ตอนที่ 205
ตอนที่ 205 คุณห่วงความรู้สึกของเซียวซือหน่อย
September 21, 2026
สีชิงชวนจับนิ้วฉันไปพลิกดูไปมา “ผมกัดนิ้วคุณจนได้แผลเลยเหรอ? คุณร้องซะแรงเลย”
ฉันรีบชักนิ้วตัวเองกลับมาแล้วซ่อนมือไว้ข้างหลังทันที
เซียวซือนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉันนี่เอง ทุกความเคลื่อนไหวของพวกเราก็อยู่ในสายตาเธอทั้งนั้น
ถูกเธอมองอยู่อย่างนั้น มันทั้งไม่สบายใจและร้อนใจ ทั้งยังมีความรู้สึกเหมือนกำลังทำเรื่องน่าละอาย
ฉันพบว่าเมล็ดผลไม้ที่ฉันทานเมื่อครู่ถูกสีชิงชวนห่อเอาไว้ด้วยกระดาษทิชชู ฉันคิดว่าเขาจะทิ้งมันลงถังขยะไป แต่เขากลับยัดมันลงกระเป๋า
ฉันถามเขา “ทำไมไม่ทิ้งไปล่ะ ในรถก็มีถังขยะ”
“ผมจะเอามันไปปลูกในสวน มันอาจจะงอกก็ได้ โตขึ้นเป็นต้นเล็กๆ มีลูกดกๆ”
“คุณสนใจเรื่องสวนตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“แบบนั้นคุณจะได้กินผลไม้นี่ได้ทุกวันไง” เขากะพริบตามองฉันปริบๆ ยังกลางวันแสกๆ แต่ฉันรู้สึกเหมือนในดวงตาเขามีดวงดาวอยู่ในนั้นเลย
คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ฉันกระซิบข้างหูเขาเบาๆ “การโปรโมตของคุณมันดูจะพยายามมากเกินไปหรือเปล่า?”
“ชิงชวน” จู่ๆ เซียวซือที่นั่งอยู่ตรงข้ามเราและมองเราด้วยสายตาเย็นชาอยู่ตลอดเวลาก็พูดขึ้น “คุณไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย นั่งเอียงตัวคุยกับเซียวเซิงตลอดแบบนี้มันอันตรายนะ”
“อีกแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว” สีชิงชวนบอก
อีกไม่นานก็จะถึงรีสอร์ตแล้ว วิวที่เกาะสุริยานี่สวยมากจริงๆ แถมยังมีตำแหน่งภูมิประเทศที่ดีมากด้วย วิลล่ามีส่วนหนึ่งที่สร้างบนเนินเขาใกล้ทะเล และมีบางส่วนที่สร้างบนเนินเขาครึ่งหลังที่สูงขึ้นไปอีก
เพิ่งจะได้วางฐาน ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ฉันอยากรอจนถึงวันที่ทุกอย่างสร้างเสร็จแล้วตื่นเช้าขึ้นมาและเปิดหน้าต่างออก จากนั้นก็มองเห็นท้องทะเลสีครามนี่ พร้อมกับลมทะเลที่เย็นสบายพัดมา มันคงเป็นวันหยุดพักผ่อนที่สร้างความสุขให้ฉันมากแน่ๆ
มาถึงก็เที่ยงพอดีและแดดก็แรงมาก ไม่รู้ว่าสีชิงชวนเสกร่มมาจากไหน เขากางมันไว้บนหัวฉัน
“เซียวซือไม่ได้เอาร่มมา” ฉันบอกสีชิงชวน
“ที่ป๋ออวี่มี” สีชิงชวนยื่นมือออกมาดึงฉันไปยืนข้างๆ เขา “คุณชอบตากแดดเหรอ? แดดที่เกาะนี้แรงมากนะ ตากนานๆ รับรอง ผิวลอกแน่”
ป๋ออวี่กางร่มคันหนึ่งออกแล้วกางให้กับเซียวซือ
เซียวซือเอ่ยขอบคุณป๋ออวี่อย่างมีมารยาท ฉันเดินย่ำทรายแล้วหดตัวอยู่ในโลกที่แสนร่มเย็นที่สีชิงชวนสร้างไว้ให้แล้วค่อยๆ เดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
ผ่านหาดทรายนี้ไปก็จะเป็นเขตของวิลล่า
ทรายบนเกาะสุริยาเป็นหาดทรายสีทอง เม็ดทรายล้วนมีสีทองราวกับทองคำที่ส่องแสงระยิบระยับภายใต้แสงอาทิตย์ ถ้าไม่เคยเจอโลกกว้างมาก่อนก็คงอยากเอาถังมาตักทรายนี่กลับไปด้วยแน่นอน
ฉันใส่รองเท้าส้นสูงมา เดินได้ไม่กี่ก้าวทรายก็เข้าไปในรองเท้าของฉัน มันเสียดฝ่าเท้าจนฉันทั้งคันทั้งเจ็บ
ฉันหยุดฝีเท้าลง สีชิงชวนที่ถือร่มอยู่จึงหันกลับมามองฉัน “ทำไมเหรอ?”
“ทรายเข้ารองเท้า” ฉันจับแขนสีชิงชวนไว้ จากนั้นก็ถอดรองเท้าส้นสูงเอามาถือไว้ในมือซะเลย
“ทรายมันจะเสียดเท้าเอานะ” เขาเตือนฉัน
“ไม่เป็นไร เดินได้”
สีชิงชวนขมวดคิ้วมองฉัน ทันใดนั้นเขาก็ก้มตัวมาอุ้มฉันในท่าเจ้าสาว
“เฮ้ย!” ฉันดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างไม่สบายใจ “คุณปล่อยฉันลงนะ ฉันเดินเองได้”
“อยู่นิ่งๆ อย่าดิ้น คุณกางร่มไป”
เซียวซือที่เดินอยู่ข้างหน้าได้ยินเสียงของพวกเราจึงหันกลับมามองฉัน ทันทีที่เธอเห็นว่าฉันถูกสีชิงชวนอุ้มอยู่ในอ้อมแขน ฉันกล้ารับรองได้เลยว่าฉันเห็นว่าสายตาเธอฉายแววหงอยเหงาออกมาแวบหนึ่ง
ฉันถือร่มไว้ในมือแล้วกัดหูสีชิงชวน “ขอร้องล่ะ คุณช่วยห่วงความรู้สึกของเซียวซือสักหน่อยเถอะ”
“ทำไม?”
“ทำไมอะไร? หรือเราไม่ควรจะห่วงความรู้สึกเธอสักนิดเลยเหรอ?”
“แล้วทำไมต้องควรห่วงความรู้สึกของเธอ?”