
[เรียว เป็นยังไงบ้าง] เสียงผู้ชายที่ลอดผ่านมาทำให้พอลสันขมวดคิ้วและดึงโทรศัพท์เธอออกมากดเปิดลำโพง
"ทำอะไรของคุณ" เธอไม่พอใจที่เขากำลังคุกคามเรื่องส่วนตัวอยู่
"ใคร" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
[เรียวเป็นอะไรหรือเปล่า]
"ปะ...เปล่าค่ะ...พี่คณินหายไปไหนมาคะ เรียวโทรหาก็ไม่ติด ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ"
[พี่ทำเรื่องที่มหาลัยอยู่นะ ขอโทษนะที่ทำให้เรารอ]
"ไม่เป็นไรค่ะ พี่คณินจะกลับมาเมื่อไหร่"
[น่าจะกลางเดือนหน้า ไว้จะกลับพี่จะโทรหาอีกที]
"อย่าลืมโทรมานะ เรียวจะรอ"
[ครับ คิดถึงเรียวนะ]
"คิดถึงพี่เหมือนกันค่ะ"
[ฝันดีนะ คนดีของพี่]
"ฝันดีค่ะ พี่คณิน" เธอวางสายจากคณิน แล้วก็หันกลับไปจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังแสดงอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด "คุณทำอะไร" เธอถามเขาเสียงแข็ง
พอลสันปล่อยมือที่กอดเอวเธอไว้ออกและจ้องมองเธออย่างไม่ลดละเช่นกัน
"ผมต้องถามคุณต่างหากว่ากำลังทำอะไร คุยกับผู้ชายคนอื่น บอกคิดถึงผู้ชายคนอื่นต่อหน้าผม คุณชักจะกล้ามากเกินไปแล้วนะ"
“…” เรียวตาโตมองเขาไม่อยากจะเชื่อว่าจะกลายเป็นคนผิดทั้งที่ตัวเขาเองนั่นแหละคือคนผิด
"มันเป็นใคร ผู้ชายที่คุณบอกว่าคิดถึงคือใคร" รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังไม่ได้รับความยุติธรรม
"เป็นพี่ที่สนิทกันค่ะ"
"แล้วจำเป็นต้องบอกคิดถึงกันด้วย? "
"อย่างี่เง่าได้มั้ยคะ"
"อิงกาญจน์!! "
"ฉันคือคนที่ควรโกรธนะคะ คุณไม่มีสิทธิ์มาหยิบโทรศัพท์ของฉันแล้วเปิดลำโพงเพื่อฟังคนอื่นคุยกัน มันเป็นเรื่องส่วนตัว"
"หึ เรื่องส่วนตัว? หรือเป็นผู้ชายที่คุณแอบคุยอยู่"
"แอบคุย? " พอลสันจับแขนเธอแน่นจนขึ้นรอยแดง
"เคยได้กันแล้วหรือยัง!! ...ตอบสิ!! "
"เป็นบ้าอะไรเนี่ย!! " เธอเจ็บแขนพยายามสะบัดออกแต่ก็ไม่สามารถขยับไปไหนได้
"คุณเป็นเมียผมนะ อย่าลืม!! "
"คุณพอลสัน!! "
"แล้วก็จำไว้ ใครก็ตามที่มันกำลังเป็นชู้กับคุณ ผมจะเล่นงานมันให้ตาย!! "
“…” ทุกคำที่เขาพูดออกมา มันเป็นอะไรที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน เวลาเขาโกรธ จำเป็นที่จะต้องใช้คำพูดรุนแรงถึงขนาดนี้เลยเหรอ แววตาเต็มไปด้วยโทสะ ขมับมีเส้นเลือดปูดโปน กล้ามเนื้อแขนแข็งเกร็ง...
เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ ผู้ชายที่กำลังคุยกับเธอด้วยแววตาอ่อนโยนเมื่อกี้ไปไหนแล้ว
"ถ้าคุณยังเป็นแบบนี้ เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง" เธอพูดจบก็กระชากแขนออกอย่างแรงจนร่างเซ เก็บของแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจเขาอีก
เรียวไม่พอใจที่ชายหนุ่มเข้ามายุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอ ทำเหมือนเธอเป็นแฟนเขา ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เธอพยายามขีดเส้นระหว่างเราไว้ชัดเจนแล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะมีอารมณ์รุนแรงมากกว่าที่คิดเสียอีก
พอลสันกลับมาที่โรงแรมก็หยิบขวดวอดก้ามาดื่มเพื่อดับไฟในตัว แต่ดูเหมือนยิ่งดื่มก็ยิ่งเพิ่มเพลิงเผาไหม้ ที่แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
ผู้หญิงคนอื่นมีแต่ยอมเขา โอนอ่อนต่อเขา แต่เธอกลับต่อต้าน เธอคนเดียวที่กล้าทำอะไรที่คนอื่นไม่ทำ แล้วยังจะคุยกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเขาอีก!!
"เชน!! "
"ครับ"
"คนที่ชื่อคณินคือใคร"
"คณินเหรอครับ? เขาเป็นลูกชายของคุณคจร กรภัควัฒน์ ทำธุรกิจนำเข้าไวน์และมีสวนไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดครับ ครอบครัวคุณเรียวกับคุณคณินเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว"
"พวกเขาไม่ได้คบกันใช่ไหม"
"ไม่นะครับ คุณคณินอยู่ต่างประเทศมาห้าถึงหกปีแล้วครับ"
"อ่อ" ถ้างั้นก็คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง คงเป็นแค่พี่ที่รู้จักเพราะครอบครัวสนิทกัน "แล้วเมื่อวาน ที่ให้ตามไปดูอิงกาญจน์ เจออะไรผิดปกติบ้าง"
"ไม่เจอครับนาย เจอแค่คุณไลม์ที่เดินลงลิฟต์มาพอดี"
“…” เขาเลิกคิ้วข้างหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อผู้ชายคนที่ไม่อยากได้ยิน