ตอนที่ 1059
ตอนที่ 1059 ฤดูใบไม้ผลิในเมืองหลวงหนาวมาก
September 23, 2026
หลังร่วมรับประทานอาหารอย่างสันติเสร็จ เว่ยยิงกับเฟิงหยางก็กล่าวคำอำลา ออกจากจวนเสิ่น
ระหว่างทางกลับบ้าน ทั้งสองยังคงนั่งรถไม้เดียวกัน อาจเป็นเพราะห้าปีมานี้อยู่ด้วยกันมานาน จึงไม่รู้ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะสม
เว่ยยิงมองนอกหน้าต่างอย่างใจลอย เฟิงหยางเห็นนางเอาแต่จ้องด้านนอก คิดว่าเห็นเสิ่นทัวแล้วทุกข์ใจ
เพียงแต่เห็นนางไม่ได้เสียใจจนน่าเป็นห่วง เขาถึงวางใจ
เหมือนเว่ยยิงจะใจลอย แต่ก็กำลังสนใจในตัวเฟิงหยาง
เมื่อครู่ได้ยินเสิ่นชิ่นพูดเช่นนั้น สมองนางก็นึกถึงเรื่องราวมากมายในอดีต
มีภาพที่เฟิงหยางคอยดูแลใส่ใจนาง มีภาพช่วงนี้พวกเขาตกอยู่ในอันตรายและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตลอดจนภาพหัวใจเต้นเร็วและเขินอายเมื่อสัมผัสอีกฝ่ายอย่างใกล้ชิดโดยบังเอิญ
บัดนี้เว่ยยิงถึงรู้ตัวว่าเฟิงหยางอยู่ในความทรงจำส่วนใหญ่ของนางไปแล้ว...
สือโถ่วรู้เรื่องการหาคู่ครองให้นางแล้วก็ไม่สบอารมณ์ “เลือกกันอย่างไร เอาคนแบบไหนมาแนะนำกัน พี่น้องในค่ายทหารดีกว่าพวกนี้เยอะ ถ้าต้องแต่งงานกับคนพวกนี้ ไม่รู้ไม่แต่งเลยจะดีกว่า”
“ข้าว่าอายิงคู่ควรกับผู้ชายดีๆอย่างท่านแม่ทัพมากกว่า หากเจ้าไม่มีอะไรต้องห่วง ไม่สู้ไปเมืองเซียวโจวกับพวกเรา ท่านแม่ทัพดูแลเจ้าได้ตลอดชีวิตแน่”
ก่อนหน้านี้เว่ยยิงไม่กล้าคิดว่าตัวเองกับเฟิงหยางจะสานสัมพันธ์ต่อไปได้ ทว่าหลังเสิ่นชิ่นพูดกับนางเช่นนี้ นางก็เริ่มมีความกล้าขึ้นมา
ถ้า...ถ้าเกิดนางได้แต่งงานกับพี่ใหญ่ นางจะไม่ปฏิเสธ ทั้งยังดีใจและรอคอยด้วย
เว่ยยิงคิดได้ดังนั้นก็ตกใจ
เหตุใดเวลานึกภาพได้แต่งงานกับพี่ใหญ่แล้วนางถึงดีใจ ละมุนละไมหัวใจเช่นนี้?
ไฉนเมื่อเห็นเสิ่นทัวมีลูกเมีย นางแค่รู้สึกหายห่วง ไม่ได้เสียใจ ทุกข์ใจเลย?
ทั้งยังรู้สึกผ่อนคลายกับเรื่องในอดีตอีก?
ชั่วพริบตานั้นหัวใจของนางก็เต้นเร็วอย่างควบคุมไม่ได้
ต้นรักที่ถูกมองข้ามไปนานผุดออกจากหน้าดินแล้ว หลังจากโดนกดให้อยู่ใต้ดินมานานก็เติบโตขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เพียงชั่วพริบตาก็เติบโตจนมีบุปผาเบ่งบานแล้ว
เสี้ยววินาทีนี้เว่ยยิงถึงรู้ว่าที่แท้นางชอบพี่ใหญ่
แล้วพี่ใหญ่ล่ะ?
เขาเคยบอกว่าการดูแลนางเป็นหน้าที่และความสมัครใจของเขา
ดังนั้นเขายินดีใช้สถานะสามีภรรยาเคียงข้างนางตลอดชีวิตหรือไม่?
“อายิง...ถึงจวนเว่ยแล้ว”
เสียงทุ้มต่ำของเฟิงหยางลอยเข้าหู เว่ยยิงเงยหน้าอีกทีก็เห็นแววตาห่วงใยของเขาเจือความกังวล เห็นได้ชัดว่าท่าทางผิดปกติของนางเมื่อครู่ดึงดูดความสนใจอีกฝ่ายแล้ว
“เจ้าเป็นอะไร มีความในใจรึ?”
รถไม้จอดหน้าจวนเว่ย พวกเขาต้องแยกย้ายกันแล้ว ในที่สุดเว่ยยิงก็รวบรวมความกล้าเอ่ยว่า
“พี่ใหญ่ ผู้ใหญ่ทางบ้านอยากให้ข้าหมั้นภายในสามเดือน แล้วแต่งงานภายในปีนี้ ท่านคิดเห็นเช่นไรบ้าง?”
เว่ยยิงถามคลุมเครือ แววตาเผยความหวังรอคอย
เฟิงหยางไม่คิดว่านางจะถามเช่นนี้ จึงอึ้งไปชั่วขณะ
สมองเขามีใบหน้ากลุ้มใจของเว่ยยิงแวบผ่าน มีเสี้ยววินาทีหนึ่งเขาเกือบควบคุมตัวเองไม่ได้ บอกว่าเขาจะสู่ขอนางเอง
“พวกเราเร่งก็ไม่ต้องสน การแต่งงานของสตรีก็เหมือนการเกิดครั้งที่สอง ต้องพิถีพิถัน อย่าเลือกเพราะโดนกดดัน”
เฟิงหยางครุ่นคิดแล้วพูดเสียงจริงจัง “พี่ใหญ่หวังว่าเจ้าจะหาคนที่มีใจให้กัน ถึงจะหาไม่ได้ ก็ต้องเป็นผู้ชายที่ทะนุถนอมเจ้า เคารพเจ้า”