ตอนที่ 41
ตอนที่41 ปัญหา
October 28, 2026
C h a p t e r 41
ภายในห้องนอน มีแต่เพียงเสียงลมหายใจของผู้หญิงสองคน สายตาจ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย
"ยังไม่นอนอีกเหรอ" เสียงจันทร์เจ้าทักขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทยังลืมตามองเพดานอยู่
"แกก็ยังไม่นอนนิ"
"ฉันนอนไม่หลับ"
"เหมือนกัน"
แล้วความเงียบก็เริ่มก่อตัว เรียวไม่รู้ว่าตอนนี้มีความรู้สึกยังไงนอกจาก...
เขาจะถึงหรือยังนะ
คิดถึงเสียงเขาจัง
ครืด ครืด
เธอรีบหยิบโทรศัพท์จากหัวเตียงขึ้นมาดู
'ถึงแล้วนะ'
แค่นี้? ส่งข้อความมาบอกแค่นี้เองเหรอ? ไม่คิดจะโทรหาเธอหรือไง อุตส่าห์นอนรอตั้งนาน
พอลสันถึงโรงแรม ก็รีบส่งข้อความหาหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ ที่นี่เที่ยงคืนแล้ว ที่ไทยก็คงห้าทุ่ม เขาอยากจะโทรไปหาใจจะขาดแต่ก็กลัวว่าเธอจะหลับไปแล้ว
ขณะที่กำลังจะแตะบัตรเข้าห้อง...
ครืด ครืด ครืด ครืด
ชายหนุ่มชะงักเท้า มองสายเรียกเข้าด้วยแววตาตกใจ จนเควินกับพอร์ชที่เดินตามมาข้างหลังเกือบเบรกเท้าไม่ทัน
'Honey' เป็นครั้งแรกที่เขาตั้งใจเปลี่ยนชื่อเบอร์โทรของผู้หญิงในโทรศัพท์ ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน
"นายครับ"
"อืม"
"ถึงหน้าห้องแล้วครับ"
พอลสันเงยหน้าขึ้นเห็นบานประตู ก็แตะบัตรและเปิดเข้าไปข้างในก่อนจะรับสาย
[....]
"...."
กลายเป็นฟังเสียงลมหายใจของกันและกัน แต่กลับไม่รู้สึกรำคาญสักนิด เขาค่อยๆ นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย
"ทำไมยังไม่นอน" เขาเอ่ยปากถาม
[ฉัน...รอคุณอยู่] แค่ได้รู้ว่าเธอรอเขา ก็ทำให้หัวใจได้รับความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การได้รับรู้ว่ามีใครสักคนรอให้เขาโทรหามันเป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง
"คิดถึงผมหรือเปล่า"
[...คุณก็รู้คำตอบอยู่แล้ว]
"แต่ผมอยากได้ยินคุณพูด" เขาได้ยินเสียงถอนหายใจแผ่วเบา คล้ายเธอกำลังทำใจ
[คิด...คิดถึง...ค่ะ] เสียงเธอมันก้องและเบาจนเขาแทบไม่ได้ยิน
"คุณอยู่ในห้องน้ำ? "
[รู้...รู้ได้ยังไงคะ]
"เสียงเบาแล้วยังสะท้อนอีกจะไม่รู้ได้ยังไง แล้วทำไมต้องทำเหมือนแอบคุยกันด้วย"
[ก็...ก็...จันทร์เจ้าอยู่ในห้อง]
"คุณกลัวอะไร เพื่อนคุณก็รู้แล้วว่าเราคบกันอยู่ไม่ใช่เหรอ"
[...]
"ที่รัก..."
[คุณ...จะนอนหรือยังคะ] เขารู้ว่าเธออายที่จะคุยต่อหน้าเพื่อนสาว ถึงได้เลือกจะเปลี่ยนเรื่องให้เขาเลิกถาม
"คุยเรื่องโครงการกับพอร์ชสักพักก็จะนอน"
[ดูแลตัวเองด้วยนะคะ]
"อย่าลืมข้อตกลงของเรานะ"
[หมายถึง...อะไรคะ]
"ห้ามเจอกับไลม์"
[ถ้าฉันบังเอิญล่ะ]
"จะยังไงก็ช่าง เจอกันเมื่อไหร่กลับไปคุณจะโดนดีแน่"
[งั้นถ้า ฉันไปเจอเขาแล้วคุณไม่รู้ล่ะ]
"ถ้าทำได้ก็ลองดู" น้ำเสียงแสดงความข่มขู่อย่างชัดเจน มีเหรอที่เธอจะไม่รู้
[รู้แล้วค่ะ]
"ฝันดีครับ"
[ฝันดีเหมือนกันค่ะ]
"ผมชอบคุณ"
[...พูดบ่อยมันจะไม่ขลังนะคะ]
"ผมชอบคุณ ผมพูดกับคุณคนเดียว"
[...]
"รีบนอนล่ะ"
[คุณ...คุณก็อย่านอนดึกนะคะ]
"อื้อ"
[ฉันวางสายแล้วนะ]
"อื้อ" พอลสันยังคงไม่มีท่าทีจะกดวาง จนเธอจำใจต้องกดปุ่มแดงเพื่อหยุดการสนทนาของคนสองคน แค่ได้ยินเสียงเพียงไม่กี่นาทีก็รู้สึกคิดถึง อยากกอดแล้ว...
วันต่อมา
เชนไปรับเรียวที่บ้านและพามาส่งที่บริษัทเหมือนปกติที่เคยทำ
"พี่ว่า ทำไมคุณพอลสันไม่พาหล่อนไปด้วย"
"บางทีคุณพอลสันอาจจะไปกับแฟนเขาก็ได้ จะเอาหล่อนไปเป็นก้างขวางคอหรือ"
"จริงด้วย สมน้ำหน้า"
“คุณพอร์ชกลับมาแล้ว พี่รู้หรือยัง”
“จริงเหรอ!!”
“ใช่ค่ะ แต่คงจะเดินทางไปคุยงานกับคุณพอลสันด้วยมั้งคะ”
ขณะที่เรียวกำลังเดินไปที่โต๊ะทำงาน ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงคนต่างพากันนินทาถึงเรื่องคุณพอร์ช
"คุณเรียวคะ"
"ค่ะคุณลูน่า"
"นี่เป็นเอกสารของแผนกบุคคลค่ะ เมื่อวานมีคนฝากฉันไว้ตอนคุณออกไปพอดี มีทั้งหมดห้าเล่มนะคะ" ลูน่ายื่นแฟ้มส่งมาให้เรียว
"ขอบคุณค่ะ" เรียวพยักหน้ารับก่อนจะเปิดดู ข้างในเป็นรายชื่อบุคคลที่เข้ามาสมัครเป็นพนักงานฝ่ายการตลาดของที่นี่"ปกติรับพนักงานเข้าบริษัทกี่คนเหรอคะ"
"ปีนี้ฝ่ายการตลาดรับแค่ 60 คนค่ะ ถ้ามีคนสอบสัมภาษณ์ผ่านมากกว่า 60 ก็อาจจะถูกส่งไปแผนกอื่นแทนค่ะ"
"แล้วปีนี้ มีคนสมัครเข้ามากี่คนคะ"
"1231 คนค่ะ"
"..." มันจะเยอะแยะอะไรขนาดนั้น แล้วรับแค่ 60 คน
"ตกใจที่เห็นคนสมัครเยอะใช่ไหมล่ะคะ"
"ใช่ค่ะ คนสมัครเยอะมาก"
"ปีที่แล้วมีมากกว่านี้อีกนะคะ"
"จริงเหรอคะ!! "
"ค่ะ คุณพอลสันเป็นคนลงไปสัมภาษณ์เองเพราะได้ข่าวว่ามีการรับส่วยใต้โต๊ะ" ปัญหาของบริษัทใหญ่ต่อให้ผู้บริหารจะเก่งขนาดไหนก็ยังไม่สามารถควบคุมทุกคนได้อยู่ดี เรื่องรับเงินใต้โต๊ะ เธอได้ยินในข่าวบ่อย แก้ไม่ได้หรอกมันอยู่ที่คน
"แล้ว จับตัวได้ไหมคะ"
"ไม่ทราบค่ะ ผู้บริหารปิดเรื่องนี้ไว้ คุณพอลสันก็ไม่ให้พูดถึงอีก"
"ที่บริษัทมีปัญหาบ่อยไหมคะ"
"ไม่นะคะ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาที่ต่างประเทศ ที่ไทยแทบจะน้อยมากเพราะคุณพอลสันมีกฎการทำงานชัดเจน ผิดกฎก็โดนไล่ออกอย่างเดียว ว่าแต่ ทำไมคุณเรียวถึงไม่ไปกับคุณพอลสันเหรอคะ"
"อ่อ...คุณเควินกลับมาแล้ว ฉันเลยไม่ต้องไปนะคะ"
"แล้วคุณเรียว ยังได้ทำงานอยู่เหมือนเดิมใช่ไหมคะ"
"ก็คงจะมั้งคะ" เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะให้เธอไปทำอย่างอื่นแทนหรือเปล่า แต่ถ้าจะให้ไปจริงๆ ก็คงต้องยอม...
พอลสันนอนได้สองชั่วโมงก็ต้องตื่นขึ้นมาคุยเรื่องโครงการกับพอร์ชต่อ การเปิดตลาดที่ฮ่องกงเป็นโครงการเรื่องโรงแรม ที่มีกาสิโนและผับ บาร์ด้วย เท่ากับต้องกลายเป็นคู่แข่งการตลาดของที่นี่ จึงต้องหาผู้ใหญ่ที่จะสามารถช่วยให้โครงการนี้มีผลสำเร็จมากขึ้น
"อาเหลียงบอกว่ายังไง"
"เขาไปเบิกทางให้แล้ว เพียงแต่อยากรู้ข้อตกลงของเราว่าจะน่าพอใจหรือเปล่า"
"นัดไว้กี่โมง"
"เก้าโมง"
"งั้นก็เตรียมตัวกันเลย"
"เรื่องนี้เราเก็บเป็นความลับก็จริงแต่ผมมีความรู้สึกว่า ฝ่ายคาร์เตอร์ไม่น่าจะอยู่เฉยแน่" เควินได้ยินพอร์ชพูดถึงเรื่องนี้ก็รีบตอบคำถามแทนเจ้านาย
"ฝ่ายนั้นยังอยู่ที่อเมริกา ไม่มีการเคลื่อนไหวครับ"
"งั้น...การคุยเรื่องนี้คงไม่มีอะไรน่ากังวล...ใช่ไหม"
“…” พอลสันก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างที่คิดหรือเปล่า แต่ก็พยายามเฝ้าระวังไว้ทุกทางแล้ว การที่ครอบครัวนั้นต้องการโจมตีเขาเพื่อให้ธุรกิจของตัวเองเข้ามาแทนที่ มันก็ไม่ง่ายนักหรอก...
12.51 น.
ร้านราเมงข้างบริษัท
“เขาชื่อพีม เป็นเพื่อนที่รู้จักในบริษัท” เรียวเอ่ย
“สวัสดีค่ะ เราชื่อจันทร์เจ้า” จันทร์เจ้ายิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“สวัสดีครับ”