ตอนที่ 4
บทที่ 4
September 18, 2026
สามวันต่อมา
อาการของนิราดีขึ้นแล้วแพทย์จึงให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน เพราะรู้ดีว่าคนไข้จะสุขภาพจิตดีกว่าอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยมมีแต่กลิ่นน้ำยาฟุ้งกระจายไปทั่ว หากสุขภาพจิตดีย่อมทำให้สุขภาพกายดีตามไปด้วย
วันนี้ ธันวาจึงโดนครอบครัวของตนเองลากมาที่ไร่ของกรวิทย์ก่อนที่เขาจะกลับไปทำงานที่กรุงเทพในวันพรุ่งนี้ ข้ออ้างคือมาเยี่ยมนิราแต่เจตนาคือนำลูกชายยัดเยียดให้ครอบครัวผู้หญิง ช่างเป็นพ่อแม่ที่ไม่เหมือนกับครอบครัวอื่นดีแท้
"ตกลงเรื่องที่ฉันเสนอไปจะตกลงไหม?" หลังจากที่ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกันแล้ว ในที่สุดก็ทิวภพก็เป็นคนเปิดเรื่องก่อนเมื่อทั้งสองครอบครัวมานั่งย่อยอาหารอยู่ในห้องนั่งเล่น
"แต่ว่ายัยรินยังเรียนอยู่เลย.." กรวิทย์อึกอัก ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สนใจคำแนะนำของเพื่อนที่จะให้การแต่งงานช่วยเพิ่มความน่าเชื่อของบริษัท แต่เขาก็ต้องสนใจความรู้สึกของลูกสาวด้วยเช่นกัน ดวงตาเนือยตวัดไปมองหน้าลูกสาวอย่างหวั่นในใจ เกรงว่ารินรดาจะคิดว่าพ่อขายลูกสาวกิน
"แต่งงานแล้วก็เรียนได้นี่ เหลืออีกปีเดียวเอง" ทิวภพรีบแย้ง
"ถ้าไม่ทำตามวิธีของฉันตอนนี้แล้วรอให้หนูรินเรียนจบก่อน ถึงตอนนั้นบริษัทจะไม่แย่ไปกว่านี้ แค่แต่งงานใช้เครดิตของบริษัทฉันเท่านั้น เรื่องเข้าหอก็ไม่ต้องเพราะเด็ก ๆ ไม่ได้ชอบพอกัน ให้หนูรินแยกห้องก็ได้ถ้าไม่สบายใจ" ทิวภพพูดโน้มน้าวต่อ ไม่ได้คิดจะแสดงเพราะความแข็งแกร่งใหญ่โตของบริษัทของตนเองเพื่อข่มเพื่อนรัก แต่เขาอยากช่วยเพื่อนจริง ๆ
โดยไม่รู้เลยว่าข้อตกลงหลังสุดนั่นช่างขัดใจลูกชายสุด ๆ ที่จะให้สามีภรรยาแยกห้องนอนกัน แม้ว่าการแต่งงานนี้จะเป็นเพียงแค่การตบตาของบริษัทคู่ค้า ถึงธันวาจะยังไม่ได้รักสาวน้อยตาโตคนนี้แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ ไม่อย่างนั้นคงไม่ตอบตกลงในตอนที่พ่อและแม่ถามการตัดสินใจเมื่อสองวันก่อนหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล เขาคงไม่คิดสละตัวเอาตัวเองมาผูกมัดแบบนี้ถ้าไม่ได้ชอบใจในตัวรินรดา พ่อนะพ่อ นี่ตั้งใจแกล้งให้ลูกชายนอนเปลี่ยวคนเดียวอย่างนั้นเหรอ
"เอายังไง พ่อให้หนูตัดสินใจนะริน" กรวิทย์หันไปถามลูกสาวเพราะไม่อยากจะบังคับฝืนใจ เรื่องนี้ทางครอบครัวของเขาก็ได้หารือกันไว้แล้วว่าทางบริษัทมีปัญหา แต่เขาก็ให้อิสระกับลูกสาวและให้ลูกสาวเป็นคนตัดสินใจ
"หนูอยากช่วยพ่อค่ะ" รินรดาพูดเสียงแผ่วเบาเป็นการตอบตกลงกลาย ๆ รู้สึกสบายใจในข้อตกลงของทิวภพที่จะให้เธอแยกห้องนอนกับธันวา เพราะเธอคงไม่สนิทใจที่จะนอนร่วมห้องกับผู้ชายถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะขึ้นชื่อว่าเป็นสามีแต่ก็เป็นสามีเพียงในนามเท่านั้นเอง
"งั้นเอาเป็นว่าเราจะให้เด็กสองคนนี้แต่งงานกัน เดี๋ยวฉันจะไปหาหลวงพ่อดูฤกษ์ดูยามเอง" ดวงเดือนยิ้มกว้างทันทีที่ได้ข้อสรุป ใจนั้นอยากได้รินรดาเป็นสะใภ้อยู่แล้ว ถึงทั้งสองจะไม่ได้รักกันแต่เชื่อว่าการอยู่ร่วมกันทุกวันจะทำให้เกินเป็นความผูกพันและรักกันไปเองในที่สุด
จากนั้นผู้ใหญ่สี่คนจึงได้ไล่ให้ว่าที่สามีภรรยาได้ไปทำความรู้จักกันโดยให้รินรดาพาธันวาไปเดินเล่นยังไร่ส้มซึ่งอยู่ไม่ไกลบ้านมากนะ เพราะอากาศที่นี่เย็นสบายพร้อมกับลมเย็นพัดมาโชย ๆ เลยทำให้ทั้งคู่ไม่รู้สึกเหนื่อย ไหนจะแนวแปลงดอกไม้ที่รินรดามาปลูกไว้กำลังออกดอกสวยทำให้มองเพลินตา