ตอนที่ 235
ตอนที่ 235 อย่าถลำลึกไปมากกว่านี้
September 21, 2026
สีชิงชวนเผด็จการมากเสียจนกระทั่งไร้เหตุผล
ทว่าฉันเห็นด้วยกับคำพูดนี้
ทำไมต้องคิดหาเหตุผลด้วย ฉันเป็นถึงท่านประธาน ฉันสั่งห้ามก็ต้องห้าม
“ไม่ชอบเอารูปนี้ลงโฆษณา เอาตามนี้” ฉันพูดสั้นๆและตรงไปตรงมา
พวกเขาชะงักงันไปตามกัน รวมทั้งเซียวซือด้วย
คาดว่าพวกเขาน่าจะนึกไม่ถึงว่าฉันจะตรงไปตรงมาได้ขนาดนี้
“ทำไมถึงไม่ชอบล่ะ เซียวเซิง?” เธอถามอย่างละมุนละไม
ฉันรู้สึกเกรงใจ แต่ก็ต้องยืนหยัดต่อไป “ไม่มีเหตุผล ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ” ฉันอมยิ้ม “ภาพด้านหลังของสองคนนี้ถึงแม้จะดูสนิทสนมกัน แต่อาจจะไม่ใช่ความสัมพันธ์อย่างที่เราคิดก็เป็นได้ อีกทั้งสัดส่วนของภาพดูเรียบง่ายจนเกินไป ภายภาคหน้าอาจจะทำยากก็เป็นได้”
ในประเด็นนี้ฉันมีสิทธิ์เสนอความคิด ในเมื่อทักษะการวาดภาพของฉันก็ยังโอเครอยู่ เวลาว่างก็มักจะอ่านหนังสือด้านนี้อยู่บ่อยๆ
สายตาของเซียวซือราวกับจะได้รับการกระทบทั่งอยู่บ้าง “ใช่เหรอ ฉันคิดว่าอะไรก็ตามยิ่งดีก็ต้องยิ่งเป็นธรรมชาติ”
“สรุปก็คือฉันไม่ชอบ” ฉันอมยิ้ม “ฉันเป็นถึงท่านประธาน เรื่องเล็กน้อยนี้ฉันควรจะมีอำนาจในการตัดสินใจมิใช่หรอ? หื้อ?” ฉันปรบมือ “ไม่รบกวนเวลาทำงานของทุกคนแล้ว เรื่องงานโฆษณาก็ให้ฝ่ายโฆษณาและฝ่ายวางแผนและควบคุมการผลิตเป็นคนไปจัดการ และส่งแผนงานสามฉบับมาให้เลขาของฉันภายในหนึ่งอาทิตย์ ตามนี้ค่ะ”
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ฉันพูดมากขนาดนี้ในที่ประชุม พูดออกมาได้เสียที เหมือนว่าก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น
ทว่ามือของฉันเต็มไปด้วยเหงื่อ
ผู้เข้าประชุมต่างจ้องหน้ากันไปมา เซียวซือชะงักไปแปบนึง จากนั้นก็พยักหน้ายิ้ม “ได้ค่ะ ปิดการประชุม”
ผู้เข้าประชุมพากันเดินออกจากห้องประชุม เหลือแค่ฉันเฉียวอี้และหร่วนหลิง
ฉันล้มตัวลงบนเก้าอี้ แม้แต่ฝ่าเท้าก็เต็มไปด้วยเหงื่อ
นิ้วโป้งสองนิ้วปรากฏต่อหน้าฉัน ร่างฉันแทบอ่อนระทวย “ตกใจหมดเลย”
“พูดแค่ไม่กี่คำเอง มีอะไรน่าตกใจนักหรอ” เฉียวอี้ผลักฉัน “ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า”
“ท่านประธานเก่งมากเลย ก้าวแรกมักจะยากเสมอ” หร่วนหลิวเอ่ย “ครั้งนี้ ไม่มีใครกล้าว่าท่านประธานของเราว่าเป็นไอ้ใบ้อีกแล้ว!”
เธอพูดออกไปปั๊บก็รู้สึกว่าตัวเองพูดมากเกินไปแล้ว จึงรีบปิดตัวเองโดยเร็ว
ไม่ต้องให้เธอพูดฉันก็รู้อยู่ ฉันยิ้มด้วยความจำใจ “ฉันรู้น่ะ คนในบริษัทดูถูกฉันนักต่อนัก”
“แต่วันนี้คุณทำได้ไม่เลวเลย อย่างน้อยก็กล้าพูดแล้ว”
“เซียวซือไร้เหตุผลสิ้นดี ใช้รูปของเธอและสีชิงชวนมาลงโฆษณาให้กับเกาะสุริยา ทำอะไรอะ นึกว่าเป็นรูปงานแต่งหรอ ยังจะเป็นรูปคู่อีก แม่งเอ้ย!” เฉียวอี้พูดเสียงดัง ฉันสั่งให้หร่วนหลิงปิดประตูห้องประชุมให้สนิท
ฉันนั่งบนเก้าอี้อยู่ตั้งนมนานถึงจะยันโต๊ะเพื่อลุกขึ้น เฉียวอี้หัวเราะเยาะฉัน “ให้ฉันแบกเธอออกไปไหม?”
“อย่าทำแบบนี้ ท่านประธานของเราผ่านก้าวแรกไปได้ไม่ง่ายเลย ต่อไปวันข้างหน้าก็คงจะดีขึ้น”
“เฮ้ เซียวเซิง อะไรทำให้เธอข้ามผ่านความกลัวกล้าที่จะย่างเท้าก้าวแรกออกมา? เพราะอิจฉาเหรอ?” เฉียวอี้ใช้ข้อศอกของเธอมาสะกิด สะกิดจนฉันเจ็บปางตาย
“ก็ไม่ชอบเฉยๆ”
“เชอะ เฉยมากเลยนะเนี่ย”
เฉียวอี้เธอคิดมากไป ฉันก็แค่ไม่ชอบเฉยๆจริงๆ
ฉันกลับไปที่ออฟฟิศ นึกว่าสีชิงชวนจะมา แต่หร่วนหลิงบอกฉันว่าเขากลับไปแล้ว
เมื่อครู่นับว่าเป็นการให้กำลังใจจากเขา เพื่อให้ฉันกล้าแสดงความคิดเห็นหรือเปล่านะ?
ถ้าฉันไม่แย้งไป จะเป็นการยอมรับเป็นนัยๆจากเขาโดยยอมที่จะใช้รูปเขากับเซียวซือลงโฆษณาให้กับเกาะสุริยาใช่ไหมนะ?
จากนั้นก็จะเต็มไปทั่วท้องถนน?
วันนี้งานยุ่งมาก ฉันไม่เพียงแต่จะต้องสะสางงานของบริษัท เวลาว่างฉันยังต้องแอบแกะสลักหยกเพื่อที่จะมอบให้สีชิงชวน
เฉียวอี้ถามฉันว่าแกะสลักอะไรอยู่ ฉันก็ตอบไปตามตรง
เธอเข้ามาดูใกล้ๆ “ทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากด้วย สู้ไปซื้อกระดุมข้อมือหรือกิ๊บหนีบเน็กไทก็จบแล้ว”