ตอนที่ 233
ตอนที่ 233 ช่วยผมผูกเนคไทด้วย
September 21, 2026
ฉันไม่เพียงแต่จะไม่ได้ไปเยี่ยมแม่ของหนีอีโจวในตอนเย็น แม้แต่โทรศัพท์ก็ลืมโทรให้ มิหนำซ้ำโทรศัพท์ยังแบตหมดอีกต่างหาก หลังจากที่กลับไปชาร์จก็ดันลืมเปิดเครื่องอีก พอได้นอนก็หลับไปจนถึงวันรุ่งขึ้น
ช่วงเช้าไปบริษัทเจอเฉียวอี้ เธอซักไซ้ไล่เลียง ฉันถึงเพิ่งนึกขึ้นได้
“เมื่อคืนวานทำไมถึงโทรหาเธอไม่ติด คุณรู้ไหมว่าพี่เสี่ยวฉวนตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน นึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอซะอีก”
“โทรศัพท์ฉันแบตหมด ลืมเปิดเครื่องด้วย”
“ฉันบอกพี่เสี่ยวฉวนไม่ได้อีกว่าเธอออกไปเที่ยวกับสีชิงชวน ได้แต่บอกไปว่าเธอเมาเรือ รู้สึกไม่สบายจึงกลับไปพักผ่อน”
“อ้อ” ฉันรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก “ฉันจะรีบโทรหาเขาประเดี๋ยวนี้”
ไม่ทันไรเขาก็รับสาย ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆ
“อีโจว เมื่อคืนฉัน...”
“คุณไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม?” หนีอีโจวรับพูดทันที “เฉียวอี้บอกว่าคุณไม่สบาย ไม่สบายตรงไหนเหรอ? จะไปโรงพยาบาลไหม?”
“ที่จริงฉันไม่ได้...” ฉันไม่อยากโกหก ทว่าเฉียวอี้หยีตาให้ฉันตลอด
ฉันจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรทั้งนั้น อย่างน้อยก็ดีกว่าการพูดโกหกและกัน
เขาเป็นห่วงอย่างมาก “คุณก็ดูแลสุขภาพด้วยละกัน ถ้าไม่ไหวก็ไปโรงพยาบาล”
“ฉันไม่เป็นอะไร แล้วคุณน้า...”
“ไม่ต้องห่วง ไม่เป็นไร” หนีอีโจวละมุนละไมเป็นอย่างมาก “มาเมื่อไหร่ก็ได้ อย่าคิดมากก็พอ”
“เที่ยงวันพรุ่งนี้ฉันจะไปเยี่ยมคุณน้าแน่นอน เพราะเมื่อครู่เลขาให้แผนงานฉันดูหลายฉบับ ฉันกลัวว่าตอนเที่ยงจะดูไม่จบ”
“อันที่ไม่เข้าใจก็วางไว้ก่อน ตอนบ่ายเดี๋ยวผมมาช่วยดู”
“ค่ะ”
ได้พูดคุยกับหนีอีโจวให้ความรู้สึกสบายๆผ่อนคลายเหมือนอาบลมในฤดูใบไม้ผลิ ไม่เหมือนกับสีชิงชวนที่พูดฉอดๆทำร้ายผู้อื่น
ฉันเพิ่งจะวางสายไป ก็ได้ยินหร่วนหลิงเคาะประตู “ท่านประธาน คุณสีมาค่ะ”
สีชิงชวนมาทำอะไรอีกเนี่ย?
ฉันเดินไปที่ประตู เห็นเขาสวมชุดสูทสีเทาอ่อน เน็กไทสีเงิน ใส่แว่นตาไร้กรอบ ดูเหมือนจะสวยแต่รูปจูบไม่หอม
“เขามาทำไมอีกเนี่ย?”
“ประชุม” เขาเดินเข้ามา “อย่าบอกนะว่าคุณลืมแล้ว”
ตื่นมาตอนเช้าเขาก็ไม่อยู่แล้ว ยัยเซ่อเบธบอกว่าเขาไปบริษัทแล้ว ฉันลืมเรื่องประชุมที่เกี่ยวข้องกับเกาะสุริยาของเซียวซื่อกรุ๊ปในวันนี้ไปสนิทเลย
“ไม่ได้ลืม” ฉันตอบได้ใจแป้วมาก
จู่ๆเขาก็ปลดเน็กไทออก ใจฉันแทบจะตกไปที่ตาตุ่ม
เขาคงจะไม่แก้ผ้าทำเรื่องผิดศีลธรรมกับฉันต่อหน้าเฉียวอี้และหร่วนหลิงหรอกนะ?
“คุณคิดจะทำอะไร?”
“ผูกเน็กไทได้ไม่สวย คุณช่วยผมที” เขาวางเน็กไทลงบนมือฉัน
ฉันได้แต่เขย่งปลายเท้าขึ้น “คุณก้มลงหน่อย สูงเกินฉันเอื้อมไม่ถึง”
“ตอนเด็กคุณถูกรังขนาดไหนกันเชียวนะ แม้แต่ตัวยังไม่โตเลย”
เขามาทำให้ฉันโชคร้ายแต่เช้าเลย ฉันแทบอยากจะรัดคอเขาให้ตายด้วยเน็กไทเสียจริง “ฉันสูง 168 ไม่ถือว่าเตี้ยนะ ใครให้สูงโลดซะขนาดนั้นล่ะ”
เขาโค้งตัวลงครึ่งนึง ฉันจึงช่วยเขาผูกเน็กไท
ฉันผูกเน็กไทได้ช่ำชองมาก หัวคิ้วของเขาเริ่มขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“ผูกให้ผู้ชายมานักต่อนักสิท่า?”
“แหงอยู่แล้ว มีอยู่ช่วงหนึ่งผูกแทบทุกวัน”
“เหอะ พ่อของคุณนะสิ” เขาพูดแทงใจดำ
ฉันเม้มปากยิ้ม จู่ๆเขาจูบลงบนริมฝีปากของฉัน ฉันตกใจเลยรีบเอามือปิดปาก หร่วนหลิงกับเฉียวอี้ก็อยู่ในออฟฟิศฉันด้วย “คุณทำอะไรหน่ะ?”
“ชิมดูว่าวันนี้คุณใช้ลิปสติกรสอะไร”
“คุณนึกว่าฉันเป็นเด็กน้อยหรือไง ที่ทุกวันจะต้องใช้ลิปสติกรสผลไม้?” ฉันรีบผูกเน็กไทให้เสร็จแล้วผลักเขาออก “คุณไปห้องประชุมได้แล้ว อยู่ออฟฟิศฉันนานเกินเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าฉันไปสมรู้ร่วมคิดอะไรกับบริษัทสีซื่อกรุ๊ปของพวกคุณอีก” เขาโดนฉันผลักออกจากออฟฟิศ พอหันกลับไปมองเห็นสองคนนั้นยืนใบหน้าตกตะลึง