ตอนที่ 53
57
October 22, 2026
ด้านนายอำเภอหนุ่มที่นั่งอมทุกข์ เอ๊ย! อมยิ้มฟังสาวๆ หยอกกันไปมาได้เพียงครู่ก็รีบเอ่ยขอตัว เพราะเพื่อนที่นัดเอาไว้มาถึงแล้ว จึงลุกเดินเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับอีกฝ่าย
“ทำไมแกไปนั่งโต๊ะกับสาวๆ ได้วะ?” ปริณเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยสีหน้าแปลกใจ
“พอดีเจอคนรู้จักน่ะ” ประกรณ์หยิบแก้วบรั่นดีขึ้นมาจิบย้อมใจ ก่อนจะแสร้งหันไปมองบนเวที ที่นักร้องกำลังคลี่กระดาษแผ่นเล็กๆ แล้วอ่านข้อความข้างใน
“ขออนุญาตฉีกแนวสักเพลงนะครับ”
ทันทีที่เสียงดนตรีของเพลง ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ บรรเลงขึ้น เสียงโห่ร้องก็ดังคับคั่งไปทั่วทั้งร้าน
“เฮ้อ...ใครกันนะขอเพลงนี้ ขยี้ใจนายอำเภอสุดๆ” ปริณตอกย้ำอาการของเพื่อนสนิท
“แหม...หยอกซะขนาดนี้ เดี๋ยวเกิดผมเมาแล้วร้องไห้ขึ้นมาอย่าหาว่าไม่เตือนนะครับผู้กอง” ประกรณ์กลอกตาอย่างเซ็งๆ
“ไฮ้! ผู้กงผู้กองอะไรครับ วันนี้วันหยุด” ปริณหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสลดของเพื่อน
“ขำตาย” ประกรณ์ประชดพร้อมกับส่ายหน้าเพลียๆ
“น้องๆ เอาทิปไปให้นักร้องที” ปริณล้วงธนบัติแบงค์ห้าร้อยส่งให้พนักงานเสิร์ฟชาย
“ได้ครับ” พนักงานชายรับเงินก่อนจะเดินตรงไปยังเวที
“เอาน่า ถือว่าไม่ได้ทำบุญร่วมชาติกันมาก่อน ชนแก้วดีกว่าเพื่อน” ปริณปลอบ หลังเห็นเพื่อนรักอินกับเพลงไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ของ ตั๊กแตน ชลดา เป็นพิเศษ
“อืม!” ประกรณ์ขานรับ แล้วยกแก้วขึ้นชนกับเพื่อนรักที่มาปฏิบัติหน้าที่ในคดีลักลอบขนยาบ้าทางภาคเหนือ
“อีกสามเดือนหลังจากนี้ แกเตรียมตัวไปงานแต่งฉันด้วยนะ” ปริณบอกเรื่องสำคัญ
“เฮ้ย! จริงดิ” ประกรณ์เลิกคิ้วถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“จริง!” ปริณเอ่ยยืนยันด้วยสีหน้าจริงจัง แม้ว่าตอนนี้เจ้าสาวจะยังไม่ตอบตกลงก็ตาม แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วตนและสาวเจ้าจะต้องได้กันอย่างแน่นอน
“ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยินคำนี้ออกจากปากของแก ฉันดีใจด้วยจริงๆ” ประกรณ์บอกอย่างดีใจที่เพื่อนรักจะเป็นฝั่งเป็นฝา
“ขอบใจมากเพื่อน” ปริณพยักหน้ารับยิ้มๆ
“ว่าแต่ใครวะเจ้าสาว?” ประกรณ์รอฟังคำตอบ
“ก็...น้องอลิช เพื่อนของรียาไง”
“ไม่จริง! น้องเขายังเด็กอยู่นะ”
“เด็กที่ไหนกัน โตเป็นสาวแล้ว” ปริณบอกยิ้มๆ
“มึงนี่ร้ายจริงๆ” ประกรณ์ส่ายหน้า ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มย้อมใจ ตั้งแต่ขึ้นมอบรางวัลในงานลอยกระทงปีก่อน เขาก็เอาแต่เพ้อถึงวรันยามาตลอด ตั้งใจว่าหากสาวเจ้าเรียนจบและกลับมาที่เชียงใหม่เมื่อไหร่ จะเดินหน้าขายขนมจีบ แต่ก็ไม่ทันการ เพราะหลังจากที่เธอกลับมาได้เพียงไม่กี่วัน ก็มีข่าวว่าเตรียมจะแต่งงานกับภาคิน ทำเอาเขาถึงกับเสียใจและเมาหนักอยู่ร่วมสองอาทิตย์เลยทีเดียว
ด้านภาคินที่เดินมาถึงมุมที่ลับตาคนก็ดึงแขนของภรรยาให้หันมาคุยกับตน “ทำไมไม่บอกพี่ว่าจะออกมาข้างนอก”
“ทีพี่คินขับรถออกไปยังไม่บอกไวน์สักคำเลย ว่าจะไปไหน” วรันยาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเช่นเดียวกัน
“ก็แล้วเราทำไมไม่โทรหาหรือส่งข้อความมาถามล่ะ พี่ไปนั่งดื่มที่โรงแรมของเรา แล้วก็ย้ายมาที่นี่” ภาคินบอกด้วยสีหน้าตึงๆ
“นัดใครไว้เหรอคะ?” วรันยาเลิกคิ้วถามอย่างกวนๆ
“พี่ไม่ได้นัด ไม่ใช่อย่างที่น้องไวน์คิด” ภาคินรีบออกตัว
“หึ! แล้วรู้เหรอคะว่าไวน์คิดอะไร” วรันยาเอ่ยเยาะ
“รู้สิ! เราเป็นเมียพี่นะ” ภาคินบอกพร้อมกับดึงร่างบางเข้ามาสวมกอด
“ขอบคุณค่ะที่ยังช่วยรักษาหน้าให้ไวน์” วรันยารู้สึกเหมือนในหัวใจของเธอมีหลายเรื่องราวอัดกันอยู่แน่น และมันก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
“คืนนี้เรานอนที่โรงแรมดีไหม?” ภาคินก้มลงกระซิบถาม
“ไวน์มากับเพื่อนค่ะ” วรันยาพยายามแกะมือหนาออกจากเอว
“อย่าดื้อสิ! พี่ไม่อยากทะเลาะกันเพราะเรื่องงี่เง่าอีกแล้ว” ภาคินอ้อน เสียงหวาน
“ไวน์ก็ไม่ได้อยากจะทะเลาะกับพี่คินนี่คะ แค่อยากจะกลับไปนอนที่ รีสอร์ตกับพ่อบ้างก็เท่านั้น” วรันยาบอกก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกเพลียๆ
“อาสินนั่งเครื่องไปหายายที่กรุงเทพฯ. เมื่อตอนเย็นครับ” ภาคินบอกเรื่องที่ภรรยาสาวน่าจะยังไม่รู้
“ไม่จริง!” วรันยาส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ
“จริง! ตอนแรกพี่กะจะขับรถไปนั่งดื่มกับอาสินที่รีสอร์ต เลยต้องขับรถมาส่งขึ้นเครื่องที่สนามบินแทน” ภาคินยืนยันเสียงหนักแน่น
“แล้วทำไมพ่อถึงไม่บอกไวน์” วรันยาขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ
“บอกพี่ก็เหมือนบอกไวน์นั่นแหละ อย่าคิดมากสิ” ภาคินรีบปลอบ