ตอนที่ 286
ตอนที่ 286 ฉันตัดสินใจแล้ว
September 21, 2026
ก่อนหน้านี้ฉันยังตบหน้าอกตัวเอง พร้อมรับประกันต่อหน้าเฉียวอี้อยู่เลย ฉันบอกว่าไม่มีหล่อนฉันก็อยู่ได้ จะต้องจัดการเซียวซื่อกรุ๊ปให้ดีอย่างแน่นอน ไม่ต้องพูดถึงเลย ว่าการดำเนินงานของเซียวซื่อกรุ๊ป มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉันไหม ก่อนหน้านี้ที่ฉันบอกกับเฉียวอี้ว่า ถ้าไม่มีหล่อนฉันก็อยู่ได้ ความจริงฉันรู้ดีแก่ใจว่าถ้าไม่มีหล่อน ฉันไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว เฉียวอี้มีพรสวรรค์ด้านการบริหารบริษัท หล่อนมีความคิดเป็นของตัวเอง หล่อนมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ฉันรู้สึกว่า มีตัวฉันเพิ่มมาอีกแปดคนก็ยังสู้หล่อนแค่คนเดียวไม่ได้เลย
นอกจากนี้ฉันยังพึ่งพาหล่อนทางด้านจิตใจและความรู้สึกอีกด้วย ปกติโต๊ะทำงานของหล่อนก็จะอยู่ในห้องทำงานของฉัน โต๊ะของเราจะหันหน้าเข้าหากัน ก็เหมือนกับตอนที่เราอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย พวกเราก็จัดเตียงของเราไว้ตรงข้ามกัน พอลืมตาก็สามารถมองเห็นกันและกันได้ เฉียวอี้จึงมีความหมายที่แตกต่างออกไปสำหรับฉัน หล่อนไม่เพียงเป็นแค่ผู้ช่วยของฉัน เป็นเพื่อนร่วมงานของฉัน แต่หล่อนยังเป็นที่พึ่งทางใจให้ฉันมีกำลังใจที่จะอยู่ต่อได้หลายปีขนาดนี้ หลังจากที่พ่อจากไป ฉันก็พึ่งเฉียวอี้ทุกอย่าง ฉันรู้ว่าต่อไปฉันควรพึ่งพาตัวเอง ฉันเข้าใจกฎเกณฑ์ดีแต่ยากเกินกว่าจะทำได้
หร่วนหลิงมองฉันแล้วบอกว่า “จะรับกาแฟไหมคะ? ฉันมีกาแฟขาวอยู่ค่ะ ถึงจะไม่ใช่ชนิดที่ดังมาก แต่พอทานแล้วจะรู้สึกชื่นใจมากเลยค่ะ ทำให้สามารถลืมความเครียดได้”
ดูเธอทำตัวแปลกๆ ฉันรู้ว่าเธอตั้งใจจะหยอกฉันเล่น ฉันหัวเราะเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอทำให้ฉันหยอกเย้าสำเร็จ
“คุณพูดเหมือนเป็นยากล่อมประสาทเลยนะ เหมือนของพวกนั้นเลย คาดไม่ถึงว่ามันจะมีประสิทธิผลมหัศจรรย์ขนาดนั้น?”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะว่าไม่ใช่ของพวกนั้น พวกนั้นจะนำพาความสุขมาให้เป็นเวลาสั้นๆ จากนั้นก็ต้องแบกรับการกัดเซาะของผลข้างเคียงและการลงโทษที่รุนแรงทางกฏหมาย”
หร่วนหลิงดูจริงจังมาก หากว่าฉันไม่ลองชิมดูบ้างก็จะเป็นการเสียน้ำใจเธอที่ต้องมาเสียเวลาพูด หร่วนหลิงไปชงกาแฟมาให้ฉัน ฉันนั่งลงโต๊ะทำงานของฉันแล้วตรวจสอบธุรกิจทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับในเซียวซื่อกรุ๊ปในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา หร่วนหลิงเป็นเลขาที่ดีมากคนหนึ่ง เธอจัดการได้เป็นระเบียบเรียบร้อยและผู้รับผิดชอบงานก็แทบจะทำงานเสร็จอย่างสมบูรณ์กันทุกคน ฉันรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นส่วนเกินของเซียวซื่อกรุ๊ปจริงๆ ทำให้รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีตัวตนนี้เลยก็ได้
คุณดูตอนที่ฉันไม่อยู่สิ ธุรกิจของเซียวซื่อกรุ๊ปไปได้อย่างราบรื่นมาก มันกลายเป็นเรื่องปกติจนไม่รู้จะปกติยังไงแล้ว ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรดีใจหรือว่าควรเสียใจ แต่น่าจะควรดีใจนะ ที่ธุรกิจของเซียวซื่อกรุ๊ปยังคงปกติ แม้ฉันจะนอนอยู่ที่บ้านก็สามารถชุบมือเปิบได้เลย ฉันสามารถถามคำถามเชิงสัญลักษณ์เพียงคำสองคำและถือว่าทุกอย่างเป็นเครดิตของตัวเอง หากว่าฉันเข้มแข็งกว่านี้หน่อยก็จะไม่แคร์เรื่องพวกนั้น
ฉันจ้องคอมพิวเตอร์แล้วเหม่อลอย หร่วนหลิงเข้ามาเสิร์ฟกาแฟให้ฉัน วางแก้วกาแฟอย่างเบามือบนโต๊ะทำงานฉัน คาดว่าคงเพราะเห็นว่าฉันกำลังทำหน้าบูดอยู่แล้วถามว่า “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ? ท่านประธาน?”
มีปัญหาอะไรที่ไหนกันล่ะ? ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็คือไม่มีปัญหาใดๆอะไรทั้งสิ้นนี่แหละ
“เปล่าๆ ดีมาก คุณจัดการได้ดีมาก ผู้บริหารระดับสูงทุกคนก็ทำได้ดีมาก คุณคิดว่าฉันควรชมเชยพวกเขาตอนประชุมหน่อยไหม”
หร่วนหลิงเหมือนอยากพูดอะไรแต่ไม่กลัวพูดออกมา ฉันดูออกว่าเธอมีอะไรจะพูดกับฉันแต่ก็พะว้าพะวังเล็กน้อย
ฉันกล่าว “คุณเรื่องอะไรก็พูดมาได้เลย ฉันจะดูว่าฉันเดาถูกไหม”
ท่าทางเธอดูอึดอัด พอฉันเห็นสีหน้าท่าทางแบบนี้ก็พอเดาอะไรได้บ้างแล้ว เหมือนอย่างที่สีชิงชวนบอกไว้ แม้ว่าฉันคนนี้จะอ่อนแอยังไงก็ตาม แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นโง่อะไรขนาดนั้น
ฉันกล่าว “ผู้บริหารระดับสูงและผู้ถือหุ้นได้ร่วมมือกับผู้จัดการของแต่ละแผนก เพื่อยื่นหนังสือเสนอให้ฉันสละตำแหน่งประธานบริษัทใช่ไหม?”
“คุณทราบแล้วเหรอคะ?”
“สีชิงชวนเป็นคนบอกฉันเอง”
“แล้วคุณสีชิงชวนได้เสนอข้อคิดเห็นดีๆอะไรไหมคะ?”