ตอนที่ 40
บทที่ 40 งานเลี้ยงของจวนเฉิงเซี่ยง
October 22, 2026
ผ่านไปอีกไม่กี่วัน อากาศช่วงเดือนแปดไม่เย็นลงเลย กลับกันมันร้อนขึ้นทุกวันๆ
ครั้งแรกที่ฉู่เนี่ยนซีสัมผัสกับช่วงฤดูร้อนที่ไม่มีพัดลมไม่มีแอร์ ทุกวันจะต้องใส่เสื้อหลายชั้น เพราะฉะนั้นนางเลยถูกอุณหภูมิสูงๆทำให้อ่อนล้า ไม่ค่อยอยากอาหาร และไม่ค่อยออกไปข้างนอก
เย่เฟยหลียังมีความสงสัย ว่านางได้รับพิษอะไรเหมือนเขาหรือไม่
ฉู่เนี่ยนซีได้ยินก็ทำได้แต่กลอกตาขาวมองบนในใจ ความสุขของคนยุคปัจจุบัน พวกท่านไม่เข้าใจหรอก
ทางด้านบ่อนค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้น บวกกับนางแอบตรวจสอบการค้าสมุนไพร ทุกวันจะมีข่าวสารที่แตกต่างกันออกไปมาส่งให้
ตอนนี้การค้าของฉู่เนี่ยนซีต่างย้ายมาทำช่วงตะวันตกดินแล้ว
เดิมทีในช่วงกลางวันนางเตรียมจะอยู่ที่พลับพลาและริมทะเลสาบตลอดช่วงฤดูร้อนไม่ไปไหน
แต่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ฉู่เฉิงเซี่ยงส่งคนมา บอกว่าขาของพี่ใหญ่ ฉู่เจี้ยนอี้ฟื้นฟูแข็งแรงแล้ว อีกทั้งยังได้รับตำแหน่งขุนนางระดับห้า หลังจากนั้นสามวันจะจัดงานเลี้ยงที่จวนเฉิงเซี่ยง เทียบเชิญได้ส่งมาถึงเย่เฟยหลีแล้ว
นึกถึงตนเองไม่ได้กลับจวนเฉิงเซี่ยงนานแล้ว ตอนนี้ขาท่านพี่ใหญ่หายดี ฉู่เนี่ยนซีก็รู้สึกดีใจกับฉู่เจี้ยนอี้ด้วย
เพราะฉะนั้นเลยตามเย่เฟยหลีกลับจวนฉู่เฉิงเซี่ยงด้วย สีหน้าท่าทางก็สดชื่นกระปรี้กระเปร่ากว่าในวันปกติที่ราบเรียบมาก
ครั้งนี้ นางไม่ได้ปฏิเสธการนั่งรถม้าคันเดียวกับเย่เฟยหลีซ่างกวนเย็น
ด้านหน้าประตูจวนฉู่เฉิงเซี่ยง ถึงแม้จะเข้มงวดไม่สามารถดูหมิ่นเฉกเช่นวันปกติ แต่ฉู่เจี้ยนอี้ที่ยืนอยู่ด้านในนั้นสวมใส่ชุดเครื่องแต่งกายชาวจีนม้วนผมมวยขึ้น ช่างเหมือนเป็นป้ายเรียกที่มีชีวิตชีวา ผู้ดีถ่อมเนื้อถ่อมตัวอ่อนโยนราวกับหยกใครจะไม่รักเล่า สามารถทำให้ลบล้างความเยือกเย็นของแผ่นป้ายโล่ประกาศเกียรติคุณด้านหน้าประตูของจวนเฉิงเซี่ยงลงได้เลยทีเดียว
ขาทั้งสองข้างฉู่เจี้ยนอี้หักมาก็ห้าปีแล้ว
คนทั้งเมืองคุ้นชินกับการที่เขานั่งรถเข็นแล้ว ถึงแม้จะได้ยินว่าคุณชายใหญ่จวนเฉิงเซี่ยงหายดีแล้ว แต่การได้ยินไม่เท่ากับได้เห็น
ทุกคนที่ได้รับบัตรเทียบเชิญกำลังลงรถม้า วินาทีที่เห็นฉู่เจี้ยนอี้ต่างพากันชะงักงัน มีคนบางกลุ่มนานกว่าจะได้สติกลับมา พวกเขาพากันตื่นตะลึงทั้งพากันแสดงความดีใจสรรเสริญเยินยอ
สถานการณ์นี้ยิ่งใหญ่มาก ถึงแม้แขกเหรื่อจะเข้านั่งประจำตำแหน่งแล้ว ฉู่เนี่ยนซีก็ยังได้ยินเสียงชื่นชมไม่รู้จบ
ถ้าไม่ใช่เพราะฉู่เจี้ยนอี้มีครอบครัวแล้ว ไม่อย่างนั้นนะครอบครัวตระกูลสูงศักดิ์ที่มาร่วมงานในวันนี้ที่มีลูกสาว คาดว่าจะต้องยัดเยียดลูกสาวมาเป็นภรรยาของฉู่เจี้ยนอี้เป็นแน่ และคนจำนวนหนึ่งในนั้นยังมีความกล้าไปพูดกับฉู่เฉิงเซี่ยง ต่อให้ไม่ใช่ภรรยาเอก เป็นภรรยารองก็ได้
ฉู่เนี่ยนซียิ้มเล็กน้อยและคีบอาหาร ฟังฉู่เฉิงเซี่ยงปฏิเสธ“ความหวังดี”ของคนเหล่านี้อย่างช้าๆไม่รีบร้อน
อาหารรอบที่สองกำลังยกมา ฉู่เนี่ยนซีไม่รอวางตะเกียบลง ก็เห็นรอยยิ้มจริงใจและสุขุมของจ้าวโม่เหยียน เดินถือจอกเหล้ามา
“เนี่ยนซี ข้าเป็นพี่สะใภ้ ก่อนหน้าทำให้ไม่พอใจอยู่มาก แต่พวกเราอยู่จวนเฉิงเซี่ยงด้วยกัน ข้ารู้ว่าข้าพูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้น….เพราะฉะนั้น ทุกอย่างทุกคำพูดความรู้สึกอยู่ในจอกเหล้านี้แล้ว”
ฉู่เนี่ยนซีรีบยกจอกเหล้าขึ้น นางรู้ดีว่าพี่สะใภ้คนนี้เข้ากับคนยากลำบากแค่ไหน ตัวนางเองก็ไม่ใช่คนจิตใจคับแคบ ก็เลยไม่พูดอะไรมาก เงยหน้าดื่มเหล้าทันที และเทเหล้าให้จ้าวโม่เหยียนเพื่อแสดงความจริงใจ
“ไอ๋หยาลูกสาวของข้า ให้แม่หาเจอสักที!”
ไม่รอให้จ้าวโม่เหยียนดื่มเหล้าเสร็จ ด้านหลังก็มีน้ำเสียงเอะอะโวยวายดังมา
แม่ของจ้าวโม่เหยียน หลิ่วซื่อแต่งตัวอย่างสง่างาม เดินมาทางนี้อย่างเร่งรีบ นางดึงจ้าวโม่เหยียนไปอีกด้านหนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความดีใจกล่าวว่า“ลูกสาวของข้า เจ้าไปเอาวาสนานี้มาจากไหนกัน ชาตินี้แม่ฝัน แม่ยังคิดไม่ถึง คิดไม่ถึงว่าจะมีวันหนึ่งที่ลูกเขยของแม่จะยืนขึ้นได้แล้ว!”