ตอนที่ 50
ตอนที่50 ตัวปัญหา
October 28, 2026
C h a p t e r 50
เควินเข็นรถที่พอร์ชนั่งอยู่เข้าไปในห้อง VIP ของโรงพยาบาล ภายในห้องมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียง เขาคือพ่อของหญิงสาวที่กำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่
"คุณพอร์ช คุณพอลสัน"
"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าเธอเป็นยังไงบ้าง" พอร์ชทักทายตามมารยาท
"หมอบอกว่ากระสุนแค่เฉียดโดน ไม่ได้เป็นอะไรมาก ความจริงไม่ต้องให้นอนที่โรงพยาบาลก็ได้นะครับ"
"ได้ยังไงกัน เธอช่วยผมเอาไว้ ไม่อย่างนั้นผมคงตายไปแล้ว"
"ลูกสาวผม เป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่น เธอเป็นผู้หญิงที่ดีครับ"
"ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายนะครับ ผมจะจัดการเอง คุณจักรธรณ์กลับไปก็ได้ครับ ผมจะเฝ้าเธอแทนเอง"
"คุณพอร์ช อย่าทำแบบนี้เลยครับ ลูกสาวผมทำไปไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนหรอก" เควินยืนมองคุณพอร์ชสนทนากับพ่อของคุณจีนก็อดชายสายตาหันไปมองเจ้านายตัวเองไม่ได้
พอลสันมีสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา ไม่แสดงอาการอะไรเหมือนกำลังมองดูละครฉากหนึ่งเท่านั้น
"พะ...พ่อคะ" เสียงแหบแห้งของหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยทำให้ผู้ชายทั้งสี่คนหันไปมอง และเธอเบิกตาโตกว้าง เมื่อเห็นใครบางคนอยู่ในห้อง “คุณพอลสัน…”
"เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนไหม หนูคงตกใจมากเลยสินะ" จักรธรณ์เข้าไปจับมือลูกสาวอย่างอ่อนโยน
"ไม่...ไม่เป็นไรค่ะ แล้วคุณเป็นใครเหรอคะ”
"ผมต้องขอบคุณคุณมากนะครับ ที่ช่วยผมไว้" พอร์ชพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"ฉัน...ฉันช่วยคุณเหรอคะ"
"ใช่ครับ คุณช่วยผมไว้ ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงโดนยิงไปแล้ว" หญิงสาวมีแววตาว่างเปล่ามองพอร์ชเหมือนไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ได้ต้องการอะไรอยู่แล้ว คุณพอลสัน…มาที่นี่ได้ยังไงคะ”
“คุณพอร์ช เป็นน้องชายของคุณพอลสัน”
“อะไร…อะไรนะคะ” เธอตกใจมองพอร์ชกับพอลสันสลับกันไปมา “คุณ…เป็นน้องชายของคุณพอลสันเหรอคะ”
“ใช่ครับ”
"ฉันจำได้แค่ว่าช่วยใครคนหนึ่งไว้ แต่ไม่รู้ว่าใครเท่านั้นเอง" เธอมองเขาก่อนจะค่อยๆ ยิ้มออกมา "คุณปลอดภัยก็ดีแล้วค่ะ"
"ขอบคุณคุณอีกครั้งนะครับ"
เธอยิ้มก่อนจะเอียงสายตาไปมองผู้ชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหลังพอร์ช
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ คุณพอลสัน"
"อืม"
"ขอโทษนะคะ ถ้าทำให้คุณรู้สึกรำคาญที่เห็นฉัน"
"..." พอร์ชหันไปมองพี่ชายตัวเองที่ยืนหน้านิ่งอยู่
"พี่กับเธอ รู้จักกันมาก่อนเหรอ"
"ค่ะ...ฉันรู้จักคุณพอลสัน" เธอตอบคำถามแทนเขา
"งั้นก็เป็นคนกันเองสิ"
"...."
"คุณพอลสันเป็นผู้ชายที่ผมนับถือมากเลยนะครับ ถึงแม้ล่าสุดเราจะเจอกันไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่" จักรธรณ์พูดแทรกขึ้นมา
พอลสันยืนเอามือล้วงกระเป๋าไม่ได้สนใจคำพูดของคนในห้องเท่าไหร่เพราะเขามีความรู้สึกรำคาญ แต่ก็ต้องไว้หน้าพอร์ชอยู่บ้างเพราะยังไง เธอก็คือคนที่ช่วยน้องชายเขาเอาไว้
"เรื่องเก่าผมจำไม่ได้แล้ว"
"ครับ มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าจดจำเท่าไหร่" พ่อของจีนพยักหน้าเออออไปกับพอลสันก่อนจะหันไปมองลูกสาว "ลูกสาวผมเธอเป็นคนดีครับ ชอบช่วยเหลือคนอื่น ทำอะไรเพื่อครอบครัวก็เยอะ จนผมก็แอบรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถทำอะไรให้ลูกได้เลย" มือลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวอย่างรักใคร่ "ถ้าลูกสาวผมเป็นอะไรไป ผมคงต้องเสียใจไปจนตาย"
พอร์ชได้ยินจักรธรณ์ตัดพ้อเรื่องลูกสาวก็ยิ่งรู้สึกแย่ เขาไม่ใช่คนไม่รู้จักบุญคุณคน ยังไงก็ต้องช่วยเหลือให้ถึงที่สุด
"ไม่ต้องห่วงครับ พวกคุณต้องการให้ผมช่วยเหลืออะไรก็บอกได้เลย ผมยินดีเสมอ"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ จีนไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น แค่..." เธอชายสายตาไปข้างหลังพอร์ช "แค่คุณพอลสันอย่าเกลียดจีนเลยนะคะ"
พอลสันไม่นึกว่าจะมีชื่อพ่วงเข้าไปในบทสนทนาระหว่างทุกคน เขาถอนหายใจก่อนจะยกยิ้มให้ตามมารยาท
"คุณไม่ได้ทำอะไรให้ผมเกลียดหรอกครับ ไม่ต้องห่วง"
"พี่ชายผมเขาไม่เกลียดใครโดยไม่มีเหตุผลหรอกครับ วางใจได้โดยเฉพาะผู้หญิง" พอร์ชพูดออกมาเพื่อหวังปลอบใจหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง แต่ดูเหมือนจะทำให้เธอหุบยิ้มลงโดยอัตโนมัติ
"ฉันได้ยินข่าวของคุณกับคุณเรียว ยินดีด้วยนะคะ"
"ขอบคุณ"
"คุณเรียวเธอน่ารักมากเลยค่ะ ฉันเคยเจอเธอครั้งหนึ่ง ยิ้มสวย ใครๆ ก็ต้องชอบอยู่แล้ว" เมื่อได้ยินชื่อของผู้หญิงอันเป็นที่รักแววตาที่เย็นชาอยู่ ก็เปล่งประกายขึ้นมา
"ผมไม่ได้ชอบเธอ...แต่ผมรักเธอ..."
“…” น้ำเสียงหนักแน่นของเขากำลังทำให้หัวใจของจีนเจ็บเหมือนมีเข็มนับพันทิ่มแทง
"ขอตัวก่อนนะ พอดีมีงานที่บริษัท"
พอลสันพูดทิ้งท้ายเสร็จก็เดินออกจากห้องไปเพื่อโทรหาผู้หญิงในดวงใจ พอร์ชเองก็ให้เควินเข็นรถตามออกไปเช่นกัน โดยทิ้งคนของเขาเฝ้าหน้าห้อง VIP ไว้สองคน
หลังจากพอร์ช พอลสันและเควินออกไปจากห้อง รอยยิ้มที่มีของชายวัยกลางคนกับหญิงสาวก็เจือจางลง คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง
"คิดว่าใช้แผนนี้แล้วจะได้ผลงั้นเหรอ"
"พ่อก็เห็นว่าคุณพอร์ชพูดอะไร คุณพอลสันก็มีแต่ยอมรับ ตอนนี้ จีนมีบุญคุณกับน้องชายเขา ยังไงเขาก็ต้องเห็นแก่หน้าคุณพอร์ช ไม่กล้าทำอะไรไม่ดีหรอกค่ะ"
"ถ้าแกทำได้จริงมันก็ดี แต่ถ้าเรื่องนี้ถูกจับได้ อย่าลามมาถึงฉันเด็ดขาด" จีนยกยิ้มให้พ่อตัวเองด้วยความเย้ยหยัน เธอทำเพื่อครอบครัวทุกอย่าง แต่ก็ไม่เคยได้เป็นที่รักสักครั้ง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ถูกมองว่าไม่ดีไปหมด ไม่เหมือนลูกเมียน้อยของพ่อ ที่แทบจะบูชาอยู่เหนือหัว ไม่ต้องทำอะไรก็ถูกรักถูกประคบประหงมอย่างกับไข่ในหิน...
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูไม่ทำให้พ่อเสียชื่อหรอก"
"แล้วจะเอายังไงต่อ"
"ต้องสานสัมพันธ์กับคุณพอร์ชก่อน อย่างน้อยมีเขาหนุนหลังให้ ก็จะรู้สึกปลอดภัยมากกว่า"
"ถ้าเราได้เขาเซ็นสัญญาร่วมลงทุนเมื่อไหร่ ฉันจะลองพิจารณาเรื่องหย่าอีกที"
หย่า? แม่ของเธอเป็นผู้หญิงที่ดี เป็นที่รักของปู่กับย่า ครั้งแรกที่แม่บอกว่าจะหย่าเพราะจับได้ว่าพ่อมีเมียน้อยมาตลอด 15 ปี เป็นพ่อเองที่บอกว่าไม่หย่าเพราะกลัวปู่จะตัดออกจากกองมรดก จากนั้นก็พาเมียน้อยกับลูกเข้ามาอยู่ในบ้านโดยอ้างว่าเป็นสาวใช้คนใหม่ แถมยังโกหกปู่กับย่าหน้าด้านๆ
"พ่อจะยอมหย่าให้แม่? "
"ใช่ ฉันจะให้เงินอีกก้อนด้วย"
ถ้าพ่อกับแม่หย่ากันจริงๆ เธอจะออกมาใช้ชีวิตข้างนอก โดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลนี้อีกเลยตลอดชีวิต แต่ตอนนี้คนที่สามารถเป็นที่พึ่งให้เธอได้คือเขาคนเดียวเท่านั้น
"ก็ได้ค่ะ" เธอจะต้องทำให้เขาเห็นว่าเธอก็มีความจริงใจให้คุณพอลสันไม่แพ้คนอื่น แต่ตอนนี้เขากับเรียวกำลังไปได้ดี เธอยังไม่สามารถเข้าไปในชีวิตพวกเขาได้ จุดอ่อนของเรื่องนี้คือความมั่นคง เธอไม่เชื่อหรอก ว่าเขาจะมั่นคงกับผู้หญิงคนนั้นแค่คนเดียว...
"ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา อย่าลามมาถึงฉันเด็ดขาด เข้าใจไหม"
"ไม่ต้องห่วง หนูไม่ทำให้พ่อเดือดร้อนหรอกค่ะ"
"อืม ก็ดี" เธอหลับตาลงเม้มปากแน่นเพื่อข่มความรู้สึกเสียใจ ไม่มีใครเคยรู้ว่าเธอต้องอดทนมากแค่ไหนกับการอยู่ในครอบครัวนี้ ครอบครัวที่ดีแต่ใส่หน้ากากเข้าหากัน...
19.12 น.
เรียวกลับมานอนคอนโดเป็นเพื่อนจันทร์เจ้าเหมือนเดิม แต่ที่ต่างออกไปคือ เพื่อนของเธอกำลังเหม่อลอยเหมือนมีเรื่องอะไรในใจ
"จันทร์เจ้า มีอะไรหรือเปล่า"
"เรียว...ฉันได้งานทำแล้วนะ"
"เฮ้ย!! ดีเลยดิ ทำที่ไหน"
"ที่บริษัทแก"
"จริงอ่ะ งั้นฉันก็มีเพื่อนแล้วสิ"
"ไม่...ฉันไม่ได้ทำงานที่บริษัท แต่ไปทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณเจค"
"คุณเจค? "
"ดาราดัง ที่ชื่อเจคอ่ะ ถึงฉันจะไม่ได้ปลื้มเขามากมายขนาดนั้นแต่มันก็อดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี"
"ไหนแกบอกไปสมัครในแผนกการตลาดไม่ใช่เหรอ"
"อืม...พี่เขาบอกว่าประวัติของฉันดีมากก็อยากให้ทำที่แผนกการตลาด แต่ตอนนั้นผู้ใหญ่อยากได้คนไปเป็นผู้จัดการให้คุณเจคชั่วคราวก่อน ถ้ามีคนมาทำต่อจะให้กลับไปทำงานบริษัทตามเดิม"
"ก็ดีนะ ได้ออกไปหลายที่ด้วย"
"แต่ฉัน เอาใจใครไม่เป็นอ่ะ กลัวจะทำได้ไม่ดี"
"จันทร์เจ้า ฉันเชื่อว่าแกทำได้" เรียวเอื้อมมือไปกุมมือเพื่อนรักไว้พร้อมกับส่งกำลังใจให้อย่างเต็มเปี่ยม "ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกฉันนะ"
"อืม...."
ก็หวังว่าจะราบรื่นไปด้วยดีนะ
วันต่อมา
09.11 น.
"เรื่องที่ให้ไปสืบ เป็นไงบ้าง"
"ไม่มีความคืบหน้าเลยครับ"
"ที่แกเล่าให้ฉันฟัง ตอนกำลังออกจากประตูหลังของสนามบิน บริเวณนั้นมีใครคนอื่นอีกไหม นอกจากผู้หญิงคนนั้น"
"ไม่มีครับ"
"แล้วเธอเห็นได้ยังไงว่ามีคนกำลังถือปืนอยู่"
"เธอบอกว่าเห็นจากกระจกข้างรถ เธอไม่รู้ว่าใครแต่ก็ใช้ตัวเองกระแทกคุณพอร์ชจนล้มก่อนกระสุนจะมาถึงตัวครับ" พอลสันหรี่ตาลงพลางครุ่นคิดไปด้วย
"มันแปลก แกคิดว่าไง"
"ครับ มันแปลกมาก เพราะปกติพวกมือปืนจะต้องแม่นยำมากกว่านี้"
"ไม่ใช่...แปลกที่ว่าทำไมต้องมีคนคิดจะฆ่าพอร์ช ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน"
ตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้ ไม่เคยมีใครลอบฆ่าพอร์ชมาก่อน ยกเว้นเขา ถ้าจะมีคนมายิงเขา มันจะกลายเป็นเรื่องปกติทันที แต่นี่ไม่ใช่...
"นายกำลังจะบอกว่า..."
"ไปสืบมา สืบทุกคนรวมถึงครอบครัวนั้นด้วย"
"แล้วช่วงนี้เราจะทำยังไงกันดีครับ"
"อยู่เฉยๆ ไปก่อน ทำตัวเป็นผู้ชมที่ดี นั่งมองคนอื่นแสดงละครกันสักหน่อยก็แล้วกัน"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เรียวเปิดประตูเดินถือแฟ้มเข้ามาในห้องก็เห็นเควินยืนอยู่
"คุณเควินกลับมาแล้วเหรอคะ งั้นฉันคงต้องคืนตำแหน่งให้แล้วมั้ง"
"คุณอิงกาญจน์ทำหน้าที่ได้ดีกว่าผมครับ"
“…” เรียวอึ้งอยู่นานกับการนอบน้อมที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากเควิน
"ขอตัวก่อนครับ" เควินโค้งตัวให้พอลสันและเธอก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เรียวรั้งสายตากลับไปมองพอลสันที่นั่งอยู่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานก่อนจะเดินเอาแฟ้มไปวางไว้บนโต๊ะ
"เอกสารเกี่ยวกับการเปิดงานวิ่งมาราธอนค่ะ"
"ที่รัก...."
"หยุดเรียกแบบนั้นในที่ทำงานด้วยค่ะ"
"ทำไม" เขามองเธออย่างไม่เข้าใจ
"มันไม่เหมาะสม" พอลสันไม่อยากจะทะเลาะด้วยเรื่องเล็กน้อย จึงเล่นตามน้ำไปอย่างว่าง่าย