ตอนที่ 82
ตอนที่ 82 ถึงจะแย่แค่ไหน แต่มันก็เป็นเรื่องจริง
September 21, 2026
เขาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะของฉันแล้วยกมือขึ้นถูจมูกและยิ้มออกมา “เสี่ยวเซิง หน้าหนูเหมือนแม่ของหนูมากเลย เหมือนแม่ของหนูสมัยสาวๆ มากๆ”
ฉันคิดว่าตอนที่แม่ฉันยังเป็นวัยรุ่นอยู่ท่านคงถูกเขาทรมานมาไม่น้อย ฉันสูดหายใจลึกๆ ครั้งหนึ่งแล้วยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงบนเก้าอี้
“คุณมาหาฉันทำไม?”
“ดูหนูพูดเข้าสิ หนูเป็นลูกสาวแท้ๆ ของพ่อนะ หนูดูสิ ตอนนี้หนูเป็นเจ้าของบริษัทแล้ว แต่พ่อหนูยังต้องต่อสู้ดิ้นรนอยู่ระหว่างความเป็นกับความตายอยู่เลย หนูจะไม่ช่วยจริงๆ เหรอ?”
“คุณเป็นพ่อแท้ๆ ของเซียวเซิงไหมยังต้องพูดอีกเหรอ อย่ามานับญาติกันแถวนี้” เฉียวอี้พูดขึ้น
เจี่ยงเทียนมองเธอแวบหนึ่งแล้วหันมาพูดกับฉัน “เสี่ยวเซิง หนูจะนับว่าพ่อเป็นพ่อไหม พ่อไม่สนหรอก เพราะยังไงการที่หนูใช้แซ่เซียวมันก็ดีกว่าแซ่เจี่ยงอยู่แล้ว พ่อก็หวังว่าหนูจะได้ดีใช่ไหมล่ะ พ่อจะได้อาศัยบารมีหนูด้วย”
“คุณไปเถอะ” ฉันพูดขึ้น “ฉันจะทำเหมือนไม่เคยเจอคุณมาก่อน”
“หนูไม่ยอมรับพ่อก็ไม่เป็นไร แต่พ่อเป็นพ่อของหนูจริงๆ ตอนหนูยังเด็ก พ่อยังเคยเปลี่ยนผ้าอ้อมให้หนูเลย ที่ก้นหนูมีปานแดงด้วยใช่ไหม? พ่อก็มีตรงนี้ หนูได้รับพันธุกรรมมาจากพ่อจริงๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย” เขาพูดพลางดึงกางเกงของตัวเองไปด้วย
เฉียวอี้ตะคอกออกมา “ถ้าคุณยังทำแบบนี้อีกฉันจะเรียกยามแล้วนะ!”
ได้ยินดังนั้นเขาจึงหยุดมือลง “เสี่ยวเซิง พูดจริงๆ นะ สถานการณ์พ่อตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มือไม่ขึ้น แถมยังติดหนี้เขาอีก ถ้าหนูไม่ช่วยพ่อ พ่อต้องโดนเขาฆ่าตายแน่ๆ”
นี่มันพล็อตพื้นฐานของละครรักดราม่าในไต้หวันเลยนะเนี่ย นางเอกมีเรื่องราวชีวิตที่ย่ำแย่ แล้วพ่อที่ติดหนี้เป็นกองก็มาหาและวุ่นวายกับนางเอกถึงที่
ส่วนนางเอกน่ะ ปกติต้องร้องไห้น้ำตานองหน้าแล้วรอให้พระเอกมาช่วย แต่ฉันยังไม่ทันได้ร้อง เฉียวอี้ก็ผลักเขาออกไปซะก่อน “ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อแท้ๆ ของเซียวเซิงไหม แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาขอเงินเธอ ไสหัวไปให้ไกล ยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี!”
เฉียวอี้รูปร่างสูงกว่าเจี่ยงเทียน เธอผลักเขาออกไปไม่กี่ครั้ง เจี่ยงเทียนก็ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว
เธอด่าออกมาด้วยความโกรธที่มากกว่าฉันอีก “เฉิ่งซินหลานนี่โคตรร้ายเลย แล้วยังจะหาเจี่ยงเทียนมาทำให้เธอรู้สึกรังเกียจอีก ตอนนี้ทั้งเครือข่ายก็คงรู้หมดแล้วว่าเธอมีพ่อแบบนี้”
“มันคงไม่มีทางออกแล้วล่ะ” ฉันพิงเก้าอี้แล้วพูดเสียงเบา “ทำได้แค่ยอมรับมัน”
“ฉันจะหาคนพาเขาปล่อยไปกับจรวดแล้วออกนอกโลกไปซะ” เฉียวอี้ทำได้เพียงพูดออกมาอย่างร้ายกาจเพื่อระบายอารมณ์
“เขาต้องมาก่อความวุ่นวายให้ฉันไม่เลิกแน่” ฉันพูดขึ้น “ก็เหมือนที่เขาบอกว่าเขาจนมาตั้งหลายปี ตอนนี้รู้ว่าลูกสาวของเขารวยขนาดนี้ จะไม่ดูดเป็นปลิงได้ไง?”
“คนแย่ๆ แบบนี้ ฉันมีวิธีรับมือ” เฉียวอี้ตบไหล่ฉัน “เธอไม่ต้องห่วง เขาจะไม่มีโอกาสเข้าใกล้เธอได้อีก”
ฉันนั่งเงียบบนเก้าอี้อยู่นานโดยไม่ได้คิดอะไรอีก แม้แต่เฉียวอี้กำลังทำอะไรฉันก็ยังไม่รู้ ผ่านไปครู่หนึ่งเธอก็เริ่มพูดขึ้นกับฉัน พูดอยู่นานฉันถึงเพิ่งเข้าใจว่าเธอกำลังพูดอะไร
เธอพูดกับฉัน “เจี่ยงเทียนโดนไล่ไปแล้ว ฉันบอกพี่เสี่ยวฉวนแล้วว่าต่อไปให้หาบอดี้การ์ดให้เธอสักสองคน แค่นี้เจี่ยงเทียนก็เขาใกล้เธอไม่ได้แล้ว”
“เฉียวอี้” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเธอ “ฉันถามเธอหน่อย”
“ว่าไง ถามมาสิ”
“ถ้าพ่อแท้ๆ ของฉันเป็นคนดีมากๆ ฉันยังจะทำกับเขาแบบวันนี้ไหม?”
“ฮะ?” ดูเหมือนเฉียวอี้จะงงกับคำถามของฉัน ดวงตาเธอเบิกตากว้างแล้วมองมาที่ฉัน “อะไรนะ?”
“ถ้าเขาเป็นนักธุรกิจ หรือว่าศิลปิน สถาปนิกหรืออะไรก็ได้ที่ประสบความสำเร็จ แล้วจู่ๆ เขาก็โผล่มาเจอกับฉันตอนนี้ ฉันจะให้คนไล่เขาออกไปไหม?”
เฉียวอี้กะพริบตาปริบๆ “เซียวเซิง คนแบบนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นพ่อคน เมื่อก่อนคุณแม่ถูกเขาทรมานมามากแค่ไหน ไม่งั้นท่านไม่พาเธอหนีไปทั่วหรอก”
“ใช่ เขาไม่เหมาะที่จะเป็นพ่อฉันจริงๆ แต่ถ้าเขาเป็นขึ้นมาจริงๆ ล่ะ?”
“เซียวเซิง”