ตอนที่ 6
บทที่ 6
September 18, 2026
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”
นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเอง
ตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วย
เจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจาง
หมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างยากจะจับสังเกต
เขารู้สภาวะของเจียงโย่วหนิงดี ย่อมไม่เปิดโปงนาง มือของเขาวางไว้บนเส้นชีพจรของนางหาน เริ่มตรวจอาการให้นาง
เจียงโย่วหนิงนั่งลงข้างนางหานอย่างกระวนกระวาย มุมนี้มองเห็นสถานการณ์หลังฉากกั้นพอดี
จ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ข้างโต๊ะ วางมือหนึ่งไว้บนโต๊ะ ท่าทางผ่อนคลาย ทว่าก็ยังดูสูงส่งสุขุม สง่างามไร้ราคีย์ เขามองดูเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่รู้ว่ามองนอกหน้าต่าง หรือมองแม่นางตรงหน้า
เจียงโย่วหนิงเห็นเขาไม่ชำเลืองมอง เหมือนไม่สนใจที่นางเข้ามา มือที่กำแน่นถึงได้คลายออก
อีกด้านของโต๊ะ คุณหนูสามสกุลหวังกำลังพูดคุยกับจ้าวหยวนเช่อ
“วันที่ซื่อจื่อชนะศึกกลับมา ข้าเห็นจากบนตึกแล้ว ท่านช่างน่าเกรงขามจริง ๆ ทุกคนล้วนวิจารณ์ ต่างบอกว่าท่านคือวีรบุรุษแห่งยุคผู้ยิ่งใหญ่”
น้ำเสียงนางใสกังวาน เป็นคนร่าเริง ดวงตาเรียวแก้มแดงระเรื่อ ผิวขาวดุจหิมะ สมกับเป็นคนงาม บนใบหน้ามีความขวยเขินอย่างหญิงสาวบางส่วน ดวงตาที่มองจ้าวหยวนเช่อเป็นประกาย คือความยินดีที่ปิดไม่มิด
จ้าวหยวนเช่อพยักหน้าเบา ๆ “คุณหนูหวังชมเกินไปแล้ว”
เจียงโย่วหนิงเม้มปาก คิดว่าวันที่จ้าวหยวนเช่อชนะศึกกลับมา คุณหนูสามสกุลหวังก็ถูกใจเขาแล้ว
ฐานะคู่ควร เป็นผลดีต่อการงาน คิดว่าจ้าวหยวนเช่อน่าจะตอบตกลงเช่นกัน
การหมั้นหมายนี้น่าจะสำเร็จแล้ว
“เยี่ยนหลิงบ้านข้าชอบวีรบุรุษในนิยายมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ถือว่าได้เห็นตัวจริงสักที”
นางเฉียวฮูหยินราชครูนั่งอยู่ข้างลูกสาว ยิ้มแล้วมองลูกสาวแวบหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดู
นางเอ่ยชื่อลูกสาวออกมา
เล็บเจียงโย่วหนิงจิกชายเสื้อเอาไว้ จนปลายนิ้วรู้สึกเจ็บ ด้วยเหตุนี้จะเห็นได้ว่านางเฉียวก็ถูกใจการหมั้นในครั้งนี้เหมือนกัน มิเช่นนั้นชื่อของหญิงสาวย่อมไม่บอกคนนอกง่าย ๆ
“ฮูหยินมีอาการใจสั่นเล็กน้อย ไม่อันตราย ยามปกติอย่าหักโหมเกินไป ยาเม็ดนี้ หากรู้สึกไม่สบายหน้าอกให้กินหนึ่งเม็ด จะช่วยบรรเทาได้”
หมอจางหยิบขวดยาเม็ดออกมาแล้วยื่นให้
เจียงโย่วหนิงได้สติ รีบรับมา “ข้าจะรับใช้ท่านแม่กินยาเจ้าค่ะ”
ระหว่างที่นางพูด เปิดฝาขวดแล้วเทยาสีน้ำตาลออกมาหนึ่งเม็ด วางไว้ในฝ่ามือนางหาน แล้วหันไปรินน้ำ
เฝิงมามาบ่าวคนสนิทของนางหานรินน้ำชาไว้หนึ่งถ้วยแล้ว ยื่นให้ด้วยสองมือ
เจียงโย่วหนิงไม่ลังเล ยื่นมือไปรับมา วินาทีที่นิ้วมือสัมผัสถ้วยชา เกิดความร้อนวูบวาบ
นางถึงได้สังเกตว่าสิ่งที่เฝิงมามารินคือน้ำเดือด
ปลายนิ้วปวดหนึบ นางอยากโยนถ้วยชาทิ้งตามสัญชาตญาณ แต่เพียงชั่ววินาทีก็หยุด... หากโยนออกไป ต้องไปรบกวนสองคนที่กำลังดูตัวอยู่หลังฉากกั้นแน่
นางเก็บมือกลับมา รีบเดินไปข้างโต๊ะแล้ววางถ้วยน้ำชาลง น้ำเดือดกระเซ็นไปโดนหลังมือนางเล็กน้อย ท้องนิ้วถูกลวกจนเจ็บ
“ซี้ด...”
นางสูดลมหายใจเข้า แต่ก็อดกลั้นไว้ไม่ยอมส่งเสียง เจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า
ยังดีที่นางว่องไวมากพอ จึงโดนลวกไม่รุนแรงนัก
“คุณหนูเจียงไม่เป็นไรนะเจ้าคะ? โทษบ่าวที่ไม่ระวังเอง ทำไมถึงเทน้ำเดือดนะ?”
เฝิงมามาเข้าไปสอบถามเสียงค่อย ดูเหมือนตำหนิตัวเอง แต่ข้างในกลับสะใจมาก
ท่านซื่อจื่อเพิ่งกลับมา เจียงโย่วหนิงก็ตามไปฟ้อง จะเอาทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับ จะเอาเรือนฝูหรงอีก นางคู่ควรหรือ?
นางหานกวาดมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง “ไม่เป็นไรกระมัง? เฝิงมามาไม่ได้ตั้งใจ”
เจียงโย่วหนิงหลุบตาลงพร้อมส่ายหน้า
เฝิงมามาเป็นคนสนิทของนางหาน สิ่งที่ทำล้วนเป็นสิ่งที่นางหานไม่สะดวกทำ อย่างเฝิงมามาจะให้นางหานกินยาด้วยน้ำเดือดหรือ? ยังบอกว่าไม่จงใจอีก
เพียงแต่รู้ว่านางคงไม่ว่าอะไร จึงจงใจเล่นงานนาง
นางหานกินยาเม็ดเข้าไป
เจียงโย่วหนิงกำลังจะเอ่ยลา กลิ่นหอมหนึ่งพลันโชยมา สองมือควงแขนนางเอาไว้
“เจ้าก็คือน้องหญิงสามสกุลจ้าวกระมัง?”
หวังเยี่ยนหลิงมองนางอย่างยิ้มแย้ม
เจียงโย่วหนิงดึงแขนกลับมา กำลังจะอธิบาย พลันได้ยินนางหานด้านข้างกล่าว “เยี่ยนหลิง นี่คือเจียงโย่วหนิงลูกเลี้ยงของบ้านเรา ไม่ใช่จ้าวเชียนหัวลูกสาวคนที่สามของข้า”
หวังเยี่ยนหลิงรีบคลายมือทันที พร้อมกับแอบบ่นพึมพำว่า ‘อัปมงคล’ แล้วถอยห่างไปด้านข้างหลายก้าวอย่างรังเกียจ
เจียงโย่วหนิงมองท่าทางเอาแต่ใจของนาง กลับดูคล้ายจ้าวเชียนหัวอยู่บ้าง ล้วนถูกที่บ้านตามใจจนเสียคน
หากทั้งสองคนเป็นพี่สะใภ้กับน้องสามี ไม่รู้ว่าจะเป็นภาพอย่างใด?
จ้าวหยวนเช่อเดินออกมาจากหลังฉากกั้น กวาดมองหลังมือเจียงโย่วหนิงที่ถูกลวกจนแดง สายตายิ่งเยือกเย็น
“ควรปักปิ่นได้แล้วกระมัง?”
นางหานรีบลุกขึ้นยืน ยิ้มแล้วกล่าว