ตอนที่ 1013
ตอนที่ 1013 สิ่งดีๆกำลังจะเข้ามา
September 23, 2026
ตอนนี้เป็นช่วงต้นเดือนสอง และวันเปิดภาคเรียนในฤดูใบไม้ผลิของสำนักศึกษาชิงอี้ก็อยู่ช่วงปลายเดือน
ฤดูหนาวนี้หิมะมาเร็วกว่าปกติ และหยุดตกค่อนข้างช้า จนตอนนี้ยังคงมีหิมะตกโปรยปรายอยู่เรื่อยๆ
พวกเฟิงหยางที่เดินทางกลับเมืองหลวงถูกหิมะในฤดูหนาวทำให้เสียเวลา ระยะทางที่เดิมทีใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งเดือน กลับต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนครึ่ง
ในเมืองหลวงถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ทำให้ดอกเหมยในสวนที่ทนทานต่อความหนาวเหน็บดูสวยงามเป็นพิเศษ
งานแต่งงานของเฟิงอู๋จีกับหลี่เมิ่งชู ถูกจัดขึ้นอย่างคึกคักในฤดูหิมะนี้
วันแต่งงานอย่างเป็นทางการของทั้งสองคนถูกกำหนดไว้หลังจากนี้สิบห้าวัน นี่เป็นเพราะเฟิงหยางที่เร่งเดินทางกลับจากเซียวโจวจะได้มาทันงานเลี้ยงแต่งงาน
ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไม่นาน ความสัมพันธ์ระหว่างกันก็ไม่ถือว่าสนิทสนม แต่หลังจากนี้ต่างก็ต้องเป็นเสาหลักของตระกูลเฟิงแล้ว เสนาบดีซ้ายเฟิงย่อมไม่สามารถให้เฟิงหยางพลาดโอกาสที่สำคัญเช่นนี้ได้
เพื่อคำนึงถึงการแต่งงานของลูกศิษย์ทั้งสองคน เซียวปี้เฉิงยังไม่คิดที่จะเปิดเผยความคลุมเครือเรื่องชาติกำเนิดของเฟิงหยางในเร็วๆนี้
หลังจากที่เปิดเผยเรื่องนี้แล้ว ต้องทำให้ตระกูลเฟิงและตระกูลจวงเกิดความสั่นคลอนแน่ๆ ถึงเวลาหากกระทบเรื่องการแต่งงานคงไม่ดี
เวลาที่ลูกศิษย์ทั้งสองคนแต่งงานกระชั้นชิดอยู่บ้าง หลังจากไหว้ฟ้าดินเสร็จแล้ว เวลาที่เหลือในช่วงวันหยุดฤดูหนาวเพียงพอที่จะให้หลี่เมิ่งชูกลับบ้านสักครั้ง ดีที่เตรียมตัวล่วงหน้าไว้พอสมควร ไม่ได้ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด
เทียบเชิญงานแต่ง อนุญาตให้ว่าที่สามีภรรยาทั้งสองไปส่งที่ตำหนักบูรพาด้วยตนเอง เป็นถึงหัวเรี่ยวหัวแรงของสภานักเรียนในสำนักศึกษาชิงอี้ พวกเขาสามารถใช้ป้ายคำสั่งพิเศษตรงเข้าไปยังตำหนักบูรพาได้
อวิ๋นหลิงให้คนเตรียมน้ำชาไว้ต้อนรับพวกเขา พร้อมทั้งเอ่ยอนุญาตให้พวกเขามีวันหยุดช่วงแต่งงานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสัปดาห์ เพราะวันหยุดช่วงแต่งงานที่สำนักศึกษาชิงอี้กำหนดเอาไว้มีเพียงห้าวันเท่านั้น
แต่ว่าที่สามีภรรยาทั้งสองคนส่ายหน้าพร้อมกัน ยืนยันว่าหลังจากแต่งงานแล้วจะกลับไปเรียนต่อ
นางอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อว่า “โธ่ อู๋จีก็แล้วไปเถอะ แล้วเมิ่งชูเป็นอะไรไป เมื่อก่อนเกียจคร้านมาก ตอนนี้แต่งงานแล้ว ทำไมจึงมุมานะขึ้นมาซะได้”
หลี่เมิ่งชูยิ้มขมพลางพูดว่า “ท่านอย่าล้อข้าเลย บทเรียนของสำนักศึกษายากขึ้นทุกภาคเรียน ถ้าขืนข้ายังเกียจคร้านต่อไป เกรงว่าแม้แต่การสอบเพื่อจบการศึกษาก็คงจะไม่ผ่าน วันหยุดแต่งงานครึ่งเดือนยาวนานเกินไป เกรงว่าถ้ากลับไปแล้วจะตามเพื่อนคนอื่นไม่ทัน ถ้าหากฟังสิ่งที่อาจารย์พูดไม่เข้าใจคงลำบากแน่ๆ”
สอบจบการศึกษาไม่ผ่าน เช่นนั้นก็ต้องซ้ำชั้นหนึ่งปี
ถึงเวลาเสียหน้ามากไม่ว่า ถ้าหากเฟิงอู๋จีถูกส่งออกไปทำงานก่อน นางยังคงอยู่ในเมืองหลวง ไม่เท่ากับว่าสองสามีภรรยาต้องแยกกันอยู่คนละที่หรอกหรือ
มองดูนางที่หน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะถูกทรมานจากการเรียน อวิ๋นหลิงก็แอบยิ้มอยู่ในใจ “พยายามตอนนี้ก็ยังไม่สาย”
วิชาของอาจารย์ผู้เฒ่าเหล่านั้นยังดี ไม่แตกต่างกับการศึกษาที่พวกเขาได้รับมาตั้งแต่เด็กสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นหนังสือเรียนที่จัดพิมพ์โดยตำหนักบูรพาโดยเฉพาะ เนื้อหาในหนังสือทำให้นักเรียนต่างก็รู้สึกตาลายจริงๆ
โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สองวิชานี้ ในแง่ของเนื้อหาที่มีความสมบูรณ์และความยาก เลื่อนขั้นขึ้นมาจากช่วงปีแรกหลายระดับมาก
แม้ว่าไม่ถึงกับให้นักเรียนในยุคสมัยนี้ท่องสมการทางเคมี แค่เนื้อหาคณิตศาสตร์ที่ลึกซึ้งเข้าใจยาก ก็เพียงพอที่จะทำให้คนมากมายรู้สึกยากเหลือกำลังแล้ว
วิชา《วิทยาศาสตร์พื้นฐาน》ในปีแรก ในปีที่สองก็กลายเป็นวิชาขั้นสูงอย่าง《ความรู้ทางวิทยาศาสตร์》
ในหนังสือได้รวบรวมหลักการของปรากฏการณ์ต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และดาราศาสตร์ ทั้งหมดล้วนช่วยให้นักเรียนเข้าใจโลกมากขึ้นอีกขั้น เมื่อพบกับเรื่องราวที่เหลือเชื่อ ก็จะไม่เหมารวมว่าเรื่องของผีหรือเทพเจ้า หรือว่าถูกผู้อื่นปิดบังอำพราง
แม้ว่าจะไม่มีโจทย์คณิตศาสตร์ แต่ครอบคลุมประเด็นความรู้ที่ซับซ้อนไว้มากมาย อยากจะทำความเข้าใจให้ถี่ถ้วนพร้อมทั้งจดจำทั้งหมด ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
กระทั่งปีที่สาม ยังมีการเพิ่มความรู้ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานและเกษตรกรเข้าไปด้วย และแบบเรียนเล่มใหม่นี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเขียนและตรวจทาน เซียวปี้เฉิงได้ขอความช่วยเหลือจากทางสำนักศึกษาฮั่นหลินเป็นการเฉพาะ ออกเยี่ยมเยียนผู้คนและรวบรวมปริศนาลึกลับที่เกี่ยวข้องและยังไม่ได้รับการคลี่คลายจำนวนมาก