ตอนที่ 867
บทที่868 เกิดความคิดอยากสังหารในทันใด
October 21, 2026
บทที่868 เกิดความคิดอยากสังหารในทันใด
ซือถูเย้นเพิกเฉยต่อความว่างเปล่าและความโกรธในสายตาของเขา พลางพูดอย่างเฉยเมยว่า “วันนี้ที่ข้าเข้าวัง เพราะข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง”
“ขอร้อง?” ฮ่องเต้ยิ้มอย่างเยือกเย็น “อ๋องซื่อเจิ้งพูดเกินไป เจ้าพอใจสิ่งใดในแคว้นต้าโจวแห่งนี้ จงรับไปเถิด ชีวิตข้าอยู่ในความควบคุมของพวกเจ้าสองสามีภรรยาอยู่แล้ว”
“ข้าขอให้ฮ่องเต้มอบแคว้นหนานให้ข้า หลังจากที่ฮ่องเต้หายป่วยแล้ว ข้าจะพาหลีโม่ไปแคว้นหนาน” ซือถูเย้นพูดอย่างเชื่องช้า
ฮ่องเต้ตกใจและมองเขาด้วยความไม่เชื่อ
ความต้องการของเจ้าช่างน้อยนิด! เป็นไปไม่ได้ แคว้นต้าโจวแห่งนี้อยู่แค่เอื้อม เหตุใดเขาจึงต้องการแคว้นเล็กๆอย่างแคว้นหนาน?
เขามองซือถูเย้นอย่างพิจารณาอยู่นานแล้วถามว่า “เจ้าต้องการจะเล่นเกมส์อะไรกันแน่? ลองพูดมา ข้าคิดไม่ออก เดาไม่ถูกหรอก”
ซือถูเย้นหันกลับมา แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วมองเขาอยู่ไกลๆ
“พูด” ฮ่องเต้รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
ซือถูเย้นพูด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ข้าเกลียดที่นี่ เกลียดฮ่องเต้ เกลียดการปากหวานก้นเปรี้ยว เกลียดความสงสัยที่ไม่มีที่สิ้นสุด ข้าอยู่ในสนามรบตั้งแต่อายุ15 16 มีประสบการณ์การต่อสู้ทั้งเล็กและใหญ่นับร้อยครั้ง ข้าคิดว่าจุดจบที่ดีที่สุดในชีวิตของข้าคือการกลับไปตายเคียงคู่กับม้าคู่ใจที่แคว้นต้าโจว ตายในสนามรบ มันคือชะตากรรมของทหาร มันคือชะตากรรมที่ดีที่สุด”
ฮ่องเต้มีสีหน้าที่ประทับใจเล็กน้อย ทว่าสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเมินเฉยเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
ซือถูเย้นหมุนหยกที่นิ้วแล้วพูดต่อ “ตั้งแต่ยังเด็ก บรรพบุรุษบอกกับข้าว่า ในวันข้างหน้าพี่ชายจะเป็นฮ่องเต้ พวกเจ้าต้องช่วยกันดูแลชาติบ้านเมืองของแคว้นต้าโจว ปกป้องบ้านเมืองที่บรรพบุรุษแลกมาด้วยเลือด เพื่อให้ประชาชนใต้หล้าสามารถก่อร่างสร้างตัวไม่ทุกข์ทรมานจากสงคราม ที่ผ่านมาแคว้นต้าโจวเกิดสงครามมากมาย ล้วนเป็นสงครามที่ไม่สามารถทำอะไรได้ พวกเราเพียงแค่ต่อต้านเท่านั้น ไม่ได้รุกราน ดังนั้น ข้าจึงเต็มใจที่จะใช้เลือดเนื้อปกป้องบ้านเมืองและประชาชนของแคว้นต้าโจว......”
ฮ่องเต้พูดขัดจังหวะ “ใช่ เมื่อก่อนเจ้าทำแบบนั้น เพราะเหตุผลนี้ ข้าจึงเชื่อเจ้าและให้เจ้าเป็นอ๋องซื่อเจิ้ง และช่วยเหลือ
องค์รัชทายาท ทว่า บางทีข้าอาจจะคิดผิด ข้าลืมไปว่าคนคนหนึ่งที่เคยลิ้มรสการปรารถนาในอำนาจซึ่งอยากจะหยุดแต่ก็หยุดไม่ได้”
ซือถูเย้นมองเขา “จริงรึ?นั่นเป็นเพียงความคิดของเจ้าเท่านั้น ที่ผ่านมาข้าไม่เคยเปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือความคิดที่เจ้ามีต่อข้า พวกเราเคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน ข้าพูดกับเจ้าว่าหากข้าต้องการบัลลังก์ เมื่อเจ้าป่วยหนักครั้งแรกข้าจะไปแทนที่เจ้า แต่เจ้าไม่เชื่อ เจ้าคิดว่าข้าต้องการรอให้เจ้าป่วยจนตายก่อนแล้วค่อยปล้นทุกสิ่ง เจ้าคิดว่าในตอนนั้นข้าสามารถควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้ และทุกอย่างอยู่แค่เอื้อม แต่คิดไม่ถึงว่าในภายหลังเจ้าจะดีขึ้น เมื่อก่อนเจ้าคิดเช่นนี้ แล้วตอนนี้เจ้าคิดอย่างไร?”
ทันใดนั้นแววตาของเขาก็ดุเดือดรุนแรงเสมือนดวงตาหงส์ที่ดุร้ายในกองทัพเป็นหมื่นๆพันๆ “ข้าจะสังหารเจ้าที่ตำหนักซีเวยแห่งนี้ก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรข้าได้”
ฮ่องเต้ตกใจ กล้ามเนื้อของใบหน้ากระตุกเล็กน้อย ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ภายในจิตใจกลับขี้ขลาด แล้วพูดว่า “เจ้ากล้ารึ?”
ซือถูเย้นยิ้มหยัน “ไม่ใช่ว่าข้าไม่กล้า แต่ข้าไม่อาจจะทำเช่นนั้น เจ้าปกป้องข้า ปกป้องตระกูลเซียว ปกป้องคนที่ทำคุณประโยชน์ให้แคว้นต้าโจว ตั้งแต่เจ้าขึ้นครองราชย์ ใครกันแน่ที่ต้องการบัลลังก์ของชาติบ้านเมือง?”
ฮ่องเต้สับสนเล็กน้อย
“มีเจ้าแปด เหลียงไถ้ฝู้ และองค์ชายเจ็ดที่ต้องการบัลลังก์ เจ้าแปด? เขากำลังเพิ่งพาใคร? เหลียงไถ่ฝู้? เหตุใดเขาจึงจะต้องการอำนาจ? ส่วนองค์ชายเจ็ดเขามีความปรารถนาในอำนาจและเงินทองเพราะใคร?แต่จะว่าไปเขาก็แค่เด็กคนหนึ่ง”
ฮ่องเต้พูดด้วยความโกรธ “เจ้าคิดจะพูดอะไรกันแน่?”
“ข้าว่าเจ้าสับสน โง่เขลาเบาปัญญาจึงไม่รู้ว่าใครเป็นศัตรูที่แท้จริงของเจ้า ลอบทำร้ายคนที่ซื่อสัตย์ คิดเองว่าตนฉลาด หากเจ้าไม่สนับสนุนองค์รัชทายาทฮองเฮาเหลียง เหลียงไถ้ฝู้จักำเริบเสิบสานได้อย่างไร? ส่วนเจ้าแปดเจ้าก็รู้ว่าเขามีนิสัยโฉดชั่วเสมือนหมาป่าแต่เจ้ากลับสนับสนุนให้เขาจัดการกับข้าและคนอื่นๆที่ภักดีต่อเจ้า ส่วนอี๋เฟย ควรจะรู้สึกสงสัยตั้งนานแล้ว แต่เจ้าคิดว่าอี๋เฟยคือนางสนมของเจ้า ในใจนางมีเพียงแต่เจ้าแน่นอน ทว่า หากเจ้าตรวจสอบสักหน่อยก็จะรู้ว่าอี๋เฟยคือชาวเซียนเป้ยเด็กที่นางให้กำเนิดก็ไม่ใช่ลูกของเจ้า ฮ่องเต้ผู้สง่างามแห่งแคว้นต้าโจวเลี้ยงลูกแทนคนอื่นมาตั้ง7-8ปี เจ้าทำบรรพบุรุษขายหน้าจนหมดสิ้น”