ตอนที่ 343
ตอนที่ 344 เซียวโธ่เป็นปรปักษ์กับองค์รัชทายาท
October 21, 2026
ตอนที่ 344 เซียวโธ่เป็นปรปักษ์กับองค์รัชทายาท
หมุยเฟยพาองค์ชายสามมาเช่นกัน องค์ชายสามรู้เรื่องรู้ราวบ้างแล้ว ปกติชอบเข้าหาท่านอา บัดนี้เห็นท่านอาเกือบจะจากโลกนี้ไป ทำเอาเขาร้องไห้งอแง กุมมือของซือถูจิ้งแล้วพร่ำเอาแต่เรียกชื่อ
หลีโม่ถอยออกมาเงียบๆ ยากจะรับกับเหตุการณ์ในห้องได้ นางแทบไม่ออก
หูฮวนซีอยู่ด้านนอกเห็นนางเดินออกมาจึงเดินเข้าไปนั่งที่ระเบียงตรงหน้ากับนาง ”เรื่องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ใดก็มิอาจคาดคิด อย่าเสียใจไปเลย“
นางพูดเช่นนี้แต่รอบดวงตาของนางกลับแดงก่ำ ซือถูจิ้งเป็นเพื่อนที่ดีของนางเช่นกัน ช่วงเวลานี้เหลือเพื่อนที่ดีอยู่ไม่มากมายนัก
”ผู้เฒ่าผู้นั้นคือใครกัน ทำไมซือถูเย้นจึงให้เจ้าไปตามหา“ หลีโม่ดึงสติกลับมาแล้วถามออกไป
”อ๋องอานหราน คนของแคว้นเหลียงเขา ที่มาของเขานั้นลี้ลับนัก ผู้ที่รู้ที่มาที่ไปของเขามีเพียงอ๋องเย่ และผู้ที่รู้ว่าอ๋องเย่อยู่ที่ใด ก็มีไม่มาก และข้ารู้“ หุฮวนซีไม่ได้ปิดบัง
”อ๋องเย่ อ๋องเย่คือใคร“ หลีโม่ถามด้วยความสงสัยใครรู้
“นี่แม้แต่ท่านอาเขยของเจ้าก็ไม่รู้จักหรือ”
“ท่านอาเขย เขาเป็นน้องของซือถูเย้นใช่หรือไม่” หลีโม่สงสัย
”ถูกต้องแล้ว แต่เขาถูกฮ่องเต้องค์ก่อนเนรเทศออกไป เขานิสัยเลวทราม ดังนั้นฮ่องเต้องค์ก่อนจึงให้ตำแหน่งอ๋องเย่แกเขาแล้วเนรเทศไป เขาทำเองจนตนพินาศเอง เขามักไม่ไปมาหาสู่กับใคร นอกจากสามีเจ้า“
มิน่าล่ะ เห็นอ๋องหลีชินและอ๋องอานชินไม่รู้สึกสงสัยแต่อย่างใด และทุกคนล้วนไม่สงสัยเขา
”เขาเป็นองค์ชายลำดับที่เท่าใด” หลีโม่ถามออกไปซื่อๆ
“เก้า องค์ชายเก้า”
หลีโม่เงยหน้าลำดับความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฮ่องเต้มีบุตรสิบกว่าคน ซือถูเย้นลำดับที่เจ็ด อ๋องหนานหวนลำดับที่แปด อ๋องเย่ผู้นี้ลำดับที่เก้า เกรงว่าจะจำชื่อได้ไม่หมด จำได้เพียงลำดับเท่านั้น
“วิชาการแพทย์ของผู้เฒ่าอ๋องผู้นี้อยู่ลำดับสูงมากใช่หรือไม่” หลีโม่อยากทำความรู้จักกับผู้เฒ่าอย่างมาก เพราะเขาสามารถวิชาเข็มทองคำ
มีเพียงองค์ชายเก้า ท้ายที่สุดเขาจะพานางเข้าไปในโคนตม
ใครเป็นผู้ชี้นำอยู่เบื้องหลัง เมื่อสักครู่หูฮวนซีบอกว่าเขามักติดต่อกับองค์ชายเจ็ด
อ่า แต่ในตอนนี้ไม่มีจิตใจจะคิดถึงเรื่องนี้
“ “เขาเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาของเวินยี่ที่สมฐานะมีชื่อเสียงเรียงนาม และเป็นผู้ถ่ายทอดวิชากลวิธีเข็มทองคำ หากอยากร่ำเรียนกับท่าน สามารถให้อ๋องเย่ฝากเจ้าได้”
หลีโม่หัวใจเต้นระส่ำ “ท่านจะรับข้ารึ”
“เขารู้จักไปมาหาสู่กับอ๋องเย่มาหลายปี หากอ๋องเย่กล่าวไป เขาล้วนรับฟัง” หูฮวนซีพูดขึ้นเรียบๆ
หลีโม่ถอนหายใจ “แต่ว่า เขาไม่มีหนทางช่วยชีวิตซือถูจิ้ง”
หูฮวนซีไม่กล่าวคำใด รอบดวงตารื้นแดงขึ้น
หลีโม้พบนางเห็นนางอยู่ตรงนี้อยู่นาน จึงกล่าวว่า “เจ้ากลับไปก่อนเถอะ เจ้ามีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก มีข่าวอะไรข้าจะบอกเจ้า”
“ ไม่ล่ะ” เห็นได้ชัดว่าหูฮวนซีว้าวุ่นใจ “ข้าจะรออยู่ที่นี่สักพัก หากกลับไปข้าก็ไม่ยังกังวลใจอยู่ ซือถูจิ้ง...ก่อนนั้นที่ข้ารู้จัก ในที่แห่งนี้นางเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของข้า ข้าไม่ควรจากนางไปไหน” นางสะอื้นขึ้นมา จึงไม่เอื่อนเอ่ยสิ่งใดต่อ
ทั้งสองประคับประคองซึ่งกันและกัน ล้วนเจ็บปวดใจจนไม่อาจบรรยายได้
เขาทั้งสองอยู่กันมาข้ามวันข้ามปียาวนาน เคยโลเลไร้ทางช่วย เคยเจ็บปวดสิ้นหวัง เคยถูกหยามเหยียดจนถึงหัวใจ ซือถูจิ้งเป็นผู้ช่วยเหลือพวกเขามา แต่หญิงสาวจิตใจดีเช่นนี้ กลับเหยียบอยู่บนเส้นเป็นเส้นตาย
“ข้าไม่เชื่อในพระเป็นเจ้า!” หูฮวนซีมองไปที่นางทันใด
หลีโม่เงียบไปครู่หนึ่ง “ข้าไม่เชื่อเช่นกัน”
ทั้งสองลุกขึ้นมาพร้อมกัน คุกเข่าลงบนพื้น
ตำหนักขององค์หญิงไม่เคยคึกคักเท่าวันนี้ ราชวงศ์ ขุนนางในวัง สตรีชั้นสูง เดินทางมาเป็นขบวน
เฉินไท่จูนและชุยไท่เฟยกับจิ่นไท่เฟยมาด้วยกัน เฉินไท่จูนมองซือถูจิ้ง ส่ายหน้าด้วยความว่างเปล่า “เจ้าเด็กคนนี้ น่าสงสารเสียจริง”