ตอนที่ 5
เด็กมันร้าย - 5 ไม่เข็ด ? (คู่ซ้อม)
September 18, 2026
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป
หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันอยู่บ้านเพื่อทบทวนตัวเองและรักษาแผลที่เท้าจนหายดี
ที่ต้องทบทวนคือทบทวนความรู้สึก ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงชอบตุลมากขนาดนั้นและไม่เข้าใจว่าทำไมตุลถึงได้ตั้งท่ารังเกียจฉันขนาดนั้น
คำตอบที่ได้สำหรับฉันยังคงเหมือนเดิม มันคือรักแรกพบ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากจะถอดใจ หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันลองแล้วแต่ก็ยังวนเวียนคิดถึงแต่เขา ถึงแม้ว่าเขาจะร้ายกาจแถมยังเคยเกือบจะเขมือบฉันก็ตาม
“ไม่ออกไปอู่ ?” เฮียเฟยกำลังจะออกไปทำงานเห็นฉันอยู่ที่บ้านก็เลยเดินมาถาม
จริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกเฮียถามหรอก อาทิตย์ที่ผ่านมาเฮียถามฉันทุกวันว่าไม่ไปอู่หรอ คงเป็นเพราะฉันไปบ่อยมากๆ พอไม่ไปเลยผิดปกติ
“จะให้หนูไปทุกวันเลยหรอเฮีย”
“ก็เห็นไปทุกวัน”
“…ถ้าคนนั้นเขาถามแบบที่เฮียถามคงจะดี” ฉันพูดไปอย่างเหม่อลอย คนนั้นที่ว่าคือตุล การที่ฉันหายหน้าไปแบบนี้เขาจะคิดถึงบ้างหรือเปล่านะ เฮ้อ! ไม่ต้องเดาให้ยากหรอกคำตอบนี้ฉันรู้ดีในใจ
เฮียออกไปทำงานแล้วส่วนฉันก็นั่งๆ นอนๆ มันรู้สึกเบื่อไปหมด อยากจะออกไปเจอหน้าตุลแต่ภาพนั้นยังติดตา กลัวจะมองหน้าไม่ติด แถมเขายังทิ้งความร้ายกาจไว้อีกด้วย
กริ้ง~ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเพราะเหม่ออยู่ พอได้ยินเสียงก็รีบหยิบโทรศัพท์มาดูว่าใครโทรมา
ค่อนข้างแปลกใจที่เห็นว่าเป็นเบอร์ของพ่อโทรมา เพราะปกติพ่อจะยุ่งแต่งาน และฉันก็พอจะเดาออกว่าพ่อโทรมาเพราะอะไร
“ค่ะพ่อ”
( อาทิตย์หน้าพ่อจะกลับไทย พ่อมีคนมาแนะนำให้ลูกรู้จัก….)
“อีกแล้วหรอคะ” ฉันถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ นี่แหละที่ฉันรู้ทันว่าทำไมพ่อถึงโทรมา งานจับคู่คืองานหลักของพ่อเลยแหละ
ทุกครั้งที่ถูกจับคู่และพ่อนัดเดตให้ฉันก็มักจะทำตัวน่าเกลียดๆ ให้เขาไม่อยากจะคุยด้วย เช่นกินซกมก พูดจากระโชกโฮกฮาก ใช้มือหยิบอาหาร จามไม่ปิดปาก นี่คือกริยาที่ฉันทำเวลาถูกจับให้เดตกับใครก็ไม่รู้ และมันก็ได้ผล พอผู้ชายพวกนั้นเห็นก็รีบเผ่นหนีไปทุกราย
( ทั้งพี่ทั้งน้องเมื่อไหร่จะแต่งงาน รู้ไหมว่าพ่ออยากอุ้มหลาน ตาเฟยก็ปฏิเสธไปแล้วลูกยังจะปฏิเสธพ่ออีกหรือไง ) พ่อบอกเสียงเศร้า แต่ฉันไม่เชื่อหรอกพ่อของฉันน่ะเก่งยิ่งกว่านักแสดงอีกนะจะบอกให้
“หนูมีคนที่ชอบอยู่แล้วค่ะ เอาไว้จีบเขาติดเมื่อไหร่จะรีบพาเขาไปเจอพ่อแล้วจะรีบปั้มหลานให้พ่ออุ้มนะคะ บายนะคะเลิฟๆ พ่อค่ะ จุ๊บ” ฉันจุ๊บจอโทรศัพท์ก่อนจะกดวางสายไม่รอฟังว่าพ่อจะพูดอะไรต่อ
อุตส่าห์รับปากกับพ่อไปแล้วว่าจะพาคนที่ชอบไปเจอ ถ้ามัวแต่นอนอยู่ที่บ้านฉันจะพิชิตใจเด็กร้ายกาจอย่างตุลได้ยังไง
ฉันดีดตัวลุกขึ้นเมื่อคิดได้แบบนั้นก็รีบให้คนขับรถมาส่งที่อู่ของตุลทันที
#อู่ซ่อมรถ
พอเห็นตุลฉันก็ยิ้มหวาน นี่สิความสุขที่ขาดหายไปตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ดูท่าการเจอหน้าฉันมันจะไม่ใช่ความสุขของเขานะ
ฉันยังจำคำพูดของตุลได้ที่บอกว่า ‘ถ้าไม่อยากเจอแบบนี้อีกก็อย่ามาให้เห็นหน้า’
พอคิดถึงคำนี้ทีไรภาพเหตุการณ์นั้นมันก็ผุดขึ้นมาในหัวเหมือนเพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวเอง ถึงจะกลัวและรู้สึกไม่กล้าประจันหน้าแต่ใจฉันมันไม่รักดีเอาแต่คิดถึงเขา
“มาทำไม ?” ตุลถามแบบไม่สบอารมณ์อย่างทุกครั้ง
“พ…พี่มา มา” ฉันคิดหาข้ออ้างก่อนจะเหลือบไปเห็นรถตัวเอง “มาดูรถน่ะ”
ตุลเดินเข้าไปในอู่ ไม่นานเขาก็เดินออกมาพร้อมกับกุญแจรถแล้วโยนมาให้ฉันรับ แค่เอามายื่นให้ดีๆ ก็ไม่ได้