ตอนที่ 1061
ตอนที่ 1061 อุบาสิกาฮู่ซี
September 23, 2026
“อุบาสิกาฮู่ซีอยากพบข้า?”
อวิ๋นหลิงจำได้ อุบาสิกาท่านนี้เป็นน้องสาวของนางจวง น้าสาวของเฟิงหยาง
นางรับเทียบเชิญมาดูปราดหนึ่ง ผู้เชิญเป็นชื่อนางจวงเล็ก แสดงว่าการเชิญครั้งนี้เป็นความประสงค์ของอีกฝ่าย หาใช่เฟิงหยางไม่
อาจเป็นเพราะต้องการขอบคุณนางด้วยเรื่องก่อน แต่เชิญนางไปหาเช่นนี้ คงมีเรื่องคุยด้วยกระมัง
การ์ดเชิญระบุวันเวลาอย่างชัดเจน คือวันมะรืนตอนบ่าย
เพราะอย่างไรเสียก็ว่างอยู่แล้ว อวิ๋นหลิงจึงไปจวนราชบัณฑิตตัวคนเดียว
ช่วงนี้ฝนตกไม่หยุด โชคดีที่ไม่มีหิมะตกร่วมด้วยแล้ว พื้นหินเปียกชื้น แต่กลับไม่มีดินโคลน
ตอนนางไปถึงจวนจวง เฟิงหยางออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง จากนั้นก็พาไปยังเรือนรับแขก。
เมื่อไปใกล้ห้องโถงด้านหน้าอวิ๋นหลิงก็ได้กลิ่นหอมของดอกชา
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นหญิงวัยกลางคนกำลังต้มน้ำชาด้านหลังดงไผ่ เพียงมองด้านข้างก็ชวนให้รู้สึกว่าสง่าผ่าเผยยิ่ง
“ท่านน้า พระชายามาถึงแล้วขอรับ”
นางจวงน้อยได้ยินก็ลุกขึ้นคำนับอย่างไม่รีบไม่ช้า “หม่อมฉันคารวะพระชายา ขอพระชายาทรงพระเจริญ หม่อมฉันรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งที่พระองค์ยอมเสด็จมา”
นางสวมกระโปรงสีฟ้าผ้าธรรมดา ใบหน้าไม่มีเครื่องประทิน เพราะยังไม่แต่งงาน ทรงผมยังเป็นการจับทรงแบบดรุณีน้อย หน้าดูอ่อนกว่าวัยยิ่ง
อวิ๋นหลิงแย้มยิ้ม พยุงอีกฝ่ายแล้วเอ่ย “ไม่ต้องเกรงใจ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรกับข้า?”
“หม่อมฉันได้ยินหยางเอ๋อร์พูดบ่อยว่าพระชายาไม่มากพิธี เช่นนั้นหม่อมฉันก็จะไม่พิธีรีตองแล้ว”
นางจวงน้อยพูดเสียงอ่อนโยน ดูเป็นมิตรมาก ไม่เห็นเย่อหยิ่งอย่างที่ร่ำลือ
หลังกล่าวทักทายเสร็จก็พากันหย่อนตัวนั่ง
นางจวงน้อยรินน้ำชาให้อวิ๋นหลิงด้วยตัวเอง พลางกล่าวว่า “รู้ว่าพระชายายุ่งมาก ให้เวลาครึ่งวันก็ถือว่าเป็นเกียรติแล้ว ดังนั้นหม่อมฉันขอพูดตรงๆเลยว่า สาเหตุที่เชิญพระองค์มาเป็นแขกในครั้งนี้ เพราะต้องการขอบคุณที่พระองค์ให้การช่วยเหลือก่อนหน้านี้ ทำให้พี่สาวหม่อมฉันพ้นข้อกล่าวหา ทำให้หยางเอ๋อร์กล้าสู้หน้าผู้อื่น”
“หม่อมฉันไม่มีของล้ำค่า ยากจะตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ แต่ก็อยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง”
“ได้ยินว่าสำนักศึกษากำลังรับสมัครอาจารย์ หม่อมฉันไม่เกง เคยเรียนรู้ตำราตั้งแต่เด็ก พอจะรู้เรื่องประวัติศาสตร์อยู่บ้าง ไม่ทราบว่าจะเข้าตาพระองค์ไหม?”
อวิ๋นหลิงได้ยินก็อึ้ง
นางเคยได้ยินเซียวปี้เฉิงเล่าว่า อุบาสิกาฮู่ซีเป็นอุบาสิกาที่ชื่อเสียงในเมืองหลวง ลายมือการเขียนงดงามยิ่ง ทว่านางไม่เคยรับลูกศิษย์
มีเพียงครั้งเดียวที่อยากตอบแทนบุญคุณตระกูลหรง จึงเคยสอนแม่นางหรงกับแม่นางหลิ่วช่วงหนึ่ง
ผู้ที่มีความรู้กว้างขวาง เป็นคนสันโดษเสนอตัวเป็นอาจารย์สำนักศึกษาชิงอี้ด้วยตัวเอง จะไม่ให้นางตกตะลึงได้อย่างไร
นางจวงน้อยไม่เห็นอวิ๋นหลิงตอบรับ จึงพูดเสียงแผ่วเบาว่า “หากพระชายาอนุญาต หม่อมฉันก็ยินดีไม่รับค่าตอบแทนเพคะ”
ความหมายก็คือยินดีเป็นอาจารย์อาสาสมัคร
อวิ๋นหลิงได้สติก็ไม่ได้รับปากทันที ตั้งใจเอ่ยว่า “ข้าได้ยินว่าท่านชอบความเงียบ ไม่ชอบไปมาหาสู่กับคนนอก หากท่านต้องการตอบแทนบุญคุณก็ไม่จำเป็นต้องทำลายแนวทางการใช้ชีวิตของตัวเอง ข้ารับรู้ถึงน้ำใจของท่านแล้ว”
นางจวงน้อยได้ยินก็เริ่มใจอ่อน ยิ้มอย่างจริงจังมากขึ้น
“หยางเอ๋อร์บอกว่าพระชายาเป็นคนอ่อนโยน วันนี้ได้เจอก็เป็นอย่างที่พูดจริง”
“พระองค์ไม่ต้องกังวล ข้าอยากเป็นอาจารย์เอง ไม่เอาค่าตอบแทนคือวิธีตอบแทนของข้า อันที่จริงยี่สิบปีมานี้ข้าตามหาสถานที่เงียบสงบ เข้าถึงแก่นแท้ของจิตใจมาโดยตลอด คิดว่าการเก็บตัวในป่าลึกจะได้ผลดีที่สุด บัดนี้ถึงรู้ว่าไม่เสมอไป”