ตอนที่ 292
บทที่ 292 คือขงเบ้ง
October 22, 2026
เพราะปกติคนทั่วไปเวลาที่รู้ว่าใครมีลูก จะแปลกใจแค่ไหนก็จะพูดว่า‘มีลูกแล้วเหรอ’หรือไม่ก็‘มีลูกตั้งแต่เมื่อไร’สองคำนี้ แต่ไม่ใช่ ‘มีลูกได้ยังไง !’
และจากคำพูดนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ก่อนหน้านั้นตัวขงเบ้งเอง ก็รู้ว่าเขามีปัญหาเรื่องภาวะไม่เจริญพันธุ์ เพราะตัวขงเบ้งเป็นต้นเหตุ ขงเบ้งก็จึงรู้เรื่องนี้ !
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของนัทธีก็มืดมนจนน่ากลัว รอบกายก็มีไอสังหารอบอวลไปหมด
พิชิตยืนขึ้น แล้วตบไปที่ไหล่ของเขาอย่างปลอบโยน “พอเถอะนัทธี ตอนนี้โกรธไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร รอให้ความร่วมมือกับการรักษาของฉันจะดีกว่า ”
นัทธีกวาดตามองไปที่พิชิตแวบหนึ่ง น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก “ฉันรู้แล้ว เรื่องนี้ ห้ามบอกวารุณี”
เขาไม่อยากให้วารุณีคิดว่า เขาเป็นผู้ชายไม่เอาไหน !
พิชิตอ่านความคิดของนัทธีออก ดันกรอบแว่นแล้วกระแอมไอออกมา เห็นชัดว่ากำลังกลั้นขำอยู่ “ฉันรู้แล้ว วางใจเถอะ เรื่องนี้มันเกี่ยวกับศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายของนาย ฉันจะเก็บความลับนี้ไว้เป็นอย่างดี ”
นัทธีเม้มริมฝีปาก และไม่ได้พูดอะไร จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรไปหามารุต
ไม่นานปลายสายก็มีคนรับ เสียงหาวของมารุตดังเข้ามาให้ได้ยิน “ท่านประธาน ดึกป่านนี้แล้วมีเรื่องอะไรเหรอครับ ?”
“ก่อนหน้านั้น ที่ฉันให้นายไปสืบเรื่องของขงเบ้ง ได้ความว่ายังไงบ้าง?” นัทธีนวดคลึงไปที่ขมับอันเจ็บปวดของเขา
พิชิตรู้สึกประหลาดใจ“นายให้คนไปสืบเรื่องของขงเบ้งทำไม ?”
นัทธีหลุบตาลงต่ำ ไม่ได้ตอบกลับ
ที่เขาสืบเรื่องของขงเบ้ง เพราะในตอนนั้น จู่ๆขงเบ้งก็โผล่มาที่บ้าน เมื่อเห็นวารุณีกับอารัณ ปฏิกิริยาของเขาแสดงออกชัดเจนมาก จากนั้นจู่ๆก็ขอตัวกลับทันที
แต่ในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าเหตุผลที่ขงเบ้งขอตัวกลับไปนั้นเป็นเพราะเรื่องนี้ คิดว่าเป็นเรื่องอื่น จึงได้ให้มารุตไปตามสืบ แต่นี่ก็ล่วงเลยมานานแล้ว มารุตก็ไม่ได้ให้คำตอบอะไรกับเขา
“ขงเบ้ง?”มารุตมึนงงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็นึกขึ้นมาได้ ตีไปที่หน้าผากของตัวเองแล้วตอบว่า “ขออภัยครับท่านประธาน ท่านไม่ถาม ผมเองก็เกือบจะลืมไปแล้ว ตอนนั้นในตอนที่ผมสืบเรื่องของเขา ก็ไม่เจอว่าเขาทำเรื่องอะไรที่มันผิดปรกตินะครับ ”
“การซื้อยามันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรก็จริง” พิชิตยักไหล่“ คนส่วนใหญ่ก็มักจะไปซื้อยากัน เพราะฉะนั้นน้อยคนนักที่คิดว่าการซื้อยานั้นเป็นเรื่องผิดปรกติ ”
มุมปากนัทธียกหยักขึ้นอย่างเย็นชา“แม้ว่าการซื้อยานั้น จะไม่ทำให้คนอื่นเห็นความผิดปรกติอะไร แต่มันก็เป็นเบาะแสที่ดีได้ ”
ในขณะที่พูด เขาก็หรี่ตาลง ถามมารุตกลับไปว่า“ ในช่วงที่นายสืบ สืบเจอไหมว่าในช่วงห้าปีมานี้ขงเบ้งซื้อยาอะไรไปบ้าง ?”
“ยา?”มารุตหยิบแว่นที่หัวเตียงขึ้นมา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็จึงตอบกลับว่า“ไม่มีครับ แต่พบสืบเจอมาว่าห้าปีก่อนของขงเบ้ง เข้าๆออกๆโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งบ่อยมาก แต่ผมคิดว่าเขาคงจะไปหาหมอ เลยไม่ได้สนใจอะไร ท่านประธาน หรือว่าในนั้น......”
“ที่นั่นแหละ!”นัทธีกำโทรศัพท์แน่นด้วยสีหน้าที่เย็นเยือก พูดขัดเขาขึ้นมา“ รีบไปเช็กโรงพยาบาลนั้นด่วน ฉันต้องรู้ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับขงเบ้งในโรงพยาบาลแห่งนั้น !”
“ครับ!”แม้ไม่รู้ว่าท่านประธานจะทำอะไร แต่มารุตก็ไม่ได้ถามอะไรมาก พยักหน้ารับคำทันที
เมื่อพูดคุยกันเสร็จ นัทธีก็วางโทรศัพท์ลง
พิชิตบิดขี้เกียจ“ ดึกมากแล้ว ฉันจะกลับละ รอวางแผนขั้นตอนการรักษาแล้วเสร็จ ฉันจะแจ้งนายแล้วกัน”
นัทธีตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง แสดงให้รู้ว่าเขารู้แล้ว
พิชิตหันหลังให้แล้วเดินไปที่ประตูของห้องหนังสือ
นัทธีไม่ได้มองตามเขา มือประสานกันอยู่บนโต๊ะ ก้มหน้ามองต่ำ แววตาเย็นเยือก ทำให้รู้สึกน่ากลัวจนตัวสั่น
เขากำลังคิด ทำไมตอนนั้นคุณปู่ถึงได้ทิ้งพินัยกรรมที่สามารถทำลายครอบครัวของขงเบ้งเอาไว้ให้ และหลังจากที่ทิ้งเอาไว้ ก็ได้ฝากข้อความไว้ให้กับผู้ช่วย หวังว่าในตอนที่ครอบครัวขงเบ้งไม่คิดจะทำร้ายตระกูลนาคชำนานและบริษัท นาคชำนาน กรุ๊ปนั้น ให้เขาอย่าตามหาพินัยกรรมนั้น เหลือทางเดินเอาไว้ให้ครอบครัวของขงเบ้งด้วย
เขากำลังขบคิดว่าจะเชื่อฟังคำของคุณปู่ดีหรือไม่ เพราะยังไงมันก็เป็นคำสั่งเสียของคุณปู่ ที่สำคัญคือ ครอบครัวขงเบ้งในตอนนี้ก็อยู่อย่างเงียบสงบดี ไม่ได้คิดจะทำอะไรกับบริษัท นาคชำนาน กรุ๊ปและตระกูลนาคชำนาน ไม่ใช่ว่าเขาจะปล่อยครอบครัวของขงเบ้งไปไม่ได้ แต่เพราะขงเบ้งมาทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ เขาไม่มีวันปล่อยครอบครัวของขงเบ้งไปแน่
หากหาพินัยกรรมพบ เส้นสายของทางครอบครัวขงเบ้ง เขาจะขุดรากถอนโคนทิ้งให้หมดอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาที่หรี่เล็กของนัทธี ก็แผ่กลิ่นอายของความดุร้ายออกมา แต่แค่เพียงไม่นาน ก็หายวับไป
หลังจากนั้น เขาก็ลุกขึ้น แล้วเดินออกจากห้องหนังสือ ตรงไปที่ห้องนอน
กลับมาถึงที่ห้องนอน นัทธีเห็นวารุณีนั่งอยู่บนเตียง บนตัวคลุมด้วยผ้านวมบางๆ ในมือถือสมุดเขียนแบบและดินสออยู่ กำลังขีดๆเขียนๆอะไรลงไปในกระดาษ
!