ตอนที่ 2
บทที่ 2
September 18, 2026
“ลองเปิดประตูดูสิ”
เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้ง
ได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสติ
นางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือยื่นมือไปผลักหัวไหล่จ้าวหยวนเช่อตามสัญชาตญาณ
สำหรับนาง นี่คือการใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีแล้ว
แต่เมื่อไปอยู่บนตัวจ้าวหยวนเช่อ มันเป็นเพียงสัมผัสอ่อนนุ่มเท่านั้น
ดวงตาดอกท้อสุกใสของนางน้ำตาคลอ ขนตางอนงามเปียกชื้นน้ำตา ตาละห้อยอย่างน่าสงสาร ริมฝีปากก็คว่ำลง ร่างกายสั่นเทาทั้งร่าง
นางตกใจจนใกล้จะร้องไห้แล้ว
“ข้ากำลังแต่งตัวอยู่”
จ้าวหยวนเช่อไม่เงยหน้า พูดกระชับได้ใจความ น้ำเสียงยังคงเยือกเย็นเหมือนเดิม
ฟังไม่ออกสักนิดว่าในมือของเขากำลังทำสิ่งใดอยู่
นางหานตอบรับไปคำหนึ่ง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ไกลออกไป
เจียงโย่วหนิงโล่งอก แผ่นหลังชื้นไปด้วยเหงื่อ ขณะนี้ถึงรับรู้ว่าความเย็นของยาช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของตรงนั้น
“พอแล้ว ข้าไม่เจ็บแล้ว...”
นางอยากผลักจ้าวหยวนเช่อออก แต่มือถูกเขาปัดออกอีกครั้ง
ระหว่างรออย่างยากลำบาก ในที่สุดจ้าวหยวนเช่อก็เก็บมือกลับไป
นางรีบตัวลง แล้วรวบชายกระโปรงอย่างลนลานทำอะไรไม่ถูก ขณะมือไม้พัลวันขาพลันหมดแรงล้มไปทางด้านข้างโดยตรง
แขนกำยำของจ้าวหยวนเช่อยื่นออกไป แล้วโอบนางไว้ในอ้อมกอด
ใบหน้าของเจียงโย่วหนิงแนบกับแผงอกกำยำของเขา กลิ่นหอมเย็นของโกฏชฎามังสีโอบล้อมนาง
มือหนึ่งของนางดันอยู่ตรงอกเขา อยากดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอด แต่จนใจที่อ่อนปวกเปียกไปทั่วร่าง มีแรงเพียงน้อยนิด ราวแมลงชีปะขาวเขย่าต้นไม้
จ้าวหยวนเช่อโน้มตัวลงมาช่วยนางผูกผ้าคาดเอวให้เรียบร้อย แล้วจัดชายกระโปรงให้อย่างละเอียด
ขณะนี้แรงของเจียงโย่วหนิงกลับมาบ้างแล้ว จึงผลักเขาออกและก้าวออกข้างก้าวหนึ่ง เอาสองมือไว้ด้านหลัง ก้มหน้าเหมือนนกกระทา
จ้าวหยวนเช่อมองนางสักครู่ ก่อนจะดึงมือนางมาแล้วยัดกล่องยาหยกขาวให้นาง พร้อมกำชับเสียงเรียบ
“ตอนค่ำอย่าลืมให้สาวใช้ไปคั่วเกลืออุ่นมาประคบที่ท้อง”
เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก หน้าแดงหูแดงไปหมด เขายังจำได้ว่านางบอกว่าปวดเมื่อยตรงท้องอย่างรุนแรงหรือนี่
เห็นเขาหันหลังเตรียมจากไป นางตามไปหนึ่งก้าวพร้อมเรียกเขา “ท่านพี่...”
ฝีเท้าของจ้าวหยวนเช่อหยุดชะงักลง
“เมื่อคืน...ท่านพี่ไม่ต้องรู้สึกผิด และไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ให้ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นเถอะเจ้าค่ะ”
เจียงโย่วหนิงรีบนำกล่องยาหยกขาวกลับไปใส่ในมือเขา ก้มหน้าก้มตา ขนตางามงอนหลุบต่ำ เสียงเหมือนยุงริ้น
จ้าวหยวนเช่อมีพรสวรรค์โดดเด่น บัดนี้จวนเจิ้นกั๋วกงเองก็รุ่งเรืองมากขึ้นทุกวันเพราะเขา ย่อมต้องมีสตรีดีเลิศที่เพียบพร้อมคู่ควรฐานะกับเขา
นางกับเขาต่างกันราวฟ้ากับเหว
เรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงอุบัติเหตุ แม้ขณะนี้ความคิดของนางจะยุ่งเหยิงมาก แต่ก็พอเข้าใจว่าตัวเองควรทำสิ่งใด
คุณค่าของคนคือการรู้จักประมาณตน นางไม่เคยคิดฝันในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองเลย
จ้าวหยวนเช่อกำกล่องยาในมือแน่น นิ่งไปครู่หนึ่งจึงตอบรับว่า “อืม” ฟังไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ใด
เจียงโย่วหนิงพิงกำแพง มองเขาเปิดประตูเดินออกไป นางจ้องบานประตูที่ปิดลง ในใจยากจะสงบ
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครเข้าใจผิด นางจึงรออยู่นาน เว้นเวลาให้นานพอแล้วจึงจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกไปจากหลังศาลบรรพบุรุษ
ภายในศาลบรรพบุรุษ คนในตระกูลต่างยืนประจำที่แล้ว
เจียงโย่วหนิงฉวยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต เดินไปยืนอยู่ตรงมุมในแถวสุดท้าย พร้อมช้อนตาดำมองเบื้องหน้า
จ้าวหยวนเช่อยืนอยู่หน้าสุด รูปร่างสูงตรง นิ่งเฉยงามสง่า เข็มขัดหยกหรูอี้เกี่ยวรัดให้เห็นเส้นกล้ามเนื้อตรงเอวท้อง ชายชุดตัวยาวสีฟ้าน้ำทะเลทิ้งตัวลงมาสบาย ๆ เผยให้เห็นกางเกงผ้าต่วนสีขาวด้านใน พู่ห้อยของหยกและถุงหอมเกี่ยวพันกัน สูงส่งไร้ตัณหา เปี่ยมด้วยพลังในวัยหนุ่ม
ท่าทางเยือกเย็นที่ไม่อาจล่วงเกินกับเมื่อคืนที่ลุ่มหลงมัวเมาช่างแตกต่างกันยิ่งนัก
เจียงโย่วหนิงก้มหน้าลงเงียบ ๆ ต่อมาเมื่อทุกคนทำพิธีเซ่นไหว้เสร็จ จึงเตรียมแยกย้ายพร้อมพวกเขา
“เจียงโย่วหนิง มานี่”
น้ำเสียงเยือกเย็นของจ้าวหยวนเช่อดังขึ้น
เจียงโย่วหนิงร่างกายแข็งทื่อ ไม่รู้ว่าเขาต้องการทำสิ่งใด ทำได้เพียงเดินสวนผู้คนขึ้นไปตามคำสั่ง
เมื่อคนแยกย้ายกันหมดแล้ว
ตรงหน้ามีเพียงจ้าวหยวนเช่อกับนางหาน ฮูหยินเจิ้นกั๋วกง
นางหานอายุเลยสี่สิบแล้ว ทว่าดูแลตัวเองอย่างดี จึงยังคงงดงาม