ตอนที่ 174
ตอนที่ 174 ผมรักคุณ
September 21, 2026
“มันยุ่งยากมากเลยเหรอ?” ฉันถามเขา
เขาเดินอ้อมฉันไป “ผมออกไปวิ่งนะ”
“หลังคุณเป็นแบบนั้นวิ่งได้ด้วยเหรอ?” ฉันดึงเขาไว้ “ถ้าคุณอยากผ่อนคลาย ยังมีวิธีอื่นอยู่นะ”
เขามองฉันจากบนลงล่าง “ผมไม่คิดว่าตอนนี้คุณจะมีความสามารถทำอะไรแบบนั้นได้นะ”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น” ฉันพูดออกมาอย่างกลุ้มใจแล้วดึงแขนเขา “คุณเล่นเกมเศรษฐีเป็นไหม?”
“ผมทำอะไรไม่เป็นบ้าง?” เขายิ้มเย็น “นั่นมันเกมที่เด็กเขาเล่นกัน”
“เด็กก็เด็ก” เมื่อกี้ฉันเห็นกล่องเกมเศรษฐีกล่องหนึ่งวางอยู่ใต้โต๊ะชา “คุณดูถูกขนาดนี้แต่ก็ซื้อมาเล่นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
“สีจิ่นยวนเคยมาครั้งหนึ่ง เขาเป็นคนเอามา”
ฉันกดตัวให้นั่งลงบนโซฟาแล้วเริ่มแบ่งเงิน “ทุกคนจะมีห้าพันดอลลาร์ ดูซิว่าใครจะชนะ”
“เล่นเกมพวกนี้กับผม คุณไม่กลัวขาดทุนเกลี้ยงเหรอ?” เขารับเงินปลอมที่ฉันยืนไปให้อย่างไม่ใส่ใจ
“มันก็ไม่แน่หรอก เกมเศรษฐีมันวัดกันที่ดวง เกิดคุณทอยลูกเต๋าได้แต่อะไรกากๆ จะว่าไง?”
ฉันไม่ได้เล่นเกมเศรษฐีนานแล้ว จำได้ว่าเล่นกับเฉียวอี้เมื่อก่อน เธอชอบโกงตลอด ทอยลูกเต๋าแล้วได้ไปอยู่ในคุกก็จะทอยใหม่อีกตลอด
ฉันจำกฎการเล่นไม่ค่อยได้ แต่เหมือนว่าสีชิงชวนจะเชี่ยวชาญมาก
เห็นเขาปลูกบ้านทีละหลังๆ แต่เงินก็เริ่มจะน้อยลงเรื่อยๆ
ฉันพูดขึ้น “คุณอย่ารีบขยายบ้านตั้งแต่ช่วงแรกสิ ระวังจะไม่เหลือเงินนะ”
“กู้ธนาคารเอาก็ได้”
“ข้างบนนี้มีกฎเขียนว่าทุกการเดินครบหนึ่งรอบจะต้องชำระเงินกู้ธนาคารสองพันดอลลาร์ คุณมีปัญญาคืนเหรอ?”
เขายิ้มออกมาบางๆ และเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยการเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ
เหอะ สีซื่อกรุ๊ปก็ทำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ สีชิงชวนก็นับว่าเป็นเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ แต่เกมยังไงก็เป็นแค่เกม มันไม่เหมือนกัน ฉันไม่เชื่อว่าต่อไปจะยังเหลือเงินทั้งๆ ที่เขาขยายบ้านเยอะขนาดนี้
เขากู้เงินจากธนาคารมาก้อนใหญ่ ทอยลูกเต๋าและเดินไปตกยังที่ดินไหนเขาก็ซื้อมันหมด และถ้าเป็นอาคารบ้านเรือนก็จะอัปเกรดมัน ตอนที่ในมือฉันยังเหลือเงินอีกก้อนโต เขาก็ติดหนี้ธนาคารสามพันดอลลาร์เข้าไปแล้ว
ฉันเตือนเขาด้วยความหวังดี “อีกครึ่งรอบคุณก็ต้องคืนเงินกู้ธนาคารแล้วนะ คุณเหลือเงินไว้คืนบ้าง ไม่งั้นถ้าคุณไม่มีคืนเกมก็จบนะ”
“ยังไม่ถึงวินาทีสุดท้าย ไม่นับว่าจบ” เขายักไหล่ให้ฉัน “คุณรีบทอย”
คนอย่างเขานี่เชื่อมั่นในตัวเองเกินไป และการเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปก็คือการถือดี คุณพ่อสีพูดถูกหมดเลย ไม่ใช่ว่าการตัดสินใจของเขาจะถูกต้องทุกครั้งเสมอไป
ฉันเกลี้ยกล่อมเขาด้วยความหวังดี “ที่จริงคุณกับพี่ใหญ่และพี่รองก็เป็นส่วนหนึ่งของสีซื่อกรุ๊ปด้วยกันทั้งนั้น ใครเซ็นก็เหมือนกันแหละ”
“ประเด็นมันไม่ใช่ใครเซ็น คนพวกนั้นวิสัยทัศน์ไม่กว้างไกลมีแต่คนคอยซ้ำเติม ก็ไม่ต้องร่วมมือกันอีกแล้ว”
“แต่ว่าเสียการร่วมมือไปถึงห้าบริษัทในครั้งเดียวเลยนะ สีซื่อกรุ๊ปจะมีโอกาสกลับไปได้อีกครั้งไหม?”
“คุณแอบฟังได้ละเอียดดีนะ” ขณะที่เขาหัวเราะเยาะฉันก็ซื้อโรงแรมเพิ่มไปด้วยอีกหนึ่งแห่ง
“ถึงจะไม่ส่งผลกระทบกับสีซื่อกรุ๊ป งั้นคุณพ่อสีจะไม่เชื่อใจคุณอีกแล้วหรือเปล่า?”
“ถ้าท่านมีวิสัยทัศน์มากพอ ก็ควรจะเชื่อผม” ในมือเขาไม่มีเงินเหลืออีกสักดอลลาร์ เดินอีกไม่กี่ช่องก็จะครบรอบแล้ว เขาต้องคืนเงินที่กู้มาจากธนาคารแล้ว
“สีชิงชวน” ฉันมองเขาด้วยความกลุ้มใจ “คุณไม่มีเงินแล้ว”
“แต่คุณมี” เขายิ้มแย้มแจ่มใส
“หมายความว่าไง?” ฉันทอยลูกเต๋า แล้วเดินไปตามตัวเลขที่แสดงอยู่ด้านบนและหยุดลงที่โรงแรมของสีชิงชวนพอดี บนนั้นเขียนว่าโรงแรมสบายเกินไปจึงให้อยู่ต่อสามวัน โดยฉันต้องจ่ายค่าโรงแรมทั้งสามวัน
ทั้งหมดสองพันดอลลาร์พอดี สีชิงชวนยิ้มแล้วยื่นมือมาทางฉัน “ขอบคุณที่อุดหนุน”
หลังจากนั้น ทุกก้าวที่ฉันเดินก็เป็นโรงแรมและสิ่งปลูกสร้างของเขาทั้งหมด เขายังอัปเกรดจนเป็นระดับที่สูงมากๆ และฉันต้องจ่ายเงินก้อนโตๆ ให้เขาทุกครั้ง แถมสิ่งปลูกสร้างของฉันยังเป็นแค่ระดับเริ่มต้น เวลาเขาเดินมาตกที่ฉันก็ไม่ต้องจ่ายเยอะอีก
สรุปคือสีชิงชวนพลิกเกมกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เขาไม่เพียงแต่ชำระหนี้เงินกู้ธนาคารได้หมด แต่เงินในมือเขาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนในมือฉันเหลือเงินน้อยเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น
“รีบขยายการลงทุนในตอนแรกก็เพื่อเก็บเกี่ยวกำไรในตอนหลัง เป็นประโยคที่พูดได้ดี ถ้าไม่กล้าเสี่ยงจะบรรลุเป้าหมายได้ไง” เขาหยิบเงินใบสุดท้ายในมือฉันไปและแกว่งมันไปมา “คุณหมดตัวแล้ว เซียวเซิง”
เขาเล่นด้วยความสนุกสนาน “อีกรอบๆ”
เกมธุรกิจแบบนี้ฉันจะไปชนะเขาได้ไง ฉันล่ะยอมใจจริงๆ
“เรามาเล่นเกมต่อสำนวนกัน” ฉันบอก “อันสุดท้ายต้องพูดว่า ‘โชคดี มั่งคั่ง’ ถึงจะชนะ”
“สี่คำไม่สนุก ต้องสามคำ”
“ต่อแบบสามคำเหรอ?” ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน “ฉันไม่เคยเล่น”
“จะเล่นก็ต้องเล่นแบบที่ไม่เคยเล่นสิ” เขาพูดขึ้นก่อน “มีวันหนึ่ง”
นี่มันอะไร? จะต่อได้ไงล่ะเนี่ย?
“วัน ฟ้า” ฉันเค้นสมองตัวเองเพื่อนึกให้ออก “ฟ้าแจ่มใส”